ไทยใช้ AI ทุกวัน 22% อันดับ 2 อาเซียน แต่ธุรกิจจ่ายจริงแค่ 12%
เจาะ e-Conomy SEA 2026 ทำไมคนไทยใช้ GenAI ทุกวัน 22% ติดอันดับ 2 อาเซียน แต่ Token 60% มาจากผู้บริโภค และโอกาส 1.7 ล้านล้านบาทจาก BOI ที่ SME ต้องคว้าให้ทัน
สารบัญ

บทนำ: คุณจะได้อะไรจากบทความนี้
รายงาน e-Conomy SEA 2026 ฉบับที่ 11 จาก Google, Temasek และ Bain & Company บอกภาพที่ย้อนแย้งของไทยชัดเจนมาก คนทำงานไทยใช้ GenAI ทุกวันถึง 22% สูงเป็นอันดับ 2 ใน 6 ประเทศหลักอาเซียน แต่เมื่อวัดด้วย Token ซึ่งเป็นหน่วยวัดการใช้งาน AI จริงๆ ผู้บริโภคกลับครองสัดส่วนถึง 60-65% ส่วนภาคธุรกิจไทยสร้าง Token ได้แค่ 35-40%
บทความนี้จะถอดรหัสตัวเลขเหล่านี้ให้เข้าใจง่าย ว่าทำไมการใช้กับการจ่ายเงินถึงห่างกันไกล โครงสร้าง Token Economy บอกอะไรเรา และทำไมยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน BOI 1.7 ล้านล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ถึงเป็นหน้าต่างโอกาสทองสำหรับ SME ไทยที่จะกระโดดจากผู้ใช้ไปเป็นผู้สร้างมูลค่า
1. ภาพรวม e-Conomy SEA 2026: เศรษฐกิจดิจิทัลโตสวนกระแส
รายงานปีนี้ตั้งชื่อว่า Building the Intelligent Economy ให้ตัวเลขสำคัญ 2 ตัวที่ต้องจำ
- GMV เศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนปี 2026 คาดว่าจะโต 17% เป็น 3.68 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทะลุ 1.14 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2035 โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 13%
- GenAI มีผู้ใช้แล้ว 243 ล้านคน หรือ 58% ของประชากรวัยทำงานใน 6 ประเทศหลัก (SEA-6: ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม) ใช้เวลาไม่ถึง 3 ปีในการไปถึงจุดนี้ เร็วกว่าการ普及ของ mobile internet ถึง 4 เท่า
นั่นแปลว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านผู้ใช้พร้อมแล้ว แต่ความลึกของการใช้งานยังห่างไกลจากสหรัฐมาก
2. ไทยอันดับ 2 ด้าน Daily Use: 22% ใช้ทุกวันหมายความว่าอะไร
ตัวเลขจากรายงานแยกย่อยประเทศไทยได้น่าสนใจมาก
| ตัวชี้วัด | ไทย | เทียบอาเซียน | | --- | --- | | การเข้าถึง GenAI ใน 30 วันล่าสุด | 63% ของวัยทำงาน | สิงคโปร์ 70%, มาเลเซีย 68%, เวียดนาม 65% | | ใช้ทุกวัน (Daily) | 22% | เวียดนาม 26% (อันดับ 1), ไทย 22% (อันดับ 2), สิงคโปร์ 21%, มาเลเซีย 20% | | ใช้รายสัปดาห์ (Weekly) | 55% | สิงคโปร์ 62%, เวียดนาม 60%, มาเลเซีย 57% |
ข้อควรระวังเรื่องนิยาม: ตัวเลขนี้วัดเฉพาะคนที่ใช้แอปหรือเว็บ GenAI แบบแยกเดี่ยว เช่น ChatGPT, Gemini, Claude ใน 30 วัน ไม่นับรวมฟีเจอร์ AI ที่ฝังอยู่ในแอปค้นหา แชท หรืออีคอมเมิร์ซ
ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมคนไทยมีเอกลักษณ์ ข้อมูลจาก Gemini ระบุว่า prompt คนไทยประมาณ 1 ใน 3 เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เช่น สูตรอาหารและการแต่งบ้าน สะท้อนการใช้งานเพื่อการพักผ่อนและการค้นพบ ไม่ใช่แค่งาน
3. ความย้อนแย้ง: ทำไม Token 60% มาจากผู้บริโภค ไม่ใช่บริษัท
นี่คือหัวใจของรายงานปีนี้ รายงานเริ่มวัดการใช้งานด้วย Token ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานที่โมเดล AI ประมวลผลเวลาอ่านและตอบ
- ระดับภูมิภาค SEA-6: ผู้บริโภคสร้าง Token ประมาณ 60% ส่วนใหญ่อยู่ที่งานและการเรียน เช่น ร่างงาน ค้นคว้า วิเคราะห์ โค้ด งานธุรการ ประมาณ 70% ของการใช้งานฝั่งผู้บริโภค
