ระบบสุริยะไม่ต้องจำ! แค่เปรียบเทียบกับของรอบตัวก็เข้าใจได้หมด
ใครเคยนั่งจำดาวเคราะห์ 8 ดวง แล้วสมองว่าง? วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจระบบสุริยะผ่านสิ่งที่เราเห็นทุกวัน ไม่ต้องเปิดหนังสือก็จำได้ขึ้นใจ
สารบัญ

เคยจำดาวเคราะห์แล้วสมองว่างไหม?
สมัยเรียนคุณครูให้จำดาวเคราะห์ 8 ดวงตามลำดับ จากใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดไปไกลที่สุด พุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัส เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน จำได้ไหม? ส่วนใหญ่จำได้แป๊บเดียวก็ลืม เพราะมันเป็นการจำแบบ "ตัวหนังสือบนกระดาษ" ไม่มีภาพ ไม่มีความรู้สึก
แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธี จาก "จำ" เป็น "เข้าใจ" ล่ะ? ลองนึกภาพระบบสุริยะเป็นห้องเรียนห้องนึง ดวงอาทิตย์คือหลอดไฟที่อยู่ตรงกลางห้อง ส่วนดาวเคราะห์แต่ละดวงคือนักเรียนที่นั่งอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ ในห้อง
เรามาเดินสำรวจห้องเรียนแห่งนี้กัน
ดวงอาทิตย์: หลอดไฟ 1000 วัตต์ตรงกลางห้อง
ดวงอาทิตย์คือศูนย์กลางของระบบสุริยะ เหมือนหลอดไฟที่สว่างที่สุดในห้องเรียน ทุกคนต้องพึ่งพาแสงจากมัน
ดวงอาทิตย์มีมวลมหาศาล คิดเป็น 99.8% ของมวลทั้งระบบสุริยะ นั่นหมายความว่าถ้าระบบสุริยะหนัก 100 กิโลกรัม ดวงอาทิตย์คนเดียวหนัก 99.8 กิโลกรัม ที่เหลือ 0.2 กิโลกรัม แบ่งกันไปทั้ง 8 ดวง
เปรียบง่ายๆ ดวงอาทิตย์เป็นเหมือนเจ้านายใหญ่ที่ทุกคนต้องโคจรรอบตัว ไม่มีใครกล้าขยับไปไหน ถ้าไม่มีดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะก็เหมือนห้องเรียนที่ไฟดับ ทุกคนหนาวสั่น มืดมิด ไม่มีพลังงาน
ดาวพุธ: นักเรียนแถวหน้าสุดที่ร้อนจนทนไม่ไหว
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด เหมือนนักเรียนที่นั่งแถวหน้าสุด ใกล้หลอดไฟมากจนร้อนจนทนไม่ไหว
เพราะอยู่ใกล้มาก ดาวพุธจึงมีอุณหภูมิแปลกๆ กลางวันร้อนจนตัวไหม้ (ประมาณ 430 องศาเซลเซียส) แต่กลางคืนหนาวจนตัวแข็ง (ลงไปที่ -180 องศา) เพราะมันไม่มีบรรยากาศห่อหุ้ม ลักษณะเดียวกับนักเรียนที่นั่งแถวหน้า กลางวันร้อนเหงื่อตก พอดับไฟก็หนาวสั่นเพราะแอร์เป่าใส่ตัวโดยตรง
ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ ขนาดใกล้เคียงดวงจันทร์ของเรา มันโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุด ใช้เวลาแค่ 88 วัน ก็ครบรอบ เหมือนเด็กแถวหน้าที่กระตุ้นตัวเองให้ทำงานเร็วที่สุดเพราะอยู่ใกล้คุณครูมากที่สุด
ดาวศุกร์: นักเรียนที่ใส่เสื้อกันหนาวหนาเป็นตัน
ต่อมาคือดาวศุกร์ อยู่แถวที่สองจากดวงอาทิตย์ น่าจะเหมือนโลกเพราะอยู่ใกล้กัน แต่ความจริงแล้วมันเป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ ร้อนกว่าดาวพุธที่อยู่ใกล้กว่า!
