คืนพื้นที่ 10 GB ใน 5 นาที! วิธีใช้ Disk Cleanup และ Storage Sense บน Windows 11
ฮาร์ดดิสก์เต็มอีกแล้วใช่ไหม? มาดูวิธีใช้เครื่องมือติดตัว Windows 11 อย่าง Disk Cleanup และ Storage Sense เพื่อคืนพื้นที่ว่างกว่า 10 GB ได้ในพริบตา
สารบัญ

เคยเปิดเครื่องมาแล้วเจอแถบสีแดงเตือนพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ใกล้เต็มไหม? บางครั้งเราไม่ได้ลงเกมหรือโปรแกรมใหม่เลย แต่พื้นที่มันหายไปกว่า 10-20 GB โดยไม่รู้ตัว เคสแบบนี้ไม่ต้องรีบซื้อ SSD ใหม่ เพราะ Windows 11 มีเครื่องมือฟรีติดเครื่องมาให้แล้ว ทั้ง Disk Cleanup และ Storage Sense ที่จะช่วยกวาดขยะที่สะสมมาเป็นปีให้หมดไปได้ใน 5 นาที
ขยะในคอมพิวเตอร์คืออะไร และมาจากไหน?
ก่อนจะลงมือกวาด มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าไฟล์ขยะเหล่านี้คืออะไร ส่วนใหญ่มาจาก
- Windows Update Cache: ไฟล์ติดตั้งอัปเดตเก่าที่ระบบเก็บไว้เผื่อต้องย้อนเวอร์ชัน ซึ่งมักกินพื้นที่เป็น GB
- Temporary Files: ไฟล์ชั่วคราวจากการทำงานของโปรแกรมหรือเบราว์เซอร์
- Thumbnails & Cache: รูปภาพตัวอย่างและแคชของไอคอนที่เก็บเพื่อให้โหลดเร็ว
- Recycle Bin: ไฟล์ที่เราลบไปแล้วแต่ยังไม่ได้กด Empty Recycle Bin
ไฟล์พวกนี้รวมตัวกันเป็นพันธุ์ทิพย์ที่ทำให้พื้นที่หายไปอย่างลึกลับ
วิธีที่ 1: ใช้ Storage Sense (แนะนำสำหรับ Windows 11)
Storage Sense เป็นฟีเจอร์อัตโนมัติที่ฉลาดมาก แต่หลายคนยังไม่ได้เปิดใช้งาน ขอให้เปิดใช้เลยเพราะมันจะช่วยกวาดขยะให้เราเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องมานั่งจำ
ขั้นตอนการเปิดและใช้งาน
- กด
Windows + Iเพื่อเปิด Settings - ไปที่ System > Storage
- เปิดสวิตช์ Storage Sense ให้เป็น On
เพียงเท่านี้ระบบก็จะเริ่มทำงาน แต่ถ้าอยากได้พื้นที่คืนทันที ไม่ต้องรอให้มันทำตามเวลาที่ตั้งไว้
กดทำความสะอาดด่วน (Run Storage Sense Now)
- ในหน้า Storage Sense ให้คลิกที่ข้อความ Configure Storage Sense or run it now
- เลื่อนลงมาด้านล่างสุด กดปุ่ม Run Storage Sense now
- รอสักครู่ ระบบจะกวาดไฟล์ชั่วครามและไฟล์ในถังรีไซเคิลที่เกินกำหนดทิ้งให้
ทริคเพิ่มเติม: ในหน้านี้เราสามารถตั้งค่าได้ว่าให้ทำความสะอาดไฟล์ในถังรีไซเคิลที่อยู่มากกว่า 30 วัน หรือเคลียร์ไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่ได้แตะนานแค่ไหน ลองปรับให้เหมาะกับการใช้งาน
วิธีที่ 2: ใช้ Disk Cleanup (สำหรับกวาดหนัก ๆ)
ถ้า Storage Sense ยังไม่คืนพื้นที่ให้พอใจ ให้ใช้ Disk Cleanup ซึ่งเป็นเครื่องมือเก่าแก่แต่ทรงพลัง เพราะมันสามารถลบไฟล์ Windows Update Cache ที่กินพื้นที่เป็น GB ได้
