← Apps ทั้งหมดจำลองการไหลของมวลอากาศผ่านรูปทรงต่างๆ แบบโต้ตอบ👁 0หลักการ ↓
จำลองการไหลของมวลอากาศผ่านรูปทรงต่างๆ แบบโต้ตอบ
🔒

จำลองการไหลของมวลอากาศผ่านรูปทรงต่างๆ แบบโต้ตอบ

สื่อการเรียนรู้แบบโต้ตอบที่จำลองการไหลของมวลอากาศผ่านวัตถุทรงกลมและรูปทรงอื่นๆ ด้วยทฤษฎีการไหลศักย์ ผู้ใช้สามารถปรับความเร็วลม ขนาด และมุมของวัตถุได้ผ่านสไลเดอร์ พร้อมสังเกตเส้นการไหลและจุดหยุดรอบวัตถุ เหมาะสำหรับนักเรียนและผู้สนใจฟิสิกส์ของไหล

เข้าสู่ระบบสมาชิกเพื่อใช้งาน

📖 หลักการและวิธีใช้งาน

ชิ้นงานนี้คืออะไร

ชิ้นงานนี้เป็นสื่อจำลองสถานการณ์ (Interactive Simulation) บนหน้าเว็บ ที่จำลองการไหลของมวลอากาศผ่านวัตถุทรงกลมและรูปทรงอื่นๆ โดยแสดงให้เห็นเส้นการไหล (Streamlines) ที่เกิดขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังของวัตถุ ผู้ใช้งานสามารถปรับความเร็วลม ขนาดของวัตถุ จำนวนเส้นการไหล รวมถึงการหมุนมุมของรูปทรงเพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของแบบแผนการไหลและจุดหยุด (Stagnation point) ได้อย่างเรียลไทม์ โทนสีของชิ้นงานเป็นสีเข้มเพื่อให้เส้นการไหลที่มีสีสันสว่างโดดเด่นชัดเจน

หลักการ/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

แบบจำลองนี้ใช้ทฤษฎีการไหลศักย์ (Potential Flow) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์พลศาสตร์ของไหล (Fluid Dynamics) ในกรณีที่ของไหลไม่มีความหนืด (Inviscid flow) และไหลแบบไม่มีการหมุนวน (Irrotational flow) แนวคิดหลักคือการใช้หลักการซ้อนทับของสนามความเร็ว (Superposition of velocity fields) โดยการไหลรอบทรงกลมสามารถจำลองได้จากการนำสนามความเร็วของการไหลสม่ำเสมอ (Uniform flow) มารวมกับสนามของไดโพล (Doublet)

สำหรับการไหลสม่ำเสมอในแนวแกน x ความเร็วที่จุดใดๆ คือ U ส่วนไดโพลที่วางอยู่ที่จุดกำเนิดจะสร้างสนามความเร็วที่ขึ้นกับระยะทาง r เมื่อนำสนามทั้งสองมาซ้อนทับกัน จะได้ฟังก์ชันกระแส (Stream function) ดังนี้: ψ = U * y * (1 - R² / (x² + y²)) เมื่อ U คือความเร็วลม, R คือรัศมีของทรงกลม, และ (x, y) คือพิกัดในระนาบ เส้นการไหลจะเป็นเส้นที่ค่า ψ คงที่ จุดที่ความเร็วเป็นศูนย์เรียกว่า จุดหยุด (Stagnation point) ซึ่งในกรณีทรงกลมจะอยู่ที่ด้านหน้าและด้านหลังตรงแนวแกนกลาง

วิธีใช้งานและการปรับค่า

  • ความเร็วลม (กม./ชม.): สไลเดอร์นี้ใช้ปรับความเร็วของลมที่พัดเข้ามา ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 20 กม./ชม. การเพิ่มความเร็วจะทำให้เส้นการไหลถูกบีบให้แน่นขึ้นบริเวณด้านข้างของวัตถุมากขึ้น แสดงถึงความเร็วของอากาศที่เพิ่มขึ้นตามหลักอนุรักษ์มวล (ความเร็วสูง = พื้นที่หรือช่องไฟแคบ)
  • จำนวนเส้นการไหล: ปรับจำนวนเส้นกระแสที่แสดงผล การเพิ่มจำนวนเส้นช่วยให้เห็นรายละเอียดของรูปแบบการไหลได้ชัดเจนขึ้น
  • ขนาดรูปทรงที่เลือก (px): ปรับรัศมีหรือขนาดของวัตถุ การเพิ่มขนาดจะทำให้เกิดการรบกวนกระแสลมมากขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ด้านหลังที่เกิดการแยกตัวของกระแส (หากมี) กว้างขึ้น
  • มุมหมุนของรูปทรง (°): ใช้หมุนวัตถุรอบแกนกลาง สำหรับทรงกลมอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความสมมาตร แต่จะมีผลชัดเจนกับรูปทรงอื่นๆ ที่ไม่สมมาตร
  • การลากย้าย (Drag & Drop): สามารถใช้เมาส์ลากวัตถุเพื่อย้ายตำแหน่งในพื้นที่จำลองได้

ข้อจำกัดของแบบจำลอง

  1. ไม่คำนึงถึงความหนืด (Viscosity): ทฤษฎีการไหลศักย์ไม่ได้คำนึงถึงความหนืดของอากาศ จึงไม่สามารถแสดงการเกิดชั้นขอบเขต (Boundary layer) และการเสียดสีที่ผิววัตถุได้
  2. ไม่มีการแยกตัวของกระแส (Flow separation): ในความเป็นจริง อากาศที่ไหลผ่านทรงกลมจะเกิดการแยกตัวและเกิดเป็นกระแสวน (Vortices) ด้านหลัง แต่แบบจำลองนี้จะแสดงเส้นการไหลที่สมมาตรสวยงามทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งไม่ตรงกับสภาพจริง (D'Alembert's paradox)
  3. การไหลแบบไม่มีการหมุนวน: ไม่สามารถจำลองการเกิดความปั่นป่วน (Turbulence) หรือการสูญเสียพลังงานจลน์จากแรงเสียดทานได้
  4. รูปทรง 2 มิติ: การจำลองนี้เป็นแบบ 2 มิติ ทำให้การไหลรอบวัตถุอาจแตกต่างจากสภาพจริงที่เป็น 3 มิติ