ไทยเคาะกฎดาต้าเซ็นเตอร์ 7 เทียร์ตามใช้ไฟ ดาต้าเซ็นเตอร์ 5GW จะรอดน้ำ-ไฟได้อย่างไรในโลก 2.8°C
เจาะกฎใหม่ 27 ต.ค. 2026 ไทยแบ่งดาต้าเซ็นเตอร์ 7 ระดับตามใช้ไฟ บังคับโค้ดสิ่งแวดล้อม CoP และมาตรฐานน้ำ-ไฟ-ที่ดิน พร้อมวิเคราะห์ทางรอดของโครงการระดับ 5GW ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน 2.8°C จากรายงาน UNEP
สารบัญ

บทนำ: คุณจะได้อะไรจากบทความนี้
วันที่ 27 ตุลาคม 2026 ประเทศไทยเปลี่ยนวิธีคุมดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ จากเดิมดูตามประเภทธุรกิจ มาเป็นการแบ่งตามขนาดการใช้ไฟฟ้า 7 ระดับ พร้อมบังคับใช้มาตรฐานขั้นต่ำและโค้ดสิ่งแวดล้อมใหม่ บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่า กฎใหม่คืออะไร 7 เทียร์แบ่งอย่างไร ทำไมโครงการขนาดใหญ่ระดับ 200MW+ หรือภาพรวม 5GW ถึงต้องกังวลเรื่องน้ำและไฟ และในวันที่รายงาน UNEP บอกว่าโลกกำลังมุ่งหน้าไป 2.8°C ตามนโยบายปัจจุบัน ดาต้าเซ็นเตอร์ไทยจะออกแบบให้รอดได้อย่างไร
ภาพรวมกฎใหม่วันที่ 27 ต.ค. 2026 คืออะไร
คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) ที่มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังเป็นประธาน มีมติวันที่ 27 ต.ค. 2026 ให้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์
สาระสำคัญตามรายงานของ Reuters และ Business Times คือ
- กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ 4 ด้าน: 1) ที่ตั้ง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง 2) การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและน้ำ 3) แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม (Code of Practice: CoP) 4) การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม
- แบ่งดาต้าเซ็นเตอร์เป็น 7 เทียร์ตามความต้องการใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่พิเศษ
- จัดตั้งระบบ Data Center One Stop Service (DC-OSS) ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นแกนรับคำขอ และทำ Dashboard TH-DC เพื่อรวมข้อมูลการอนุมัติ
- เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ถัดไป คาดเปิดรับคำขอใหม่ต้นปี 2027 (ต้นปี 2570) ด้วยวิธี Pitching แผนงาน
- ผู้ประกอบการเดิมที่เปิดแล้วหรือได้ใบอนุญาตก่อสร้างก่อน 11 ส.ค. 2569 ให้ดำเนินต่อได้ แต่ต้องปรับให้เข้า CoP ภายใน 1 ปี
ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว 42 แห่ง คิดเป็นภาระ IT Load ประมาณ 3,400 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 750,000 ล้านบาท และมีผู้สนใจลงทุนรายใหม่มากกว่า 100 ราย โดยเฉพาะปี 2026 TikTok ลงทุนกว่า 24.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย
7 เทียร์ตามการใช้ไฟ แบ่งอย่างไรและทำไมต้องแบ่งแบบนี้
แนวคิดใหม่คือใช้ไฟฟ้าเป็นตัวแทนผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่แค่ขนาดอาคาร
ตามเอกสารสรุปจาก Smart City และ HOTSIA การแบ่ง 7 ระดับมีโครงสร้างดังนี้
| ระดับ | ช่วงการใช้ไฟฟ้า (โดยประมาณ) | ลักษณะการกำกับ |
|---|---|---|
| 1 | 0 - 0.5 MW | ขนาดเล็กมาก เช่น Edge ในอาคารสำนักงาน |
| 2 | 0.5 - 1 MW | เล็ก |
| 3 | 1 - 5 MW | เล็ก-กลาง |
| 4 | 5 - 20 MW | กลาง |
| 5 | 20 - 50 MW | กลาง-ใหญ่ เริ่มกระทบสถานีไฟฟ้าย่อย |
| 6 | 50 - 200 MW | ใหญ่ ต้องดูสายส่ง สายจำหน่าย และแหล่งน้ำ |
| 7 | ตั้งแต่ 200 MW ขึ้นไป | ใหญ่พิเศษ ต้องประเมินระดับประเทศ |
หมายเหตุ: ช่วง MW ที่แน่ชัดของระดับกลางบางช่วงยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดก่อนเสนอ ครม. ตัวเลขข้างต้นมาจากสรุปเบื้องต้นของสื่อที่อ้างอิงบอร์ด
ทำไมต้องแบ่งแบบนี้?
