เต่าแห่งดาวเคราะห์น้อย

ตอนที่ 3 จาก 5 · อ่าน 24 นาที

ฟัก


เสียงเคาะจากข้างในไข่ดังขึ้นอีกครั้งในคืนนั้น

ผมนั่งอยู่ในห้องควบคุม จ้องจอที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องฟักไข่ รอยร้าวบนเปลือกเพิ่มขึ้นทุกชั่วโมง ลายเส้นเรขาคณิตที่เคยเรียงรัยอย่างมีระเบียบตอนนี้บิดเบี้ยว เหมือนแผนที่ดาวฤกษ์ที่กำลังถูกเขียนใหม่ แสงสีฟ้าครามเรืองออกจากรอยร้าว สว่างจนส่องทั่วห้องฟัก

"Ealis อุณหภูมิตอนนี้"

"6.1 องศาเซลเซียสครับ เพิ่มขึ้น 0.9 องศาในชั่วโมงเดียว อัตราการเพิ่มอุณหภูมิเร่งขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วสามเท่า"

"แปลว่าใกล้แล้ว"

"ผมคำนวณว่าไข่จะฟักภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงครับ"

ผมพยักหน้า ไม่ได้ลุกไปไหน นั่งดูจอต่อไป รอยร้าวใหม่ปรากฏขึ้นทุก 10 นาที เสียงเคาะดังขึ้นทุกครั้ง เหมือนมีอะไรบางอย่างข้างในกำลังพยายามออกมา


เช้าวันถัดมา ผมออกสำรวจตามปกติ แม้ใจจะอยู่ที่ห้องฟักไข่ก็ตาม งานคืองาน ผมเป็นคนที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพเพราะไม่ปล่อยให้ความกังวลครอบงำ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่ามันยากกว่าปกติ

ยาน SS-976 ออกจากฐาน ผมสำรวจดาวเคราะห์น้อยในรัศมี 200 กิโลเมตร สแกนซากยานที่ลอยอยู่ระหว่างก้อนหิน รายงานยานที่เข้าสู่ระบบสุริยะให้หน่วยงานภาคพื้นโลก งานประจำวันเหมือนทุกวัน

แต่กลับมาถึงฐาน สิ่งแรกที่ผมทำคือวิ่งไปดูไข่

รอยร้าวเพิ่มขึ้น แสงสีฟ้าเรืองแรงขึ้น และมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน — เคลื่อนไหวไม่ใช่แบบสั่นไหวของของเหลว แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่มีทิศทาง มีจุดหมาย

"มันกำลังพยายามออกมา" ผมพูดกับตัวเอง

"Ealis แจ้งทุกคนมาที่ห้องฟักไข่"


รีอามาถึงก่อน เธอเปิดประตูห้องฟักแล้วหยุดชะงัก แสงสีฟ้าจากไข่ส่องสว่างเต็มห้อง เงาของเธอถูกดึงออกไปบนผนังด้านหลัง

"สวยจัง" เธอพูดเบาๆ

"สวยแต่อาจจะอันตราย" ผมเตือน

โซลเดินตามเข้ามา มือขวาของเขาลูบปืนพลังงานที่เอวโดยไม่รู้ตัว นิสัยทหาร

มิกาเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เธอสแกนไข่ทันที "พลังงานภายในพุ่งขึ้น 400 เปอร์เซ็นต์จากเมื่อวาน มันกำลังใช้พลังงานเพื่อทะลุเปลือก"

ทุกคนยืนล้อมไข่ไว้ รอ

เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ดังกว่าครั้งก่อนๆ รอยร้าวขยายออก แสงสีฟ้าพุ่งออกจากรอยร้าวเหมือนลำแสง

แล้ว —

ระบบเตือนภัยของฐานดังขึ้น

เสียงสัญญาณฉุกเฉินแทรกเข้ามากลางเสียงเคาะของไข่ ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน

"Ealis อะไร"

"มียานเข้าใกล้ฐานครับ ระยะ 12 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนที่เข้ามา สัญญาณระบุว่าเป็นยานทางการของ IISRA"

ผมหน้าซีด

"ไกล้แค่ไหนแล้ว"

"8 กิโลเมตร ความเร็วลดลับแล้ว เข้ามาช้าๆ พวกเขากำลังสแกนพื้นที่"

โซลหันมามองผม "พวกเขามาหาเรา"

"หรือมาตรวจฐานทั่วไป" มิกาเสริม "IISRA ประกาศตรวจฐานในแถบนี้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน อาจจะไม่ได้มาหาเราโดยเฉพาะ"

"ไม่สน" ผมตัดสินใจ "Ealis เปิดระบบซ่อนไข่อัตโนมัติเลย"

"กำลังเปิดครับ — แต่ระบบซ่อนต้องการเวลา 30 วินาทีในการเปลี่ยนตำแหน่งห้องฟักไข่เข้าสู่โพรงลึก"

"30 วินาที..."