- ประเทศไทย: ผู้บริโภค 60-65% ภาคธุรกิจ 35-40% เทียบกับสิงคโปร์ที่ภาคธุรกิจครอง 55-60% และมาเลเซีย 45-50%
- ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฝั่งผู้บริโภคสูงถึง 80-85% ไทยจึงอยู่ตรงกลาง แสดงว่ามีฐานองค์กรที่ดีกว่าเพื่อนบ้าน แต่ยังตามหลังสิงคโปร์และมาเลเซีย
ช่องว่างที่ใหญ่กว่านั้นคือปริมาณต่อหัว คน SEA-6 ใช้เฉลี่ยประมาณ 5 ล้าน Token ต่อคนต่อปี ขณะที่สหรัฐใช้ 60 ล้าน Token และยุโรป 14 ล้าน Token น้อยกว่าเกือบ 10 เท่า ความต่างนี้มาจากฝั่งองค์กรเกือบทั้งหมด
และที่สำคัญ: มีเพียง 1-2% ของประชากรใน 6 ประเทศเท่านั้นที่จ่ายเงินสมัครสมาชิก AI ส่วนตัว ผู้ใช้เกือบทั้งหมดยังพึ่งพาบริการฟรี นี่คือเหตุผลที่ภาพรวมดูคึกคักแต่รายได้และการใช้งานเชิงลึกยังไม่เกิด
4. กับดัก 12% ที่ต้องเข้าใจให้ถูก
หลายสื่อสรุปว่ามีตัวเลขบริษัทไทยใช้ AI จริงแค่ 12% ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจาก e-Conomy SEA โดยตรง แต่มาจากรายงานเสริมของธนาคารโลกและ IFC เรื่อง World Bank East Asia and Pacific Update ที่ประเมินการนำ AI ไปใช้ในกระบวนการผลิต (AI adoption rate in production) ของไทยไว้ราว 12% เทียบกับสหรัฐ 43%
สิ่งที่ควรมองคือ e-Conomy SEA บอกเป็นนัยเดียวกันผ่าน Token share 35-40% ของไทย ซึ่งต่ำกว่าสิงคโปร์และมาเลเซียชัดเจน ปัญหาคือ
- บริษัทใช้แบบทดลอง ไม่ได้ฝังใน workflow หลัก
- ขาดการเชื่อมต่อกับ cloud, data, และระบบลูกค้า
- กังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูลและการวัด ROI
ในขณะที่รายงานอีกด้านบอกว่า 75% ของผู้ใช้ GenAI ในอาเซียนพร้อมให้ AI Agent ช่วยซื้อของให้ และ 72% ใช้ระบบอัตโนมัติง่ายๆ อย่างแจ้งเตือนราคาอยู่แล้ว นั่นคือผู้บริโภคพร้อม แต่ฝั่งซัพพลายคือธุรกิจไทยยังไม่พร้อมรับ
5. โอกาส 1.7 ล้านล้าน: BOI กำลังบอกอะไร SME
ตัดภาพมาที่ฝั่งอุปทานการลงทุน ข้อมูลจาก BOI ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 น่าสนใจมาก
9 เดือนแรกปี 2026 (ม.ค.-ก.ย.): มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,954 โครงการ มูลค่า 1.707 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY
ไส้ในของตัวเลขนี้สำคัญกว่ายอดรวม:
- ดิจิทัลอย่างเดียว 1.17 ล้านล้านบาท หรือ 69% ของมูลค่าทั้งหมด ทั้งที่มีแค่ 139 โครงการ เกือบ 2 เท่าจากปีก่อน
- ห่วงโซ่อุปทาน AI รวม 111 โครงการ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์, cloud, ชิป, การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์, PCB, ออปติคอลทรานซีฟเวอร์, AI Server
- เงินลงทุนจากต่างประเทศโต 62% เป็น 1.55 ล้านล้านบาท โดยสิงคโปร์นำโด่งด้านมูลค่า (75% ของ FDI) ส่วนจีนนำด้านจำนวนโครงการ
BOI คาดว่าโครงการที่อนุมัติแล้วจะสร้างงานกว่า 116,000 ตำแหน่ง และมีการจัดซื้อวัตถุดิบในประเทศกว่า 6.93 แสนล้านบาทต่อปี
6. Playbook สำหรับ SME ไทย: จากผู้ใช้ 22% สู่ผู้ขายที่ได้ Token
ถ้าคุณเป็น SME คำถามไม่ใช่จะใช้ ChatGPT ไหม แต่จะเปลี่ยน Token ที่คนไทยใช้ฟรีทุกวันให้เป็นรายได้อย่างไร
ขั้นที่ 1: แยกงานผู้บริโภคกับงานองค์กร
- งานผู้บริโภคที่กิน Token มากสุดคือ ค้นคว้า ร่าง ตัดต่อ สรุป ใช้ AI ฟรีช่วยพนักงานลดเวลา 30-50% ได้ทันที ไม่ต้องรอลงทุนใหญ่
- งานองค์กรที่สร้างมูลค่าคือ เอา Token ไปฝังในจุดที่ลูกค้าพร้อมจ่าย เช่น ค้นหาสินค้า เปรียบเทียบราคา บริการหลังการขาย
ขั้นที่ 2: เริ่มจาก Agentic Commerce