- ไฟฟ้าคือตัวคูณความเสี่ยง: 5MW กับ 200MW ไม่ได้ต่างกันแค่ 40 เท่า แต่ต่างกันที่ต้องสร้างสถานีไฟฟ้าใหม่หรือไม่ ต้องดึงน้ำจากอ่างไหน และต้องสำรองดีเซลกี่แสนลิตร
- ผังเมืองและที่ดิน: โครงการ 10MW อาจตั้งในเขตพาณิชยกรรมได้ แต่ 100MW ต้องคิดเรื่อง Data Center Zoning ไม่ให้กระจุกตัวใน EEC จนน้ำและไฟของชุมชนสะดุด
- ความโปร่งใส: เมื่อแบ่งตามไฟแล้ว รัฐจะทำอัตราค่าไฟ 2 แบบจูงใจให้ใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น และผูกกับเงื่อนไข BOI ที่ต้องมี PUE/WUE ชัดเจน
โค้ดสิ่งแวดล้อมใหม่ (CoP) บังคับอะไรบ้าง
บอร์ดระบุว่าจะมี CoP 2 เวอร์ชัน
CoP Lite (เวอร์ชัน 1) สำหรับระดับ 1-4 ขนาดเล็ก:
- เน้นควบคุมเสียง ความร้อน อุณหภูมิปล่อยออกนอกอาคาร
- รายงานการใช้ไฟฟ้า น้ำ PUE (Power Usage Effectiveness) และ WUE (Water Usage Effectiveness) ประจำปี
- การจัดการน้ำเสียและน้ำมันสำรองขนาดเล็ก (6,000-12,000 ลิตรสำหรับกลุ่ม 0.5-1MW)
CoP Full (เวอร์ชัน 2) สำหรับระดับ 5 ขึ้นไป ขนาดกลาง-ใหญ่:
- ต้องทำรายงานคาร์บอน การใช้พลังงานหมุนเวียน ปริมาณใช้ไฟฟ้าจริง เทียบกับที่ขอ
- แผนบริหารน้ำแบบละเอียด: ใช้น้ำจากไหน วันละเท่าไร ฤดูแล้งทำอย่างไร มีระบบน้ำรีไซเคิลกี่เปอร์เซ็นต์
- มาตรฐานถังดีเซลสำรอง 48 ชั่วโมงตาม Tier IV ข้อมูลจากภาคเอกชนระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์ 10MW อาจต้องสำรองเกือบ 200,000 ลิตร ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันรั่วไหลและ OT Cybersecurity
- ข้อกำหนดความแข็งแรงพื้นรับน้ำหนัก 2 ตันต่อตร.ม. เพราะแร็ค AI ยุคใหม่ใช้ไฟสูงถึง 1MW ต่อตู้ใน 3-5 ปีข้างหน้า
- เงื่อนไขด้านบุคลากรไทยไม่น้อยกว่า 50% ในตำแหน่งบริหารและเชี่ยวชาญภายใน 3 ปีสำหรับโครงการที่ขอ BOI
สำหรับมหาดไทยจะออกกฎกระทรวงคุมลักษณะอาคารและผังเมืองควบคู่กัน เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ต้องตั้งถังน้ำมันในพื้นที่ชุมชน
ทำไมดาต้าเซ็นเตอร์ 5GW ถึงเสี่ยงในโลกที่กำลังไป 2.8°C
ตัวเลข 5GW ไม่ได้หมายถึงโครงการเดียว แต่คือภาพรวมการกระจุกตัวของโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน เช่น EEC หรือกรุงเทพตะวันออก ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงสะสม
ไฟ: ไทยยังพึ่งก๊าซ 69% โครงสร้างไฟฟ้าปัจจุบันพึ่งก๊าซธรรมชาติสูง ขณะที่พลังงานหมุนเวียนในระบบรวมประมาณ 15GW แม้มีกลไก Utility Green Tariff แต่การเพิ่มโหลดดาต้าเซ็นเตอร์ระดับพันเมกะวัตต์พร้อมกัน ต้องขยายสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย ไม่เช่นนั้นจะเกิดคอขวด
น้ำ: คูลลิ่งคือต้นทุนใหญ่ ระบบระบายความร้อนของดาต้าเซ็นเตอร์ AI ใช้น้ำมหาศาล พื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำเป็นทุนเดิม ข้อมูลจาก กปน. เคยระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ในกรุงเทพใช้น้ำเฉลี่ย 7,800 ลบ.ม. ต่อวัน น้ำส่วนมากระเหยเป็นไอ บางส่วนนำกลับมาใช้ใหม่ หากไม่มีการเปิดเผยแหล่งน้ำที่ชัดเจน ชุมชนจะกังวลเรื่องแย่งน้ำ