"Ealis พวกเขาอยู่ในระยะกี่โลแล้ว" โซลถาม

"5 กิโลเมตร กำลังเบรก เดี๋ยวจะเทียบท่าแล้ว"

ผมมองไข่ รอยร้าวบนเปลือกเปิดออกเล็กน้อย แสงสีฟ้าพุ่งออกจากรอยแยก เสียงเคาะดังขึ้นเรื่อยๆ

"ยังฟักไม่เสร็จ" รีอาพูด "ถ้าย้ายตอนนี้อาจจะ—"

"ไม่มีทางเลือก" ผมตัดสินใจ "Ealis เร่งระบบซ่อน ย้ายไข่เข้าโพรงลึกเลย ไม่ต้องรอ 30 วินาที"

"ถ้าย้ายเร็วเกินไป ระบบควบคุมอุณหภูมิอาจคลาดเคลื่อน ไข่—"

"Ealis" ผมพูดเสียงหนัก "ย้ายเลย"

"รับทราบ"

พื้นห้องสั่นสะเทือนเล็กน้อย ฐานเริ่มเคลื่อนย้ายโพรงภายใน ห้องฟักไข่เลื่อนลงไปด้านล่าง ไข่ถูกระบบยกขึ้นแล้วเคลื่อนเข้าสู่โพรงลึกที่ผมสร้างไว้เป็นที่ซ่อน

แต่ระหว่างที่ไข่ถูกย้าย รอยร้าวบนเปลือกขยายออกอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าพุ่งออกจากรอยแยกอย่างรุนแรง

แล้วไข่หยุดเคลื่อน

"Ealis อะไรเกิดขึ้น"

"ระบบย้ายหยุดทำงานครับ พวกเขาเทียบท่าแล้ว สแกนจากยาน IISRA กำลังตรวจจับความร้อนในฐาน ถ้าผมเคลื่อนย้ายต่อ ความร้อนจากระบบเครื่องกลจะถูกตรวจจับได้"

ผมกลืนน้ำลาย

ไข่อยู่กลางทาง — ไม่ได้อยู่ในห้องฟัก ไม่ได้อยู่ในโพรงลึก มันอยู่ในช่องเชื่อมระหว่างสองพื้นที่ และรอยร้าวบนเปลือกยังขยายตัวอยู่

"Ealis ปิดแสงในห้องฟักไข่ ปิดเซ็นเซอร์ทุกตัวที่ไม่จำเป็น ทำให้ห้องนั้นดูเหมือนห้องเก็บของธรรมดา"

"รับทราบ"

แสงในห้องฟักไข่ดับลง แต่แสงสีฟ้าจากไข่ยังเรืองอยู่ มันสว่างเกินไป

"รีอา" ผมกระซิบ "ปิดแสงไข่"

รีอาเดินไปที่ไข่อย่างเงียบๆ เธอหยิบผ้ากันความร้อนที่ใช้ห่อชิ้นส่วนยานแล้วคลุมไข่ไว้ แสงสีฟ้าถูกบดบัง มองจากภายนอกเหมือนกองผ้าธรรมดาในห้องเก็บของ

"โซล มิกา ไปที่ห้องประชุม ทำตัวธรรมดา ทำเหมือนเรากำลังนั่งเล่น"

"แล้วคุณล่ะ" โซลถาม

"ผมจะรับเจ้าหน้าที่เอง"


เสียงเคาะประตูฐานดังขึ้น 3 ครั้ง เสียงกลมกลืนกับเสียงเครื่องกลในฐาน

"Ealis เปิดกล้องภายนอก"

จอหน้าจอเปิดขึ้น ภาพจากกล้องหน้าประตูฐาน ชายในชุดเจ้าหน้าที่ IISRA ยืนอยู่หน้าประตู อายุประมาณ 40 ปี ผมสั้น ใส่แว่นกันแสง ป้ายชื่อบนหน้าอกเขียนว่า "เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คาเซม"

