BOI เผย 9 เดือนขอลงทุนทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดันห่วงโซ่ AI 1.2 ล้านล้าน บวก Microsoft เปิด Elevate ที่ไทยที่แรกในโลก
เจาะตัวเลข BOI 9 เดือนปี 69 ขอลงทุน 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัลนำ 1.17 ล้านล้าน ห่วงโซ่ AI 111 โครงการ 1.2 ล้านล้าน และ Microsoft เปิด Elevate AI and Jobs ที่ไทยที่แรกใน 19 ประเทศ 15 ต.ค. 2026
สารบัญ

บทนำ: ไทยกำลังกลายเป็นฐานห่วงโซ่ AI โลกจริงหรือ?
บทความนี้จะพาคุณสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นในสองข่าวใหญ่ที่ต่อกันพอดี ผู้อ่านจะได้เข้าใจว่า ทำไมยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI 9 เดือนแรกปี 2569 ถึงพุ่งทะลุ 1.7 ล้านล้านบาท อะไรอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน AI 111 โครงการมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท และทำไม Microsoft ถึงเลือกไทยเป็นที่แรกใน 19 ประเทศ เปิดตัวโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand เมื่อ 15 ต.ค. 2026 รวมถึงผลกระทบต่อคนทำงาน นักศึกษา และผู้ประกอบการไทย
ตัวเลขหลัก BOI 9 เดือนแรกปี 2569 ที่ต้องรู้
จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วง มกราคม - กันยายน 2569
- มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,954 โครงการ มูลค่า 1,707,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
- อนุมัติส่งเสริมแล้ว 1,951 โครงการ มูลค่า 1,512,600 ล้านบาท คาดสร้างการจ้างงานคนไทยเพิ่มกว่า 116,000 ตำแหน่ง ใช้วัตถุดิบในประเทศ 693,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างมูลค่าส่งออก 1.96 ล้านล้านบาทต่อปี
- ออกบัตรส่งเสริมซึ่งใกล้การลงทุนจริงที่สุด 1,961 โครงการ มูลค่า 1,047,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านบาทกำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง
ปัจจัยหนุนตามที่ BOI ระบุคือมาตรการ Thailand FastPass เร่งรัดโครงการสำคัญ และการพัฒนาบุคลากรผ่านมาตรการ Skill Bridge ท่ามกลางการย้ายฐานการผลิตจากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์
ดิจิทัลนำโด่ง อิเล็กทรอนิกส์หนุน ห่วงโซ่ AI คือหัวใจ
โครงสร้างอุตสาหกรรมที่ขอรับการส่งเสริมเปลี่ยนชัด:
- อุตสาหกรรมดิจิทัล มูลค่าสูงสุด กว่า 1.17 ล้านล้านบาท จาก 139 โครงการ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
- อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 189,370 ล้านบาท จาก 262 โครงการ เพิ่มขึ้น 7%
- เกษตรและแปรรูปอาหาร 218 โครงการ มูลค่า 80,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%
- พลังงานและสาธารณูปโภค มีจำนวนโครงการมากที่สุด 313 โครงการ มูลค่า 59,870 ล้านบาท
จุดที่น่าสนใจคือ เมื่อคัดเฉพาะกิจการใน ห่วงโซ่อุปทาน AI พบว่ามี 111 โครงการ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ครอบคลุมทั้งต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ Data Center, Data Hosting, บริการคลาวด์, การออกแบบชิป, การผลิตหรือทดสอบเซมิคอนดักเตอร์และวงจรรวม, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB, ผลิตภัณฑ์โฟโตนิกส์ เช่น สายใยแก้วนำแสงและ Optical Transceiver, ระบบจ่ายและแปลงไฟฟ้า, AI Server, ไปจนถึงฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ HDD และชิ้นส่วน
BOI ยกตัวอย่างผู้ลงทุนสำคัญ เช่น Analog Devices ด้านทดสอบเซมิคอนดักเตอร์, Delta Electronics ด้านระบบไฟฟ้าและ PCB, Western Digital Storage Technologies ด้าน HDD, Eoptolink Technology ด้านโฟโตนิกส์ และ Celestica ด้าน Network Switch และ AI Server การเติบโตของ AI และ Data Center จึงดึงทั้งผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน และโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเป็นซัพพลายเออร์
FDI โต 62% ทำไมสิงคโปร์นำโด่ง?