โลกร้อน 2.8°C จากรายงาน UNEP Emissions Gap Report 2025 รายงานฉบับที่ 16 ของ UNEP เผยแพร่ 4 พ.ย. 2025 ระบุว่า หากดำเนินตามนโยบายปัจจุบัน (current policies) โลกจะร้อนขึ้นถึง 2.8°C ภายในศตวรรษนี้ แม้ทำตามคำมั่น NDCs ทั้งหมดก็ยังอยู่ที่ 2.3-2.5°C เทียบกับ 3.1°C และ 2.6-2.8°C ในปีก่อน การปรับดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการปรับวิธีคำนวณ และหากสหรัฐถอนตัวจากความตกลงปารีสจะหักลบอีก 0.1°C แปลว่า NDCs ใหม่แทบไม่ได้ลดอุณหภูมิลงจริง
UNEP ประเมินว่าต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 35% เพื่อคงไว้ที่ 2°C และ 55% เพื่อคงไว้ที่ 1.5°C เทียบกับปี 2019 ภายในปี 2035 มิฉะนั้นการเกิน 1.5°C จะเกิดขึ้นแน่นอนในทศวรรษหน้า การร้อนขึ้น 2.8°C หมายถึงภัยแล้งยาวขึ้น อ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกลดลง และความต้องการคูลลิ่งของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นพร้อมกัน เป็นวงจรที่ทำให้ต้นทุนน้ำและไฟพุ่ง
ทางรอด: ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไรให้ผ่านกฎและผ่านโลกร้อน
- ออกแบบตามระดับ ไม่ใช่ขนาดเดียวครอบจักรวาล
- ถ้าคุณอยู่ระดับ 1-4 ให้ทำ CoP Lite ให้ครบ: วัด PUE/WUE จริง ไม่ใช่ค่าออกแบบ และเปิดเผยต่อ Dashboard
- ถ้าอยู่ระดับ 5-7 ให้เตรียม 4 แฟ้ม: แฟ้มที่ตั้งและผังเมือง แฟ้มไฟฟ้า แฟ้มน้ำ แฟ้มผลประโยชน์ประเทศ แฟ้มน้ำต้องบอกแหล่งน้ำสำรอง 2 แหล่งและแผนลด WUE ต่ำกว่า 1.8 ลิตรต่อ kWh
- ไฟฟ้า: แยกโหลดและล็อกพลังงานสะอาด
- ใช้โมเดลค่าไฟ 2 อัตรา: ขอใช้ไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA หรือ Utility Green Tariff ให้ได้มากกว่า 50% ของโหลด จะได้ค่าไฟถูกกว่าและผ่านเกณฑ์ BOI
- ทำ Load Shedding และใช้ระบบ BESS (Battery) ช่วยลดพีค ไม่ต้องสร้างสถานีใหม่เร็วเกินไป
- สำหรับระดับ 200MW+ ควรกระจายไซต์ ไม่กระจุกในเฟสเดียว เพื่อลดความเสี่ยงการสะสมที่บอร์ดเรียกว่า cumulative impact
- น้ำ: จากใช้น้ำเป็นวนน้ำ
- เปลี่ยนจาก Water Cooled แบบเปิดเป็นระบบ Closed Loop + Air Assist หรือ Liquid Cooling สำหรับแร็ค AI ลดการใช้น้ำลง 60-80%
- ทำ Rainwater Harvesting และบำบัดน้ำทิ้งกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้และคูลลิ่งทาวเวอร์ ตั้งเป้า WUE < 0.2 สำหรับโครงการใหม่
- เปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำรายวัน รายเดือน และแหล่งน้ำตามที่ภาคประชาชนเรียกร้อง จะช่วยลดแรงต้านและผ่านการทำประชาพิจารณ์ง่ายขึ้น
- เชื้อเพลิงสำรองและความปลอดภัย
- ถังดีเซลต้องมีบ่อดักรั่ว ระบบดับเพลิงโฟม และการประเมินกลิ่นและเสียงเมื่อทดสอบเครื่องปั่นไฟรายสัปดาห์ ชุมชนในกรุงเทพเคยกังวลเรื่องนี้มาก
- ทำ OT Cybersecurity แยกจาก IT Network เพื่อป้องกันการโจมตีระบบอาคาร
- เตรียมตัวสำหรับ One Stop Service