ข้างหลังเขาเป็นยาน IISRA ลำเล็กสีขาว-เงิน ตรารูปดาวเจ็ดแฉกของ IISRA อยู่บนลำตัว

ผมกดปุ่มเปิดประตู

ประตูฐานเลื่อนออกช้าๆ เสียงลมดันอากาศหลุดออกดังฟืด คาเซมยืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มสุภาพ

"สวัสดีครับ ผมคาเซม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจาก IISRA"

"สวัสดีครับ" ผมตอบ "มีอะไรให้ช่วยไหม"

"ตามปกติของการตรวจสอบครั้งนี้ ผมต้องขอเข้าตรวจฐาน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ตรวจสอบการลงทะเบียนและความปลอดภัย"

ผมก้มมอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา

"ฐานผมไม่ได้ลงทะเบียนนะครับ"

คาเซมยิ้ม "ผมทราบครับ แต่ IISRA มีนโยบายใหม่ให้ตรวจสอบฐานทุกแห่งในแถบดาวเคราะห์น้อย ลงทะเบียนหรือไม่ก็ตาม ถือว่าเป็นการตรวจเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย"

ผมคิดอยู่ 3 วินาที ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าปฏิเสธจะทำให้ดูน่าสงสัย

"เชิญครับ"


คาเซมเดินเข้ามาในฐาน สายตาของเขาสแกนไปทั่ว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IISRA ผ่านการฝึกมาเหมือนกัน ไม่ใช่คนธรรมดา ผมรู้จักแววตาแบบนี้ แววตาของคนที่กำลังมองหาอะไรบางอย่าง

"ฐานคุณนี่ใหญ่ดีนะครับ" คาเซมพูดขณะเดินผ่านทางเดินหลัก "ขุดขึ้นเอง?"

"ใช่ครับ เมื่อ 200 ปีก่อน"

"200 ปี..." คาเซมพยักหน้า "แล้วคุณอยู่ที่นี่คนเดียว?"

"มีลูกทีมอีก 3 คน เข้าไปดูในห้องประชุมได้ครับ พวกเขาอยู่ที่นั่น"

คาเซมเดินไปที่ห้องประชุม ผมเดินตามห่างๆ รีอา โซล และมิกานั่งอยู่ในห้องประชุม ทำท่าเหมือนกำลังคุยกัน โซลนั่งกอดอก รีอาเล่นมือกล มิกานั่งหลับตาเหมือนกำลังพัก

"สวัสดีครับ" คาเซมทัก "ผมคาเซม จาก IISRA ขออนุญาตตรวจสอบครับ"

"เชิญ" โซลตอบสั้นๆ สายตาเขาจ้องคาเซมอย่างระมัดระวัง

คาเซมสแกนห้องประชุม เปิดเครื่องตรวจจับพลังงาน หน้าจอเครื่องแสดงค่าพลังงานในฐาน ผมเห็นค่าพลังงานแกนหลักอยู่ที่ 97% — ปกติ แต่ใจหาย เพราะถ้าเขาตรวจจับความร้อนในห้องเก็บชิ้นส่วนที่ถูกเปลี่ยนเป็นห้องฟักไข่ เขาอาจจะสงสัย

คาเซมเดินออกจากห้องประชุม เริ่มตรวจห้องอื่นๆ ห้องนอน ห้องควบคุม ห้องซ่อมยาน ผมเดินตามทุกย่างก้าว ใจเต้นแรงแต่หน้าเฉย

เขาเดินผ่านห้องเก็บชิ้นส่วนยาน — ห้องที่ถูกเปลี่ยนเป็นห้องฟักไข่ ผมเห็บเหงื่อแตก คาเซมหยุดหน้าประตู

"ห้องนี้เก็บอะไรครับ"

"ชิ้นส่วนยานครับ" ผมตอบเสียงเรียบ

คาเซมเปิดประตู มองเข้าไป ในห้องมืด กองผ้ากันความร้อนที่รีอาใช้คลุมไข่วางอยู่บนฐานโลหะ เซ็นเซอร์ถูกปิดไปแล้ว ไม่มีแสง ไม่มีเสียง มองจากภายนอกเหมือนห้องเก็บของธรรมดา

