เทคโนโลยีโดย milo อ่าน 10 นาทีเรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

TDRI เตือน AI แทนงาน 2.2 ล้านคน ยุค Agentic AI งานออฟฟิศเงินดีเสี่ยงก่อน

เจาะสัญญาณเตือน TDRI คนไทย 2.2 ล้านคนเสี่ยงถูก AI แทนงานในยุค Agentic AI ทำไมงานออฟฟิศเงินดีโดนก่อน และ Microsoft Elevate ไทยที่แรกใน 19 ประเทศจะช่วยอย่างไร

สารบัญ

บทนำ: คุณจะได้อะไรจากบทความนี้

คลื่น AI รอบนี้ไม่ได้มาแทนแค่แรงงานโรงงานอีกต่อไป แต่กำลังเล็งไปที่โต๊ะทำงานของคุณโดยตรง บทความนี้สรุปสัญญาณเตือนล่าสุดจาก TDRI ที่ประเมินว่าแรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะถูก AI แทนที่ ทำไมงานออฟฟิศที่เงินดีและงานเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ถึงโดนก่อน อธิบายให้เข้าใจว่า Agentic AI ต่างจาก Generative AI อย่างไร และพาคุณไปดูทางออกระดับประเทศอย่างโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand ที่ไทยได้เป็นประเทศแรกจาก 19 ประเทศทั่วโลก เปิดตัว 15 ต.ค. 2026 และจะดำเนินเฟสแรกถึง มิ.ย. 2027 เพื่อเชื่อมทักษะ AI สู่การจ้างงานจริง

1. ตัวเลขช็อก 2.2 ล้านคนมาจากไหน

ในการสัมมนาประจำปี 2569 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ดร.พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล เปิดเผยข้อมูลจากการสำรวจตลาดงานออนไลน์ พบว่าคนไทยราว 2.2 ล้านคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่งานจะถูก AI แทนที่ได้

ตัวเลขนี้ทำให้ไทยมีสัดส่วนแรงงานกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และฟิลิปปินส์

ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ประเมินภาพใหญ่กว่านั้นว่า Generative AI กระทบแรงงานไทยแล้วราว 8.7 ล้านคน หรือ 21% ของกำลังแรงงานทั้งหมด แบ่งเป็น

  • กลุ่มเสี่ยงถูกทดแทนโดยตรง 2.2 ล้านคน
  • กลุ่มที่ AI จะเข้ามาเสริมงาน ต้องปรับวิธีทำงาน 6.5 ล้านคน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานเสริมในช่วงไตรมาส 2/2569 ว่าไทยมีคนว่างงาน 401,000 คน เพิ่มขึ้น 10% สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี โดยกระจุกอยู่ที่อายุ 20-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่ม First Jobber

2. ทำไมยุคนี้คืองานออฟฟิศเงินดีที่โดนก่อน

จุดเปลี่ยนที่ TDRI ย้ำคือ ถ้าเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมรอบก่อน หุ่นยนต์จะแทนงานใช้แรงกาย งานซ้ำซาก ค่าแรงต่ำ แต่คลื่น AI รอบนี้กลับทิศ

กลุ่มเสี่ยงด่านหน้า

  • เสมียน พนักงานคีย์ข้อมูล นักบัญชี นักแปล นักการตลาด
  • ทีมงานโปรดักชัน งานสร้างสรรค์ ตั้งแต่งานแต่งเสียง สร้างภาพ ตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงเขียนโฆษณา
  • งานเหล่านี้มีเพดานรายได้สูง มีเส้นทางเติบโตชัดเจน

กลุ่มที่ยังรอดในระยะสั้น

  • ช่างฝีมือที่ต้องใช้มือและความชำนาญเฉพาะทาง
  • งานบริการสุขภาพ งานดูแลผู้สูงอายุ ที่ต้องใช้การสัมผัสและความเห็นอกเห็นใจสูง
  • แต่ปัญหาคือโครงสร้างค่าตอบแทนของกลุ่มนี้ในไทยยังต่ำ เกิดภาวะหดตัวของงานชนชั้นกลาง

ข้อมูลจาก TDRI ยังพบว่า ประกาศรับสมัครงานที่ระบุว่าต้องมีทักษะ AI เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว (3.9 เท่า) ระหว่างไตรมาส 2/2024 ถึงไตรมาส 2/2026 และลามจากสายไอทีไปสู่บัญชี การตลาด และงานทั่วไปแล้ว

3. Agentic AI คืออะไร ทำไมน่ากลัวกว่าแชตบอต

ถ้า Generative AI คือ AI ที่ตอบคำถามหรือสร้างเนื้อหาตามคำสั่ง Agentic AI คือก้าวต่อไปที่ทำงานแบบจบวงจร