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 9 เดือนมี 1,309 โครงการ มูลค่า 1,550,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62%
5 อันดับแรก:
- สิงคโปร์ 1,164,595 ล้านบาท 214 โครงการ
- จีน 63,390 ล้านบาท 493 โครงการ
- สหราชอาณาจักร 48,311 ล้านบาท 15 โครงการ
- ญี่ปุ่น 45,478 ล้านบาท 192 โครงการ
- ไต้หวัน 43,243 ล้านบาท 70 โครงการ
มูลค่าสิงคโปร์ที่สูงมาก ส่วนหนึ่งสะท้อนโครงสร้างการถือครองของบริษัทข้ามชาติที่ตั้งโฮลดิ้งในสิงคโปร์แล้วมาลงทุน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทย ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดมาจากบริษัทสัญชาติสิงคโปร์เท่านั้น ขณะเดียวกันภาคกลาง 955,260 ล้านบาท และภาคตะวันออก 632,320 ล้านบาท รวมกันคิดเป็น 93% ของมูลค่าขอทั้งหมด สะท้อนความพร้อมของนิคมและระบบไฟฟ้า ส่วนภาคใต้โต 40% เด่นด้านโรงแรมและแปรรูปเกษตร
ข้อควรระวัง: ตัวเลขขอรับส่งเสริมไม่ใช่เงินลงทุนที่เกิดทันที ต้องดูการออกบัตรและการก่อสร้างจริง รวมถึงการจ้างงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการ
Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand เปิดตัว 15 ต.ค. 2026 ทำไมไทยเป็นที่แรก?
อีกด้านของสมการคือคน Microsoft ร่วมกับรัฐบาลไทยประกาศเปิดตัว Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 โดยระบุว่าไทยเป็นประเทศแรกใน 19 ประเทศ ที่จะใช้โมเดล National Coalition นี้
โครงการนี้ไม่ใช่แค่คอร์สเรียนออนไลน์ แต่เป็นความร่วมมือระดับประเทศที่เชื่อมการพัฒนาทักษะเข้ากับการจ้างงานจริง กลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียน นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ ผู้หางาน และคนวัยทำงานที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน
พันธมิตรหลักที่ Microsoft ประกาศ ได้แก่
- ภาครัฐและการศึกษา: กระทรวง อว. (MHESI), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กรมการจัดหางาน, depa
- ภาคอุตสาหกรรมและนายจ้าง: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สภาพัฒน์ (NESDC)
- แพลตฟอร์มหางาน: JobsDB by SEEK
- ภาคประชาสังคม: Generation Thailand, มูลนิธิกองทุนไทย
Microsoft ระบุว่าก่อนหน้านี้ โปรแกรมสกิลของบริษัทได้พัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้คนไทยไปแล้วกว่า 2.7 ล้านคนในช่วงสองปีที่ผ่านมา
4 เสาหลักของ Elevate และเฟสแรก 9 เดือน
เฟสแรกวางแผน ประมาณ 9 เดือน ตั้งแต่ ต.ค. 2026 ถึง มิ.ย. 2027 แบ่งเป็น 4 ด้าน:
- จัดตั้ง Coalition และพัฒนา Workforce Transformation Framework วิเคราะห์ความต้องการตลาดแรงงานจริงจาก FTI และ JobsDB
- พัฒนาหลักสูตรและใบรับรองทักษะ AI ที่สอดคล้องกับกรอบสมรรถนะดิจิทัลของสหภาพยุโรป DigComp 2.2 เพื่อให้เทียบเคียงได้ระดับสากลและใช้ในระบบ National Credit Bank ของ อว.