แต่ —

คาเซมหยุด เขาเหลือบมองกองผ้า

หัวใจผมหยุดเต้น

"นี่คืออะไรครับ" เขาถาม ชี้ไปที่กองผ้า

"ผ้ากันความร้อนครับ ใช้ห่อชิ้นส่วนยานที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิ"

คาเซมเดินเข้าไปใกล้ เขายกเครื่องตรวจจับขึ้นมา หน้าจอแสดงค่าความร้อน ในห้องมีความร้อนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของห้องเก็บของธรรมดา เพราะ Ealis ลดอุณหภูมิลงเพื่อทำให้ดูเหมือนห้องไม่ได้ใช้งาน

แต่ไข่ที่อยู่ใต้ผ้านั้นอุณหภูมิ 6.1 องศา ถ้าเครื่องตรวจจับความร้อนของคาเซมละเอียดพอ เขาอาจจะเห็นจุดความร้อนที่ผิดปกติ

ผมยืนนิ่ง ไม่กล้าหายใจ

คาเซมมองหน้าจอเครื่องตรวจจับ 2 วินาที แล้ววางลง

"OK ครับ ห้องนี้ดูปกติ" เขาพูด "ไปตรวจห้องถัดไป"

ผมพยักหน้า เดินตามเขาออกจากห้อง ขาอ่อนเล็กน้อย


คาเซมตรวจฐานใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผมคิดว่ามันจะผ่านไปเรียบร้อย แต่แล้วหลังจากที่เขาตรวจห้องสุดท้าย เขาหยุดยืนกลางทางเดินหลัก หันกลับมามองผม

รอยยิ้มสุภาพยังอยู่บนใบหน้าเขา แต่แววตาเปลี่ยน

"คุณครับ" คาเซมเริ่ม "ผมอยากถามเรื่องนึง"

"ถามได้ครับ"

"คุณได้พบเห็นแคปซูลแปลกที่เข้าวงโคจรดาวเคราะห์น้อยเมื่อ 2 เดือนที่แล้วไหมครับ"

ผมรู้ว่าคำถามนี้จะมา ผมเตรียมตัวมา 2 เดือน

"ผมไม่เคยเห็นนะครับ" ผมตอบเสียงเรียบ "แคปซูลที่ว่านี้มีหน้าตาแบบไหนครับ"

คาเซมหยิบแท็บเล็ตจากกระเป๋าเปิดภาพขึ้นมา ภาพจำลองแคปซูลที่ IISRA สร้างขึ้นจากข้อมูลดาวเทียม — ทรงกระบอก หน้าตาคล้ายกระป๋อง

"หน้าตาของแคปซูลที่เราจับภาพได้ล่าสุดเป็นรูปร่างคล้ายกับกระป๋องครับ" คาเซมอธิบาย "คุณเคยเห็นแคปซูลหน้าตาประมาณนี้ไหมครับ ถ้าคุณเห็นช่วยแจ้งด้วยนะครับ เรากำลังตามหาอันนั้นมาเป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้ว"

ผมส่ายหัวช้าๆ ทำสีหน้าจริงจังเหมือนกำลังคิด

"ไม่เคยเห็นครับ แถบดาวเคราะห์น้อยกว้างมาก ผมอยู่แค่ย่านเดียว อาจจะเข้ามาในย่านอื่นก็ได้"

คาเซมพยักหน้า บันทึกข้อมูลลงแท็บเล็ต

"OK ครับ ถ้าผมเจอมันเดี๋ยวผมจะแจ้งให้ทราบอีกทีนึงครับ" ผมเสริม ทำเสียงเป็นมิตร

"ขอบคุณครับ" คาเซมยิ้ม "อีกเรื่องนึง — ฐานของคุณไม่ได้ลงทะเบียน แต่เราหาเจอ คุณไม่สงสัยเหรอครับว่าเราหาเจอได้ยังไง"

ผมหยุด คำถามนี้ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่ผมเตรียมไว้

"ก็...คงเป็นเพราะความโชคดีของทางคุณเองครับ" ผมตอบ แล้วหันมาถามเขากลับ "แต่ถามจริงๆ คุณหาฐานผมเจอได้ยังไงครับ ผมไม่ได้ลงทะเบียน สัญญาณก็ถูกบดบัง"

คาเซมยิ้มกว้างขึ้น "คงเป็นเพราะความโชคดีของทางเราเองที่หาฐานคุณเจอครับ"

