เทคโนโลยีโดย milo อ่าน 8 นาทีเรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

คนไทย 52% จะยกงานให้ AI Agent ภายในปี 2573 แซงโลก

Ericsson ConsumerLab เผยปี 2573 คนไทย 52% จะใช้ AI Agent ทำงานแทน แซงค่าเฉลี่ยโลก 40% ทำไม 5G Uplink และความปลอดภัยต้องเร่งก่อนเครือข่ายรับไม่ไหว

สารบัญ

บทนำ: คุณจะได้อะไรจากบทความนี้

ภายใน 4 ปีข้างหน้า งานที่คุณทำทุกวันอย่างการจองร้านอาหาร เช็คราคาสินค้า จัดตารางประชุม อาจไม่ต้องทำเองอีกต่อไป รายงานล่าสุดจาก Ericsson ConsumerLab ที่เผยแพร่เมื่อ 26 ต.ค. 2569 ชี้ชัดว่า ผู้ใช้สมาร์ตโฟนไทย 52% จะมอบหมายงานให้ AI Agent ทำแทนภายในปี 2573 พุ่งจากแค่ 5% ในวันนี้ และแซงค่าเฉลี่ยโลกที่ 38-40%

บทความนี้สรุปให้คุณเข้าใจใน 10 นาทีว่า ทำไมคนไทยถึงเป็น AI Super Users เร็วกว่าโลก, AI Agent ทำงานอย่างไรต่างจาก ChatGPT ที่เราคุ้นเคย, ทำไมเครือข่าย 5G ของไทยต้องเร่งเรื่อง Uplink มากกว่า Downlink, และคุณในฐานะผู้ใช้และเจ้าของธุรกิจต้องเตรียมเรื่องความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนอย่างไรก่อนที่เครือข่ายจะรับไม่ไหว

1. ตัวเลขที่ต้องจำ: จาก 5% สู่ 52% ภายใน 4 ปี

รายงานชื่อ “An agentic life: How consumer AI usage is shaping future network needs” ของ Ericsson ConsumerLab สำรวจผู้ใช้สมาร์ตโฟนอายุ 15-69 ปี มากกว่า 43,000 คน ใน 27 ตลาดทั่วโลก รวมถึงไทย โดยระบุว่าเป็นตัวแทนผู้ใช้ประมาณ 1.7 พันล้านคน

ภาพรวมทั่วโลกและภาพของไทยต่างกันชัดเจน:

ตัวชี้วัด ปัจจุบัน (ทั่วโลก / ไทย) คาดการณ์ปี 2573 (2030) (ทั่วโลก / ไทย)
ใช้ Agentic AI 4% / 5% 38% / 52%
ใช้ Multimodal AI ทุกวัน (ข้อความ+ภาพ+เสียง+วิดีโอ) 10% / 15% 30% / 41%
ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน - / 52% - / 67%
สัดส่วน AI Super Users 10% / 12% 31% / 34%

ประเด็นสำคัญคือ AI Super Users แม้วันนี้มีแค่ 10-12% แต่สร้างปริมาณการใช้งาน AI รวมกันถึง 35% ของทั้งโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 80% ในปี 2573 นั่นคือคนกลุ่มน้อยจะขับเคลื่อนทราฟฟิกส่วนใหญ่

คนไทยคาดหวังว่า AI Agent จะช่วยลดเวลาหน้าจอได้ 1.3 ชั่วโมงต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 1 ชั่วโมง

2. Agentic AI ต่างจาก AI แชตบอตอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่าง Generative AI แบบ ChatGPT ที่ตอบคำถาม กับ Agentic AI ที่เป็นพระเอกของรายงานนี้

AI แบบเดิม (Generative / Multimodal): คุณสั่ง แล้วมันตอบ คุณต้องอยู่หน้าจอเพื่อสั่งทุกครั้ง เป็นการโต้ตอบแบบ 1 ต่อ 1

AI Agent (Agentic AI): คุณมอบเป้าหมาย แล้วมันไปทำให้จบเอง มันคิดลำดับขั้นตอน เรียกเครื่องมืออื่น และทำงานเบื้องหลังต่อเนื่อง เช่น