- เอกสารที่บอร์ดจะตรวจคือ แผนพัฒนาบุคลากรไทย แผน R&D และ Local Supply Chain ไม่ใช่แค่เงินลงทุน การมีพันธมิตรมหาวิทยาลัยในไทยจะได้คะแนนเพิ่มในการ Pitching ต้นปี 2027
ข้อควรระวังและสรุป
- อย่าสับสนระหว่าง 7 เทียร์ของไทยกับ Uptime Institute Tier I-IV ที่วัดความทนทานระบบไฟฟ้า คนละมาตรฐานกัน ของไทยวัดผลกระทบต่อทรัพยากร ของ Uptime วัดความพร้อมใช้งาน
- ตัวเลขความต้องการไฟฟ้าดาต้าเซ็นเตอร์รวม 20,000MW ที่สื่อบางแห่งอ้าง เป็นตัวเลขความสนใจเบื้องต้น ไม่ใช่โหลดที่อนุมัติแล้ว ปัจจุบันที่เปิดจริง 3,400MW การอ้าง 5GW จึงควรอธิบายว่าเป็นภาพสะสมหลายโครงการในพื้นที่เดียวกัน ไม่ใช่โครงการเดียว
- กฎยังไม่สุดท้าย ต้องรอ ครม. เคาะสัปดาห์หน้า รายละเอียด CoP แต่ละระดับยังอยู่ระหว่างร่างโดยอนุกรรมการชุดที่ 1
- อย่าประเมินน้ำต่ำ: แม้ EEC จะมีน้ำเหลือในบางปี แต่ปีเอลนีโญปริมาณน้ำในอ่างหลักลดลง 30-40% การออกแบบต้องทนแล้ง 6 เดือนได้
สรุปคือ กฎ 7 เทียร์ไม่ได้มาเพื่อกีดกันการลงทุน แต่มาตั้งฟิลเตอร์ว่าโครงการไหนพร้อมจริงทั้งไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และประโยชน์ต่อประเทศ ในโลกที่ UNEP บอกว่าเรากำลังไป 2.8°C ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รอดจะไม่ใช่โครงการที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นโครงการที่วัด PUE/WUE ได้จริง ใช้พลังงานสะอาดได้จริง และเปิดข้อมูลให้ชุมชนตรวจสอบได้ผ่าน TH-DC Dashboard
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Reuters: Thailand sets new rules for data centres as applications surge, 27 Oct 2026 - ระบุ 7 tiers, มาตรฐานที่ตั้ง น้ำ ไฟฟ้า โค้ดสิ่งแวดล้อม, เปิดรับใหม่ต้นปี 2027, ผู้ประกอบการเดิมมีเวลา 1 ปี, 42 ดาต้าเซ็นเตอร์ 3,400MW https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-sets-new-rules-data-centres-applications-surge-2026-10-27/
- Business Times: Thailand sets new rules for data centres as applications surge, 27 Oct 2026 - ยืนยันข้อมูลเดียวกันและมูลค่าลงทุน 750B บาท และ TikTok ลงทุน 24.61B ดอลลาร์ https://www.businesstimes.com.sg/international/asean/thailand-sets-new-rules-data-centres-applications-surge
- SmartCity Thailand: คลังเตรียมชง ครม. คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่ง 7 ระดับ 0-0.5MW ถึง 200MW+ ขึ้นไป และ 4 มาตรฐานหลัก https://www.smartcity.co.th/2026/10/7-70.html
- HOTSIA: ไทยเคาะมาตรฐานขั้นต่ำดาต้าเซ็นเตอร์ 7 ระดับ จับตาไฟฟ้า น้ำ และผลประโยชน์ประเทศ, 28 Oct 2026 https://hot.hotsia.com/thailand/thailand-data-center-minimum-standards-seven-tiers-2026/
- UNEP Emissions Gap Report 2025 - ระบุ current policies 2.8°C, NDCs 2.3-2.5°C, ต้องลด 35% และ 55% เทียบ 2019 ภายในปี 2035 https://www.unep.org/en/publications/report/emissions-gap-report-2025
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!