← Artifactsจำลองแรงกระจายในสะพานโครงเหล็ก: ทดลองปรับน้ำหนักและตำแหน่งบรรทุกหลักการ ↓
🔒

จำลองแรงกระจายในสะพานโครงเหล็ก: ทดลองปรับน้ำหนักและตำแหน่งบรรทุก

สำรวจการกระจายแรงในโครงสร้างสะพานแบบคานเหล็ก (Pratt Truss) ผ่านแบบจำลองเชิงโต้ตอบ ปรับน้ำหนักบรรทุกและตำแหน่งจุดรับน้ำหนักได้ตามต้องการ พร้อมแสดงแรงดึง แรงกด ปฏิกิริยาที่รองรับ และสมการเชิงเส้นที่ใช้คำนวณ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาวิศวกรรม และผู้สนใจการออกแบบโครงสร้าง

เข้าสู่ระบบสมาชิกเพื่อใช้งาน

📖 หลักการและวิธีใช้งาน

{"content":"## ชิ้นงานนี้คืออะไร\n\nชิ้นงานนี้เป็นแบบจำลองเชิงโต้ตอบ (Interactive Simulation) ที่จำลองการกระจายแรงภายในโครงสร้างสะพานแบบคานเหล็กหรือ "Pratt Truss" โดยใช้วิธีจุดต่อ (Method of Joints) ในการวิเคราะห์หาแรงในแต่ละชิ้นส่วนของโครงสร้าง ผู้ใช้งานสามารถปรับค่าน้ำหนักบรรทุกและตำแหน่งจุดรับน้ำหนักได้ตามต้องการ ระบบจะแก้สมการเชิงเส้นขนาด 24×24 เพื่อหาแรงในชิ้นส่วนทั้ง 21 ชิ้น พร้อมปฏิกิริยาที่รองรับอีก 3 ค่า แล้วแสดงผลด้วยสีและความเข้มที่แปรผันตามขนาดของแรง เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาวิศวกรรม และผู้สนใจการออกแบบโครงสร้างที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรมของแรงในโครงสร้างแบบคงตัว\n\n## หลักการ/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง\n\nโครงสร้างแบบคานเหล็ก (Truss) ประกอบด้วยชิ้นส่วนยาวตรงเชื่อมต่อกันด้วยจุดต่อแบบหมุดได้ (Pin Joint) ซึ่งถือว่าไม่มีโมเมนต์ที่จุดเชื่อมต่อ ดังนั้นชิ้นส่วนแต่ละชิ้นจะรับแรงเพียงแนวแกน (Axial Force) เท่านั้น คือแรงดึง (Tension) หรือแรงกด (Compression)\n\nวิธีจุดต่อ (Method of Joints) ใช้หลักการสมดุลของแรงที่จุดต่อแต่ละจุด โดยที่ผลรวมแรงในแนวแกน x และแกน y ต้องเป็นศูนย์:\n\n- ΣFx = 0\n- ΣFy = 0\n\nสำหรับโครงสร้าง Pratt Truss ในชิ้นงานนี้ มีจุดต่อ 12 จุด (7 จุดล่าง + 5 จุดบน) และชิ้นส่วน 21 ชิ้น รวมปฏิกิริยาที่รองรับ 3 ค่า (ซ้ายเป็นหมุดรับแรง 2 ทิศทาง Rx, Ry และขวาเป็นลูกกลิ้งรับแรง 1 ทิศทาง Ry) รวมเป็นตัวแปร 24 ตัว จึงได้ระบบสมการเชิงเส้น 24×24 ที่แก้ด้วยวิธี Gaussian Elimination\n\nแรงในชิ้นส่วนมีสัญลักษณ์: ค่าบวก (F > 0) หมายถึงแรงดึง ค่าลบ (F < 0) หมายถึงแรงกด