คำตอบเดียวกับที่ผมพูด สะท้อนกลับมา ผมรู้สึกได้ว่าคำตอบนั้นไม่จริง แต่ผมไม่มีหลักฐาน และตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะกดดัน

"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" คาเซมพูด "ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ"

ผมพยักหน้า เดินนำคาเซมออกไปที่ประตูฐาน ระหว่างทางเขาหยุดมองกองชิ้นส่วนยานที่ผมเก็บมา ชิ้นส่วนยานโบราณที่ลูกค้าสั่ง บางชิ้นมีอายุหลายร้อยปี

"คุณเก็บชิ้นส่วนยานโบราณด้วยเหรอครับ" เขาถาม

"งานเสริมครับ ลูกค้าบางคนชอบของหายาก"

คาเซมพยักหน่า ไม่ถามต่อ เขาเดินออกประตูฐาน ผมยืนส่งเขาที่ปากประตู ยาน IISRA เครื่องยนต์เริ่มทำงาน แสงสีฟ้าจากท่อขับดันสะท้อนบนผิวดาวเคราะห์น้อย ยานค่อยๆ ลอยออกไป

ผมยืนมองจนยานหายไปจากสายตา แล้วหายใจออกยาว


ผมหันกลับเข้าฐาน กำลังจะปิดประตู มือจับบานพับประตูอยู่

แล้วเสียงดังขึ้น

แกร๊ง!

เสียงของเหล็กหรือกระป๋องหล่น ดังมาจากด้านในฐาน ดังก้องในโพรงที่เงียบสนิท

ผมตกใจ หัวใจกระตุก มือปล่อยจากบานพับประตู วิ่งเข้าไปข้างใน

"Ealis เสียงอะไร"

"ตรวจสอบ... ต้นทางเสียงอยู่ที่ห้องเก็บชิ้นส่วนยานครับ — ห้องฟักไข่"

ผมวิ่งเร็วขึ้น ทางเดินในฐานสั้น แต่มันยาวเหมือนกิโลเมตรในใจผม ถึงหน้าห้องเก็บชิ้นส่วน ผมเปิดประตูกระแทก

ห้องมืด แสงสีฟ้าจากไข่ที่ถูกคลุมผ้าดับไปแล้ว แต่—

ผมมองไปที่ฐานโลหะที่วางไข่

ผ้ากันความร้อนหล่นอยู่บนพื้น

ไข่หายไป

ไม่ใช่หายไปแบบหล่นหรือกลิ้ง แต่หายไปแบบ — ไม่มี

ผมเดินไปที่ฐานโลหะ สัมผัสผิวโลหะ อุ่น แต่ไม่มีไข่

"Ealis ไข่อยู่ไหน"

Ealis เงียบไป 1 วินาที

"ผม... ไม่พบไข่ในระบบสแกนครับ"

"หมายความว่ายังไง"

"ไข่หายไปจากห้องนี้ครับ และผมไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ในรัศมีสแกนของฐาน"

ผมยืนนิ่ง สมองทำงานเร็ว ไข่ฟักแล้ว สิ่งมีชีวิตข้างในออกมาแล้ว แต่มันไปไหน

"แคปซูล" ผมพูดทันที "แคปซูลที่ผมเก็บมาด้วยวันนั้น มันอยู่ไหน"

Ealis ตอบ "แคปซูลถูกเก็บในห้องเก็บชิ้นส่วนยานส่วน B ครับ"

ผมวิ่งไปที่ส่วน B ของห้องเก็บชิ้นส่วน แคปซูลทรงกระบอกที่เก็บมาวันนั้นวางอยู่บนชั้น ผมหยิบมันขึ้นมา ส่องไฟในดู ภายในแคปซูลมีโพรงเล็กๆ ที่เคยใส่ไข่ ตอนนี้ว่างเปล่า

แต่มีรอยขูดขีดใหม่ๆ อยู่ภายในแคปซูล เหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนตัวออกไปจากแคปซูล

หรือ — เคลื่อนตัวออกจากไข่ แล้วเข้าไปในแคปซูล

แล้วออกจากแคปซูล

ผมวางแคปซูลลง มองพื้น มีรอยเล็กๆ บางอย่าง เหมือนรอยขีดของเล็บหรืออวัยวะที่เคลื่อนที่บนพื้นโลหะ รอยเล็กๆ จางๆ ที่มองไม่เห็นถ้าไม่ส่องไฟ

"Ealis เปิดสแกนสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งฐาน ทุกห้อง ทุกมุม ทุกช่อง"