Generative AI: รับคำสั่ง > สร้างผลลัพธ์ 1 ครั้ง > จบ Agentic AI: รับเป้าหมาย > คิด วิเคราะห์ วางแผน > ลงมือทำผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น อีเมล ปฏิทิน ไฟล์ > ตรวจสอบผล > แก้ไขเองได้แบบ End-to-End

ตัวอย่างเช่น จากเดิมคุณสั่งให้ AI ร่างอีเมล แต่ Agentic AI จะอ่านอินบ็อกซ์ จัดลำดับความสำคัญ ร่างตอบ ตรวจสอบไฟล์แนบจากไดรฟ์ นัดเวลาประชุมให้ และส่งสรุปให้คุณอนุมัติ นี่คือเหตุผลที่งานออฟฟิศที่เคยเป็นบันไดให้เด็กจบใหม่ เช่น งานธุรการ ตรวจทานบัญชี คัดกรองเรซูเม จึงหายไปเร็วที่สุด

4. 5 สัญญาณว่างานของคุณเสี่ยง

คุณลองเช็กงานตัวเองด้วย 5 ข้อนี้ หากเข้าข่ายเกิน 3 ข้อ ความเสี่ยงสูง

  1. งานที่มีกฎชัดเจนและทำซ้ำ: มีขั้นตอนตายตัว มีข้อมูลนำเข้า-ส่งออกชัดเจน เช่น คีย์ข้อมูล ทำรายงานประจำเดือน
  2. งานอยู่หน้าจอเป็นหลัก: ไม่ต้องใช้ร่างกายหรือการปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวมาก
  3. งานสรุปและค้นหาข้อมูล: งานที่แกนคือการหาข้อมูล สรุป วิเคราะห์เบื้องต้น เช่น วิจัยตลาดเบื้องต้น ร่างสรุปประชุม
  4. งานถูกวัดด้วยความเร็วและปริมาณ: ยิ่งทำเร็ว ยิ่งได้เปรียบ AI จะได้เปรียบมนุษย์ทันที
  5. งานไม่มีการตัดสินใจที่ต้องรับผิดชอบสูง: ไม่ต้องใช้ดุลยพินิจเชิงจริยธรรม หรือความสัมพันธ์ระยะยาว

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ได้แปลว่าต้องตกงานทันที แต่แปลว่าหน้าที่ของคุณจะถูกนิยามใหม่เป็นผู้ควบคุม AI แทนผู้ลงมือทำเอง

5. Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand คือทางออกระดับประเทศ

วันที่ 15 ต.ค. 2026 Microsoft ร่วมกับรัฐบาลไทยประกาศเปิดตัวโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand อย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ นับเป็นประเทศแรกจาก 19 ประเทศทั่วโลกที่นำโมเดลภาคีความร่วมมือระดับชาติ (National Coalition) มาใช้

เฟสแรกวางไว้อย่างไร

  • ระยะเวลา: ประมาณ 9 เดือน ตั้งแต่ ต.ค. 2026 ถึง มิ.ย. 2027
  • เป้าหมาย: เชื่อมการเรียนรู้ในห้องเรียนและมหาวิทยาลัยไปสู่การจ้างงานจริง สำหรับนักเรียน นักศึกษาอาชีวะ ครู บัณฑิตจบใหม่ ผู้หางาน และแรงงานที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ
  • ตัวเลขพื้นฐาน: Microsoft ระบุว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โปรแกรมสกิลของบริษัทได้ช่วยคนไทยไปแล้วกว่า 2.7 ล้านคนด้านทักษะดิจิทัลและ AI

4 เสาหลักของโครงการ

  1. จัดตั้งภาคีและกรอบ Workforce Transformation Framework: วางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับตลาด
  2. พัฒนาหลักสูตรและใบรับรองทักษะ AI ที่อิง EU DigComp 2.2: DigComp คือกรอบสมรรถนะดิจิทัลของสหภาพยุโรปที่อัปเดตปี 2022 มีตัวอย่างกว่า 250 รายการที่ครอบคลุมความรู้ด้าน AI ใช้กำหนดโปรไฟล์งานและออกใบรับรองได้
  3. สร้างพื้นที่ให้ได้ลงมือทำจริง: จัดแฮกกาธอนและกิจกรรมเชิงปฏิบัติ
  4. เชื่อมผู้เรียนกับงานจริง: ใช้ข้อมูลความต้องการแรงงานจริงจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และ JobsDB by SEEK ในการจับคู่