- สร้างโอกาสลงมือทำจริง เช่น แฮกกาธอน โครงงานกับสถานประกอบการ เพื่อเปลี่ยนความรู้เป็นพอร์ต
- เชื่อมผู้เรียนกับงาน โดยใช้ข้อมูลตลาดแรงงานเพื่อให้การพัฒนาทักษะตรงกับความต้องการของนายจ้าง
บริบทที่ Microsoft อ้างอิง: LinkedIn ประเมินว่า 70% ของทักษะในงานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปภายในปี 2030, มีงาน AI ทักษะสูงเกิดขึ้น 1.3 ล้านตำแหน่งทั่วโลกปี 2023-2025, และ 66% ของผู้นำธุรกิจบอกว่าจะไม่จ้างคนที่ไม่มีทักษะ AI Literacy ขณะที่ในไทย JobsDB พบใบสมัครงานเพิ่มขึ้น 13% และทักษะ AI ปรากฏในประกาศงานมากขึ้น แต่ยังมีช่องว่างความพร้อม เพราะนักเรียน 77% บอกว่าไม่เคยได้รับการอบรม AI อย่างเป็นทางการจากโรงเรียน
ภาพใหญ่ที่เชื่อมกัน: ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน + ลงทุนในคน
สิ่งที่ BOI และ Microsoft กำลังบอกเป็นภาพเดียวกันคือ เศรษฐกิจ AI ไม่ได้จบที่การสร้าง Data Center มูลค่าล้านล้านบาท แต่ต้องมีคนที่ใช้งาน ดูแล และต่อยอดเทคโนโลยีนั้นได้
- สำหรับผู้ประกอบการไทย: โอกาสอยู่ในซัพพลายเชนรอบๆ Data Center เช่น ติดตั้ง ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น PCB ชิ้นส่วน และบริการบำรุงรักษา รวมถึงการยกระดับโรงงานเดิมผ่านมาตรการ Smart and Sustainable Industry ซึ่งมีคำขอ 196 โครงการ มูลค่า 20,431 ล้านบาท
- สำหรับนักศึกษาและคนทำงาน: ทักษะที่ตลาดต้องการกำลังขยับจากความรู้ทั่วไปสู่ AI Literacy + การคิดเชิงวิพากษ์ + การใช้ AI อย่างปลอดภัย ตามแนวคิด AI in All, All in AI, AI for All ของกระทรวงศึกษาธิการ การมีใบรับรองที่อิง DigComp 2.2 จะช่วยให้ย้ายงานข้ามอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น
- สำหรับภาครัฐ: ความท้าทายคือการกระจายการลงทุนออกจากภาคกลาง-ตะวันออก และการทำให้เงื่อนไข BOI ใหม่ เช่น การจ้างบุคลากรไทย 50% และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เกิดผลจริง
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นต้องติดตาม เช่น การใช้พลังงานของ Data Center ขนาดใหญ่ การจ้างงานจริงต่อเงินลงทุนที่ค่อนข้างต่ำในกลุ่มดิจิทัลเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมดั้งเดิม และรายชื่ออีก 18 ประเทศที่ Microsoft จะขยายโมเดลนี้ซึ่งยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
สรุป
ยอดขอ BOI 9 เดือน 1.7 ล้านล้านบาท ไม่ใช่แค่ตัวเลขโต แต่บอกทิศทางว่าไทยกำลังถูกวางเป็นฐานห่วงโซ่ AI ตั้งแต่ชิปจนถึงคลาวด์ โดย 111 โครงการ 1.2 ล้านล้านบาทคือแกนหลัก และการที่ Microsoft เลือกไทยเป็นที่แรกของโครงการ Elevate AI and Jobs ใน 19 ประเทศเมื่อ 15 ต.ค. 2026 ชี้ว่าจุดแข็งต่อไปของไทยจะอยู่ที่การเชื่อมทักษะ AI ของคนเข้ากับงานจริง หากทำได้ต่อเนื่อง ไทยมีโอกาสขยับจากผู้รับจ้างผลิตไปสู่ศูนย์กลางบุคลากรและบริการ AI ของภูมิภาค
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- BOI เผยยอดขอส่งเสริม 9 เดือน 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัลนำ ห่วงโซ่ AI 1.2 ล้านล้าน 111 โครงการ ข่าวสด
- Microsoft ประกาศไทยเป็นประเทศแรกใน 19 ประเทศ เปิดตัว Elevate AI and Jobs 15 ต.ค. 2026 เฟสแรก 9 เดือน Microsoft Source Asia
- BOI รายละเอียดห่วงโซ่ AI 111 โครงการ ครอบคลุม Data Center, PCB, Photonics, AI Server InfoQuest
- ภาพรวมโครงการ Thailand FastPass และ FDI โต 62% Kaohoon
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!