  • “จองร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในงบ 1,000 บาทใกล้ BTS พร้อมกันสำหรับ 4 คนวันศุกร์นี้” Agent จะเช็ครีวิว เช็คคิว เช็คปฏิทินคุณ และจองให้เลย
  • “เปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่คุ้มสุดแล้วต่ออายุให้ถ้าราคาไม่เกินปีที่แล้ว”
  • “เฝ้าดูราคาตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่แล้วซื้อทันทีถ้าต่ำกว่า 1,200 บาท”

Ericsson ระบุว่างานที่คนอยากมอบให้ Agent มากที่สุดคือ การนัดหมายและประสานงาน, การเปรียบเทียบสินค้า, การจัดการซื้อของซ้ำๆ และการติดตามสุขภาพ

พฤติกรรมการใช้เน็ตของเรา 10 ปีที่ผ่านมาคือเน้นดาวน์โหลด ดูวิดีโอ ดูไลฟ์ แต่ AI Agent กลับพฤติกรรมทั้งหมด

  1. Uplink-heavy: Agent ต้องส่งรูป วิดีโอ เสียง วิดีโอสดจากแว่นอัจฉริยะขึ้นคลาวด์เพื่อประมวลผลตลอดเวลา จากเดิมที่ Uplink ใช้แค่ 10-15% ของทราฟฟิก อาจกลายเป็น 30-40%
  2. Traffic Burst: เกิดการพุ่งของข้อมูลเป็นช่วงสั้นๆ ในพื้นที่แออัด เช่น สยาม หรือสนามกีฬา เมื่อคนหลายร้อยคนสั่ง Agent พร้อมกัน
  3. Always-on Background: Agent ทำงานเบื้องหลังแม้คุณล็อกหน้าจอ ทำให้เครือข่ายต้องรักษาการเชื่อมต่อที่เสถียร ไม่หลุด ไม่ดีเลย์

Anders Rian ประธาน Ericsson ประเทศไทย ให้ความเห็นว่าเครือข่ายมือถือต้องเพิ่ม Uplink Capacity และต้องให้การตอบสนองที่รวดเร็ว แม่นยำ และคาดการณ์ได้

ผู้ใช้กลุ่ม AI Super Users ในไทยอ่อนไหวต่อความล่าช้ามากกว่าผู้ใช้ทั่วไปถึง 3.4 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 2.5 เท่า หากตอบช้าไป 500 มิลลิวินาที ความพึงพอใจต่อเครือข่ายจะตกทันที

4. 5G Advanced, Network Slicing และ AI-driven Operations คือคำตอบ

Ericsson เสนอ 3 เทคโนโลยีที่โอเปอเรเตอร์ไทยต้องเร่งลงทุน:

  1. 5G Advanced (5.5G): รองรับ Uplink ที่สูงขึ้นมาก มีฟีเจอร์ Uplink MIMO และการจัดสรรคลื่นที่ยืดหยุ่นกว่า 5G ปัจจุบัน ทำให้ส่งวิดีโอ 4K จากอุปกรณ์ AI ได้จริง

  2. Network Slicing: ตัดแบ่งเครือข่าย 1 โครงข่ายเป็นหลาย Slice เสมือนถนนหลายเลน เลนหนึ่งสำหรับดูหนัง อีกเลนสำหรับ AI Agent ที่ต้องการความปลอดภัยและ Latency ต่ำสุดโดยเฉพาะ ลูกค้าองค์กรหรือผู้ใช้ที่จ่ายเพิ่มจะได้คุณภาพรับประกัน (Service Assurance)

  3. AI-driven Network Operations: ใช้ AI มาบริหารเครือข่าย AI อีกที เพื่อพยากรณ์จุดที่ทราฟฟิกจะพุ่ง และย้ายทรัพยากรไปรองรับล่วงหน้า

ถ้าไม่ทำ สิ่งที่จะเกิดคือในย่านธุรกิจตอนเที่ยง ทุกคนสั่ง Agent ช่วยสรุปประชุมผ่านวิดีโอ เครือข่ายจะคอขวดที่ฝั่งอัปโหลด วิดีโอค้าง และการยืนยันตัวตนล้มเหลว

5. ความปลอดภัยและการยืนยันตัวตน: จุดตายที่คนไทยกังวลที่สุด

รายงานพบว่า 34% ของผู้ใช้ AI ทุกวันในไทยกังวลอย่างมากเรื่อง AI ปลอม หรือการถูกแฮ็กข้อมูลแล้วนำไปแอบอ้างทำรายการในชื่อของตน เช่น Agent ปลอมไปจองหรือโอนเงิน

คำถามใหญ่คือ: จะรู้ได้อย่างไรว่า Agent ที่ทักมาร้านค้าคือตัวจริงของคุณ?