ความเข้มของสีและความหนาของเส้นในภาพจะแปรผันตามขนาดของแรง เพื่อให้เห็นภาพรวมของการกระจายแรงได้ชัดเจน\n\n## วิธีใช้งานและการปรับค่า\n\nชิ้นงานนี้มีตัวปรับค่าหลัก 2 ตัว และตัวเลือกเสริม 1 ตัว:\n\n1. น้ำหนักบรรทุก (Load): ปรับได้ตั้งแต่ 100 ถึง 5,000 นิวตัน (N) การเพิ่มน้ำหนักจะทำให้แรงในชิ้นส่วนทุกชิ้นเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน สีและความหนาของเส้นโครงสร้างจะเข้มขึ้นและหนาขึ้นตามขนาดแรง\n\n2. ตำแหน่งจุดรับน้ำหนัก (Position): เลือกจุดล่างจุดที่ 1 ถึง 5 การย้ายตำแหน่งน้ำหนักจะเปลี่ยนการกระจายแรงในโครงสร้าง เช่น ถ้าวางน้ำหนักตรงกลาง แรงจะกระจายสมมาตร แต่ถ้าวางใกล้รองรับด้านใดด้านหนึ่ง ปฏิกิริยาที่รองรับด้านนั้นจะสูงกว่า และแรงในชิ้นส่วนจะไม่สมมาตร\n\n3. รถบรรทุกเคลื่อนที่อัตโนมัติ (Auto Move): เมื่อเปิดใช้งาน ตำแหน่งน้ำหนักจะเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ อัตโนมัติ เหมาะสำหรับสังเกตการเปลี่ยนแปลงของแรงขณะมีน้ำหนักเคลื่อนผ่านสะพาน\n\nนอกจากนี้มีปุ่ม รีเซ็ตค่าเริ่มต้น เพื่อคืนค่าทั้งหมดกลับสู่สภาพเริ่มต้น และแผงผลลัพธ์จะแสดงปฏิกิริยาที่รองรับ ค่าแรงในแต่ละชิ้นส่วน และแรงสูงสุดในโครงสร้าง\n\n## ข้อจำกัดของแบบจำลอง\n\n1. โครงสร้างคงตัว (Statically Determinate): แบบจำลองนี้ใช้โครงสร้างแบบคงตัวที่สามารถแก้ด้วยสมการสมดุลเชิงสถิตย์เพียงอย่างเดียว โครงสร้างที่มีชิ้นส่วนเกิน (Statically Indeterminate) จะใช้วิธีนี้ไม่ได้\n\n2. จุดต่อแบบหมุดได้ (Ideal Pin Joints): สมมติว่าจุดเชื่อมต่อไม่มีแรงเสียดทานและไม่สามารถรับโมเมนต์ได้ ในความเป็นจริงจุดเชื่อมต่ออาจมีความต้านทานโมเมนต์บางส่วน\n\n3. แรงเฉพาะแนวแกน (Axial Forces Only): ไม่คำนึงถึงแรงดัด แรงเฉือน หรือโมเมนต์ดัดในชิ้นส่วน ซึ่งในโครงสร้างจริงอาจเกิดขึ้นได้\n\n4. น้ำหนักแบบจุด (Point Load): จำลองน้ำหนักเป็นแรงกระทำที่จุดเดียวเท่านั้น ไม่รองรับน้ำหนักกระจาย (Distributed Load) หรือน้ำหนักหลายจุดพร้อมกัน\n\n5. ไม่คำนึงถึงน้ำหนักตัวโครงสร้างเอง: แบบจำลองนี้ไม่ได้รวมน้ำหนักของวัสดุโครงสร้างเข้าไปในการคำนวณ\n\n6. วัสดุเป็นเส้นโครงสร้าง (Rigid Members): สมมติว่าชิ้นส่วนไม่ยืดหรือหดตัว และไม่เกิดการโค้งงอ\n\n7. ไม่วิเคราะห์ความล้มเหลว: แบบจำลองคำนวณเฉพาะแรงภายใน ไม่ได้ตรวจสอบว่าชิ้นส่วนใดจะแตกหักหรือล้มเหลวเมื่อแรงเกินกำลังรับ"}