เหตุผลคือดาวศุกร์มีบรรยากาศหนามาก ประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เก็บความร้อนไว้ เหมือนนักเรียนที่ใส่เสื้อกันหนาวหนาเป็นตัน พอแสงอาทิตย์ส่องมา ความร้อนเข้าไปแล้วออกไม่ได้ กลายเป็นเรือนกระจกขนาดยักษ์
อุณหภูมิบนดาวศุกร์อยู่ที่ประมาณ 465 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้แรงดันบนดาวศุกร์ก็สูงมาก ประมาณ 90 เท่าของโลก ถ้ามนุษย์ไปยืนบนดาวศุกร์ จะถูกบีบจนแบน
โลก: นักเรียนที่นั่งพอดีๆ ไม่ร้อนไม่หนาว
โลกของเราอยู่แถวที่สามจากดวงอาทิตย์ ตำแหน่งนี้เรียกว่า "Goldilocks Zone" หรือเขตที่อยู่อาศัยได้ ไม่ใกล้ไฟจนไหม้ ไม่ไกลไฟจนเย็น นั่งพอดีๆ
เปรียบเหมือนนักเรียนที่นั่งแถวกลางห้อง ได้แสงพอดี ได้แอร์พอดี ไม่ต้องทนร้อนหรือทนหนาว แถมยังมีบรรยากาศที่พอดี มีน้ำสะอาดดื่มได้ มีอากาศหายใจได้
สิ่งที่ทำให้โลกพิเศษคือเรามีสนามแม่เหล็กที่ป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ เหมือนโลกใส่ร่มกันแดดกัน UV ตลอดเวลา ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กนี้ ชีวิตบนโลกคงไม่มี
ดาวอังคาร: นักเรียนที่อยากเป็นโลก แต่ยังไม่ได้
ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่แถวถัดจากโลก หลายคนเรียกมันว่า "ดาวแดง" เพราะพื้นผิวมีสีแดง มาจากสนิมเหล็ก
ดาวอังคารเหมือนนักเรียนที่อยากเป็นโลก แต่ยังไม่สามารถเป็นได้เพราะมันมีบรรยากาศบางมาก แสงแดดส่องผ่านได้หมด อุณหภูมิกลางวันอยู่ที่ 20 องศา แต่กลางคืนลงไปที่ -73 องศา
นักวิทยาศาสตร์สนใจดาวอังคารมากเพราะเชื่อว่าในอดีตมันเคยมีน้ำและบรรยากาศหนากว่านี้ อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิต แต่เนื่องจากมันไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกัน ลมจากดวงอาทิตย์ก็พัดบรรยากาศออกไปเรื่อยๆ จนเหลือแค่เปลือกแห้งๆ
ดาวพฤหัสบดี: นักเรียนใหญ่ที่สุดในห้อง แต่ไม่มีแกน
มาถึงดาวเคราะห์แก๊สยักษ์กันบ้าง ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ใหญ่กว่าโลกประมาณ 1,300 เท่า!
เปรียบเหมือนนักเรียนที่ตัวใหญ่ที่สุดในห้อง นั่งแถวกลางห้อง ทุกคนเห็นเขาชัดเจน แต่ถ้าให้เขายืนบนตาชั่ง น้ำหนักเขาไม่ได้มากมายเท่าที่ควร เพราะเขาเป็นคนที่อ้วนนุ่มๆ ไม่มีกระดูกแน่นๆ ภายใน
ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์แก๊ส ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลัก ไม่มีพื้นผิวแข็ง ถ้าเราลงไปยืนบนดาวพฤหัสบดี เราจะจมลงไปเรื่อยๆ จนถึงใจกลางที่เป็นของเหลว
สิ่งที่เด่นที่สุดของดาวพฤหัสบดีคือ "จุดแดงใหญ่" ซึ่งเป็นพายุที่กำลังหมุนอยู่บนดาวมานานกว่า 300 ปี ใหญ่กว่าโลกเรา 2-3 เท่า ลองนึกถึงพายุเฮอริเคนที่เราเห็นบนโลก แล้วคูณด้วย 3 เท่า แล้วหมุนอยู่นาน 300 ปี ก็จะได้ภาพประมาณนั้น
ดาวเสาร์: นักเรียนที่ใส่แหวนสวยที่สุด
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่รู้จักกันดีที่สุดเรื่องวงแหวน วงแหวนของดาวเสาร์ประกอบด้วยน้ำแข็งและฝุ่นนับล้านชิ้น ที่หมุนรอบดาวเสาร์
เปรียบเหมือนนักเรียนที่ใส่แหวนสวยที่สุดในห้อง ทุกคนมองเห็นแหวนของเขาชัดเจน แต่ถ้าให้ดูใกล้ๆ แหวนนั้นไม่ใช่แผ่นเดียว แต่เป็นเศษน้ำแข็งเศษฝุ่นนับล้านชิ้นที่เรียงกันอยู่
วงแหวนของดาวเสาร์กว้างมาก กว้างประมาณ 280,000 กิโลเมตร แต่บางมาก บางจุดหนาแค่ 10 เมตร เหมือนกระดาษที่กว้างมากแต่บางมาก ถ้าหากเอาดาวเสาร์มาวางในอ่าวน้ำที่ใหญ่พอ มันจะลอยได้ เพราะมันมีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ
ดาวยูเรนัส: นักเรียนที่นอนเอียง 90 องศา
ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์น้ำแข็งขนาดใหญ่ มีลักษณะพิเศษคือมันหมุนเอียง 90 องศา เทียบกับระนาบการโคจร
เปรียบเหมือนนักเรียนที่นั่งเก้าอี้แล้วนอนเอียง 90 องศา แทนที่จะนั่งตรงๆ ทุกคนก็จะมองเขาแปลกตา แต่เขาก็ยังเรียนหนังสือได้
เพราะการเอียง 90 องศานี้ ดาวยูเรนัสจึงมีฤดูกาลที่แปลกมาก ขั้วเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ 42 ปี กลายเป็นฤดูร้อน แล้วก็หันออก 42 ปี กลายเป็นฤดูหนาว ลองนึกถึงโลกเราที่มีฤดูร้อน 6 เดือน ฤดูหนาว 6 เดือน แล้วคูณด้วย 84 เท่า ก็จะได้ภาพประมาณนั้น
ดาวเนปจูน: นักเรียนแถวหลังสุดที่ลมแรงที่สุด
ดาวเนปจูนเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ที่สุด เปรียบเหมือนนักเรียนที่นั่งแถวหลังสุด ได้แสงน้อย ได้ความร้อนน้อย อุณหภูมิบนดาวเนปจูนอยู่ที่ประมาณ -214 องศาเซลเซียส
แต่สิ่งที่น่าตกใจคือดาวเนปจูนมีลมที่แรงที่สุดในระบบสุริยะ ความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลองนึกถึงพายุเฮอริเคนที่แรงที่สุดบนโลกเรา ความเร็วลมประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วคูณด้วย 7 เท่า ก็จะได้ภาพประมาณนั้น
เหมือนนักเรียนแถวหลังที่ดูเงียบๆ แต่จริงๆ แล้วเขาเก่งที่สุดในห้อง ลมพัดแรงที่สุดในระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์แคระ: นักเรียนที่ไม่ได้เป็นแถวหน้า แต่ก็ยังอยู่ในห้อง
นอกจากดาวเคราะห์ 8 ดวงแล้ว ระบบสุริยะยังมีดาวเคราะห์แคระ เช่น ดาวพลูโต ที่เคยถูกนับเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 แต่ถูกปลดลงเป็นดาวเคราะห์แคระในปี 2549
เปรียบเหมือนนักเรียนที่ไม่ได้เป็นแถวหน้า ไม่ได้เป็นตัวการ์ด แต่ก็ยังอยู่ในห้อง ยังเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน ดาวเคราะห์แคระมีหลายดวง ไม่ใช่แค่ดาวพลูโต ยังมี Ceres, Haumea, Makemake, Eris และอื่นๆ อีก
ดาวหางและอุกกาบาต: แขกที่มาเยือนเป็นครั้งคราว
นอกจากดาวเคราะห์แล้ว ระบบสุริยะยังมีดาวหางและอุกกาบาต ดาวหางเปรียบเหมือนแขกที่มาเยือนเป็นครั้งคราว มันโคจรมาจากไกลๆ พอเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ความร้อนทำให้น้ำแข็งระเหิดเป็นหางสวยงาม
อุกกาบาตเปรียบเหมือนเศษหินที่ลอยอยู่ในห้อง บางครั้งก็ตกลงมาบนโลก ส่วนใหญ่จะไหม้หมดในบรรยากาศ แต่บางครั้งก็มีขนาดใหญ่พอที่จะตกถึงพื้นโลกได้
สรุป: ไม่ต้องจำ แค่เข้าใจ
ระบบสุริยะไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราเปรียบเทียบมันกับสิ่งที่เราเห็นทุกวัน ดวงอาทิตย์คือหลอดไฟ ดาวเคราะห์คือนักเรียนที่นั่งอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ ในห้อง แต่ละดวงมีลักษณะเฉพาะตัว เหมือนนักเรียนแต่ละคนที่มีบุคลิกต่างกัน
ครั้งต่อไปที่ใครถามคุณว่าดาวเคราะห์ 8 ดวงคืออะไร คุณไม่จำเป็นต้องเปิดหนังสือ แค่นึกถึงห้องเรียน แล้วเดินจากแถวหน้าไปแถวหลัง คุณก็จะเข้าใจระบบสุริยะได้ทั้งระบบ
ลองเอาวิธีนี้ไปเล่าให้เพื่อนหรือน้องๆ ฟังดู แล้วจะรู้ว่าการเข้าใจระบบสุริยะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด และถ้ามีโอกาส ลองเปิดแอปดูดาวหรือกล้องส่องทางยาว แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณจะเห็นภาพระบบสุริยะที่เราคุยกันวันนี้ในมุมที่เป็นจริงมากขึ้น
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!