รายงานบอกว่า 50% ของผู้บริโภคอาเซียนใช้ AI เพื่อค้นพบสินค้า และ 69% ใช้เพื่อเปรียบเทียบ รายงานของ Bangkok Post ยังชี้ว่าไทยนำอาเซียนด้านความไว้ใจ AI Agent ให้ช่วยช้อป (85% ในไทย เทียบกับสิงคโปร์ 59%) ทำแคตาล็อกสินค้าให้ AI อ่านเข้าใจ (Product Feed ที่สะอาด) สำคัญกว่าโฆษณาอีก
ขั้นที่ 3: เกาะขบวน BOI โดยไม่ต้องเป็นดาต้าเซ็นเตอร์
- คุณไม่ต้องสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ แต่เข้าไปเป็น Supplier ของห่วงโซ่ AI ได้: งานติดตั้ง งานไฟฟ้า งานบำรุงรักษา บรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับแคมป์คนงาน ไปจนถึงการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐาน
- ใช้มาตรการ Smart and Sustainable Industry ของ BOI ที่มี 196 คำขอ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงเดียวกัน สำหรับปรับเครื่องจักร ใช้พลังงานหมุนเวียน และนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ขอได้แม้เป็นโรงงานเดิม
7. ข้อควรระวังก่อนกระโดด
- อย่าสับสนระหว่างการใช้งานกับการจ่ายเงิน: 22% daily use ไม่ได้แปลว่าพร้อมจ่าย รายงานย้ำว่าจ่ายจริงแค่ 1-2% โมเดลธุรกิจที่พึ่งค่าสมาชิกอย่างเดียวจะเหนื่อย ต้องผูกกับผลลัพธ์ที่วัดได้
- Token มีต้นทุน: การให้พนักงานใช้ AI ฟรีโดยไม่มีนโยบายข้อมูล อาจทำให้ข้อมูลลูกค้าหลุดไปอยู่ในโมเดลสาธารณะ ควรกำหนดเครื่องมือที่องค์กรรับรอง
- โครงสร้างพื้นฐานกระจุกตัว: 93% ของมูลค่าคำขอ BOI อยู่ที่ภาคกลางและตะวันออก SME ภาคอื่นต้องวางแผนโลจิสติกส์และพลังงานให้ดี
- ข้อมูลเปลี่ยนแปลงเร็ว: e-Conomy SEA เป็นภาพ ณ ตุลาคม 2026 ส่วนตัวเลข BOI 1.7 ล้านล้านเป็นยอดคำขอ ไม่ใช่เงินลงทุนจริงที่เกิดแล้ว ต้องติดตามยอดอนุมัติและใบอนุญาตต่อไป
สรุป
ไทยไม่ได้ขาดผู้ใช้ AI เรามีคนใช้ทุกวัน 22% ติดอันดับ 2 อาเซียน แต่เราขาดการเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นการใช้งานเชิงลึกที่วัดด้วย Token และการจ่ายเงิน ช่องว่างนี้เองที่ทำให้สัดส่วน Token 60% ยังมาจากผู้บริโภค ขณะที่องค์กรยังอยู่ที่ 35-40%
ข่าวดีคือเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกำลังมา 1.7 ล้านล้านบาทจาก BOI ใน 9 เดือน โดยมี AI เป็นแกนหลัก สำหรับ SME นี่คือจังหวะเปลี่ยนบทบาท จากคนที่ใช้ AI ช่วยทำงาน ไปเป็นคนที่ทำให้ AI ของลูกค้าเลือกสินค้าเรา และเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เริ่มจากจุดเล็กที่วัด ROI ได้ แล้วค่อยขยายตามโครงสร้างที่ภาครัฐและทุนใหญ่กำลังปูไว้ จะทำให้ตัวเลข 22% นี้มีความหมายทางเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่แค่สถิติการใช้งาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Google Official Blog: Southeast Asia’s digital economy to hit $368B GMV in 2026 - e-Conomy SEA Report 2026
- Bangkok Post: AI adoption surges, but enterprise use lags - Thailand second in daily GenAI use
- EconoTimes: Thailand Ranks Second in Daily Generative AI Use as Consumers Drive Token Activity
- Asia Daily / BOI Announcement: Thailand Investment Applications Hit 1.7 Trillion Baht Jan-Sep 2026
- Bangkok Post: BoI promotion applications jump 28%
- Techwire Asia / eWEEK: e-Conomy SEA 2026 consumer accounts for 60% of regional tokens
- Temasek Official: Southeast Asia’s digital economy set for $368B GMV in 2026
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!