"กำลังสแกน..." Ealis เงียบไป 3 วินาที "ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ในฐานครับ ยกเว้นคุณและลูกทีม 4 คน"

"4 คน..." ผมพูดกับตัวเอง "แล้วมันไปไหน"


ผมกดอินเทอร์คอม "ทุกคนมาที่ห้องเก็บชิ้นส่วน ด่วน"

3 นาทีต่อมา ลูกทีมทั้งสามมาถึง ผมเล่าเรื่องสั้นๆ: เจ้าหน้าที่มาตรวจ ผมซ่อนไข่ แล้วไข่หายไป

"หายไป?" รีอาถาม "หายไปยังไง มันฟักแล้วเหรอ"

"น่าจะ รอยร้าวบนเปลือกขยายตัวเร็วมากตอนที่พวกเขามา แล้วตอนที่ผมไปดูหลังเจ้าหน้าที่ไป ไข่หาย มีแค่เปลือก—"

ผมหยุด

"เปลือก" ผมพูดอีกครั้ง "รอเดี๋ยว เปลือกไข่อยู่ไหน"

ทุกคนมองไปที่ฐานโลหะ ไม่มีเปลือก ไม่มีเศษเปลือก ไม่มีอะไรเลย

"ไม่มีเปลือก" โซลพูด "มันกินเปลือกตัวเองเหรอ"

"หรือมันดูดซับเปลือก" มิกาเสริม "ถ้าเปลือกมีส่วนผสมของโลหะและสารออร์แกนิก มันอาจจะดูดซับกลับเข้าตัวเพื่อเป็นพลังงาน"

"แปลว่ามันออกมาจากไข่แล้ว และมันอยู่ในฐานของเรา" รีอาสรุป

ผมมองไปรอบๆ ห้อง มืด เงียบ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว

"Ealis สแกนอีกครั้ง ละเอียดขึ้น ทุกช่อง ทุกซอก ทุกรูรั่ว"

"กำลังสแกนด้วยความละเอียดสูงสุด..." 5 วินาทีผ่านไป "ไม่พบครับ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจาก 4 คนในทีม"

"มันอาจจะไม่แสดงสัญญาณสิ่งมีชีวิตแบบที่เรารู้จัก" มิกาพูด "Ealis สแกนหาความร้อนแทน ทุกจุดที่มีอุณหภูมิผิดปกติ"

"กำลังสแกน..." 3 วินาที "ไม่พบจุดความร้อนผิดปกติในฐานครับ"

โซลกอดอก "มันออกไปข้างนอกไหม"

"ถ้ามันออกไปข้างนอกฐาน มันจะตายในสภาพอวกาศ" รีอาค้าน "ยกเว้นถ้ามันทนสุญญากาศได้"

"เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร" ผมพูด "เราไม่รู้ว่ามันทนอะไรได้ ไม่ทนอะไร เราไม่รู้อะไรเลย"

ห้องเงียบ

"Ealis ไข่ฟักตอนไหน" ผมถาม

"จากข้อมูลที่บันทึกไว้ อุณหภูมิในไข่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างที่ระบบซ่อนไข่กำลังทำงาน ความสั่นสะเทือนจากระบบเคลื่อนย้ายอาจจะเร่งกระบวนการฟัก ผมประเมินว่าไข่ฟักระหว่างที่คุณกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ที่ประตูฐานครับ"

"ตอนที่ผมคุยกับคาเซม..." ผมพูดช้าๆ "ตอนนั้นทุกคนอยู่ในห้องประชุม ไม่มีใครดูไข่ มันฟักตอนที่ไม่มีใครดู"

"แล้วมันเคลื่อนตัวออกจากห้องนี้โดยที่ไม่มีใครเห็น" มิกาเสริม

"มันเงียบแค่ไหนกัน" โซลพูดเสียงเบา "สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งฟัก เคลื่อนตัวออกจากห้อง ผ่านทางเดิน โดยที่ไม่มีใครได้ยินเลย?"