ขั้นตอนการใช้งาน
- กดปุ่ม Start พิมพ์คำว่า Disk Cleanup แล้วกด Enter
- เลือกไดร์ฟ C: (หรือไดร์ฟที่ติดตั้ง Windows)
- ระบบจะสแกนสักครู่ แล้วเด้งหน้าต่างขึ้นมาให้เลือกประเภทไฟล์ที่จะลบ
- ติ๊กเลือกทุกข้อ ยกเว้นข้อที่คุณยังต้องการเก็บไว้ (เช่น Downloads ถ้ายังไม่ได้ย้ายไฟล์สำคัญ)
- กด OK เพื่อเริ่มลบ
ปลดล็อกโหมดกวาดหนัก (Clean up system files)
นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณคืนพื้นที่ได้เป็น 10 GB
- กลับมาที่หน้าต่าง Disk Cleanup อีกครั้ง
- กดปุ่ม Clean up system files (อยู่ด้านล่าง)
- ระบบอาจขอสิทธิ์ Admin กดยืนยันไป
- เลือกไดร์ฟ C: อีกครั้ง
- ตอนนี้จะมีรายการใหม่เพิ่มขึ้นมา ให้ติ๊กที่ Windows Update Cleanup และ Previous Windows installation(s) ด้วย
- กด OK แล้วยืนยันการลบ
ไฟล์อัปเดตเก่า ๆ ที่สะสมมาตั้งแต่ซื้อเครื่องจะถูกกวาดทิ้ง ซึ่งบางเครื่องสามารถคืนพื้นที่ได้ถึง 15 GB เลยทีเดียว
ตัวอย่างจริงจากเครื่องทดสอบ
ลองนำวิธีนี้ไปใช้กับโน้ตบุ๊กเก่าที่ใช้ SSD 128 GB ติดตั้งโปรแกรมพื้นฐานไป 2 ปี ไม่เคยเคลียร์ขยะเลย
- พื้นที่ก่อนทำ: เหลือ 4.2 GB
- หลังรัน Storage Sense: คืนมา 1.8 GB
- หลังรัน Disk Cleanup (Clean up system files): คืนมาอีก 11.5 GB
- พื้นที่หลังทำ: 17.5 GB
ใช้เวลาต่อรวมไม่ถึง 5 นาที และเครื่องก็ตอบสนองเร็วขึ้นราวกับเพิ่งล้างเครื่องใหม่
ข้อควรระวังก่อนกดลบ
แม้เครื่องมือจะปลอดภัย แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย
- อย่าลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Downloads ถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบ ให้ย้ายไฟล์สำคัญออกก่อน
- Previous Windows installation ถ้าลบไปแล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับไปเวอร์ชันเก่าได้ แต่ถ้าใช้ Windows 11 มาสักพักแล้วไม่มีปัญหา ลบได้เลย
- ไฟล์ในถังรีไซเคิล จะหายไปตามกฎที่ตั้งไว้ใน Storage Sense ถ้าไม่อยากให้หาย ให้ปรับเวลาให้นานขึ้น
สรุป
ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมกวาดขยะจากเน็ตเสี่ยง ๆ Windows 11 มีเครื่องมือที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีและปลอดภัยกว่า เปิด Storage Sense ไว้เป็นเพื่อนคอยทำความสะอาด และเรียก Disk Cleanup มาใช้เมื่อไหร่ที่อยากกวาดหนัก
ลองทำตามขั้นตอนนี้ดูแล้วกลับมาแชร์กันนะครับว่าคืนพื้นที่ได้กี่ GB ถ้าใครมีทริคจัดการไฟล์ใหญ่ ๆ ในเครื่องที่ทำเองอยู่บ่อย ๆ ก็คอมเมนต์แชร์กันได้เลย และอย่าลืมกดติดตามบทความถัดไปเกี่ยวกับการทำให้ Windows 11 ทำงานเร็วขึ้นอีกด้วย!
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!