ใครร่วมบ้าง

  • ภาครัฐและการศึกษา: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กรมการจัดหางาน, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)
  • ภาคอุตสาหกรรม: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย, สภาพัฒน์ฯ
  • แพลตฟอร์มจัดหางาน: JobsDB by SEEK
  • ภาคประชาสังคม: Generation Thailand, มูลนิธิกองทุนไทย

กระทรวงศึกษาธิการย้ำแนวคิด AI in All, All in AI, AI for All และวาง 3 ฐานให้ผู้เรียนคือ คิดเป็น ใช้เป็น และใช้อย่างรู้เท่าทัน

6. เราต้องปรับตัวอย่างไรให้รอด ไม่ใช่แค่รู้เท่าทัน

สำหรับคนทำงาน

  • เปลี่ยนจากผู้ทำเป็นผู้คุม: เรียนรู้การใช้ Agentic AI เป็นผู้ช่วย เช่น ให้ AI จัดการงานธุรการ แล้วคุณโฟกัสที่การตัดสินใจและความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • สะสมใบรับรองที่ตลาดยอมรับ: เตรียมติดตามใบรับรองที่อิง DigComp 2.2 ที่จะออกในช่วงกลางปี 2027 และพอร์ตจากแฮกกาธอนของโครงการ
  • ย้ายทักษะไปงานที่ AI ยังแทนยาก: งานที่ต้องใช้การสื่อสารเชิงลึก การเจรจา การดูแลคน

สำหรับองค์กรและ HR

  • เริ่มเห็นเรซูเมแบบใหม่: ตั้งแต่กลางปี 2027 จะเริ่มเห็นผู้สมัครที่มีใบรับรอง AI ตามมาตรฐาน DigComp
  • รีสกิลแบบมีเป้าหมาย: ใช้ข้อมูลจาก FTI และ JobsDB มาวางแผนว่าตำแหน่งไหนต้องเสริม AI literacy ก่อน
  • สร้าง Career Pathway ใหม่: แทนที่จะตัดตำแหน่งเริ่มต้นออกทั้งหมด ให้ออกแบบตำแหน่ง Junior ที่ทำงานร่วมกับ AI

ข้อควรระวัง

  • ตัวเลข 2.2 ล้านคนเป็นการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การตกงานจริงทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเร็วที่องค์กรนำ AI มาใช้และนโยบายรัฐ
  • โครงการ Microsoft Elevate ยังไม่ประกาศงบประมาณและจำนวนผู้เข้าอบรมที่ชัดเจนในเฟสแรก ต้องติดตามผลลัพธ์กลางปี 2027
  • ทักษะ AI ในประกาศงานเพิ่มขึ้นเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งต้องเขียนโค้ด สิ่งที่นายจ้างต้องการจริงคือ AI literacy คือใช้ AI เป็น และใช้อย่างปลอดภัย

สรุป

สัญญาณเตือนจาก TDRI ชัดเจนว่าไทยกำลังเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่งานออฟฟิศเงินดีและงานเริ่มต้นของเด็กจบใหม่เสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุด ไม่ใช่เพราะ AI เก่งกว่าในทุกเรื่อง แต่เพราะงานเหล่านั้นมีโครงสร้างที่ Agentic AI ทำได้ครบวงจรที่สุด ในขณะเดียวกัน ไทยก็เป็นประเทศแรกที่ Microsoft เลือกเปิดตัว Microsoft Elevate AI and Jobs เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ คือเชื่อมการศึกษาสายอาชีวะและมหาวิทยาลัยกับความต้องการจ้างงานจริง ด้วยกรอบสากลอย่าง DigComp 2.2 และข้อมูลตลาดแรงงานจริง 9 เดือนข้างหน้าตั้งแต่ ต.ค. 2026 ถึง มิ.ย. 2027 จะเป็นช่วงชี้วัดว่าความร่วมมือนี้จะเปลี่ยนตัวเลข 2.2 ล้านความเสี่ยงให้เป็น 2.2 ล้านโอกาสได้หรือไม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Thairath Money - TDRI กางข้อมูลช็อก AI กลืนตำแหน่งงาน คนไทยเสี่ยงตกงาน 2.2 ล้านคน
  • Microsoft Source Asia - Thailand becomes first country to launch Microsoft Elevate AI and Jobs national coalition (15 Oct 2026)
  • SV Innovation - Microsoft Starts AI Jobs Coalition in Thailand, First of 19
  • Thaigov.go.th - รัฐบาลจับมือ Microsoft เลือกไทยประเทศแรกจาก 19 ประเทศ

เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน

พบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อน?เข้าสู่ระบบเพื่อทักท้วง
บทความนี้เป็นอย่างไร?

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!