Ericsson พบว่าผู้บริโภคไทยยกให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (CSP) เป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือที่สุดในการยืนยันตัวตนของ AI Agent มากกว่าบริษัทโซเชียลหรือแพลตฟอร์ม AI เอง

โอกาสของโอเปอเรเตอร์คือการขายบริการเสริม:

  • Secure Identity & Authentication: ซิมและเบอร์โทรเป็นรากฐานของ Digital ID สำหรับ Agent ของคุณ
  • Number Verification / API: ให้ร้านค้าตรวจสอบว่า Agent ที่มาจองนั้นผูกกับเบอร์จริงและผ่านการยืนยันแล้ว
  • Fraud Prevention: ตรวจจับพฤติกรรม Agent ที่ผิดปกติ เช่น ส่งคำสั่งซื้อถี่เกินจริง

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ข้อควรระวังคือ

  • อย่าให้ Agent เข้าถึงบัญชีธนาคารโดยไม่มีวงเงินจำกัด
  • เปิดใช้งาน 2FA สำหรับทุกบริการที่ Agent เข้าถึง
  • ตรวจสอบ Log การทำงานของ Agent ทุกสัปดาห์

6. AI จะย้ายจากมือถือไปแว่นตาและอุปกรณ์ใหม่

อีกหนึ่งข้อมูลที่มองข้ามไม่ได้คือ ภายในปี 2573 ผู้ใช้สมาร์ตโฟนไทย 30% จะใช้งาน AI ผ่านอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากสมาร์ตโฟน เช่น แว่นตาอัจฉริยะ หูฟัง AI Pin

งานวิจัยพบว่า Early Adopter ของแว่น AI กว่า 60% โพสต์และไลฟ์บนโซเชียลมากขึ้น เพราะสั่งงานด้วยเสียงและภาพได้ทันที นั่นหมายถึงทราฟฟิก Uplink แบบเรียลไทม์จะเพิ่มอีกหลายเท่า

นี่คือเหตุผลว่าทำไมโอเปอเรเตอร์ต้องคิดแบบ Multi-device ไม่ใช่แค่ดูแลมือถือเครื่องเดียว

สรุป: เตรียมตัวอย่างไรก่อนปี 2573

  • สำหรับผู้ใช้ทั่วไป: คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของ 52% แน่นอน เริ่มฝึกการเขียน Prompt แบบมอบเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ถาม-ตอบ และตั้งกฎการควบคุม Agent ให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้
  • สำหรับธุรกิจ SME และนักพัฒนา: เตรียม API ให้ Agent เรียกใช้ได้ และวางแผนรองรับ Uplink Traffic จากลูกค้าที่ส่งวิดีโอมาถามแทนพิมพ์ข้อความ
  • สำหรับโอเปอเรเตอร์และภาครัฐ: ต้องเร่งประมูลและจัดสรรคลื่นที่เอื้อต่อ Uplink, ส่งเสริม 5G Advanced และสร้างกรอบกฎหมายการยืนยันตัวตน Agent ให้เป็นมาตรฐานกลาง ไม่เช่นนั้นประสบการณ์ AI ของไทยที่นำโลกจะกลายเป็นประสบการณ์ที่แย่เพราะเครือข่ายไม่พร้อม

คนไทยพร้อมใช้ AI Agent เร็วกว่าโลก นี่คือโอกาส แต่ก็เป็นแรงกดดันที่เครือข่ายไทยต้องรับให้ไหวใน 4 ปีข้างหน้า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน

พบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อน?เข้าสู่ระบบเพื่อทักท้วง
บทความนี้เป็นอย่างไร?

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!