ทุกคนนิ่ง คิด

ผมหยิบไฟฉายขึ้นมา เปิดส่องพื้น รอยขีดเล็กๆ ที่ผมเห็นก่อนหน้านี้ มันเป็นรอยของอะไรบางอย่างที่เคลื่อนที่บนพื้น รอยเล็กจนมองแทบไม่เห็น แต่มีอยู่

ผมส่องไฟตามรอย รอยขีดเล็กๆ พาผมออกจากห้องเก็บชิ้นส่วน เข้าสู่ทางเดินหลัก ผ่านห้องประชุม ผ่านห้องนอน แล้วหยุดที่ —

ช่องเชื่อมขึ้นยาน

รอยขีดหายไปที่บันไดขึ้นยาน SS-976

"มันขึ้นยาน" ผมพูดเสียงเบา

ทุกคนมองกัน

"มันขึ้นยานของเรา" โซลพูดซ้ำ


ผมเดินขึ้นบันไดเชื่อมยาน ลูกทีมตามมา ยาน SS-976 จอดเทียบท่าอยู่เหมือนเดิม ประตูยานปิดสนิท แสงในยานดวงเล็กๆ ยังติดอยู่เหมือนปกติ

ผมเปิดประตูยาน เสียงลมดันอากาศหลุดออกดังวูบ ภายในยานเงียบสนิท

"Ealis เปลี่ยนไปสแกนยาน"

"รับทราบ กำลังสแกนยาน SS-976..."

Ealis เงียบนานกว่าปกติ 5 วินาที 7 วินาที 10 วินาที

"Ealis?"

"ครับ... ผมพบบางอย่าง"

"อะไร"

"จำนวนสิ่งมีชีวิตบนยานตอนนี้คือ 5 ครับ"

ผมหยุดหายใจ

"5?"

"ใช่ครับ คุณและลูกทีม 3 คน รวมเป็น 4 คน แต่สแกนพบสิ่งมีชีวิต 5 ตัวบนยาน"

รีอาหันมามองผม ตาเธอกว้าง

"มันอยู่บนยาน" เธอพูดเบาจนแทบได้ยิน

"มันอยู่ที่ไหน" ผมถาม Ealis เสียงสั่นเล็กน้อย

"ผมไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ครับ สัญญาณสิ่งมีชีวิตตัวที่ 5 อ่อนมาก ไม่ตรงกับรูปแบบสิ่งมีชีวิตใดๆ ในฐานข้อมูล มันเหมือนกำลังซ่อนตัวอยู่"

"ซ่อนตัว..." โซลพูด "สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งฟัก รู้จักซ่อนตัว?"

"มันฉลาดกว่าที่เราคิด" มิกาพูด "หรือมันมีสัญชาตญาณหลบหลีกที่ติดมาตั้งแต่เกิด"

ผมมองภายในยาน ทางเดินแคบๆ ห้องควบคุมด้านหน้า ห้องเครื่องด้านหลัง มืด เงียบ แต่มีอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่ กับเรา

"Ealis ตรวจสอบระบบยาน ทุกระบบ มีอะไรผิดปกติไหม"

Ealis ตรวจสอบ 3 วินาที

"ระบบป้องกันยาน ปกติ ระบบสื่อสาร ปกติ ระบบนำทาง ปกติ แต่..."

"แต่อะไร"

"พลังงานยาน ลดลงครับ"

ผมรู้สึกเหมือนเลือดซึมออกจากตัว พลังงานยาน ลดลง

"ลดลงเท่าไหร่"

"แกนพลังงานหลักของยาน ลดลงจาก 100% เหลือ 47% ครับ ลดลงกว่าครึ่ง"

"ครึ่งหลอด..." ผมพูดเสียงแหบ "มันกินพลังงานไปครึ่งหลอด"

"แกนพลังงานหลักของยาน SS-976 เก็บพลังงานได้ 50,000 ยูนิต ลดลง 53% หมายความว่ามีพลังงานประมาณ 26,500 ยูนิตถูกใช้ไป ในเวลาประมาณ 30 นาทีที่ไข่ฟักจนถึงตอนนี้"

ทุกคนยืนนิ่ง ไม่มีใครพูด

26,500 ยูนิต ใน 30 นาที พลังงานที่ยานใช้ทั้งปีก็ไม่ถึง 10,000 ยูนิต สิ่งมีชีวิตตัวนี้กินพลังงานไปเกินกว่าที่ยานใช้ทั้งปี ในครึ่งชั่วโมง

"และอีกอย่างครับ" Ealis พูดต่อ "ผมตรวจสอบแกนพลังงานสำรอง 3 ตัวที่เก็บในยาน—"

"ยังไง" ผมถามเสียงหนัก

"ทั้ง 3 ตัว หมดครับ พลังงานเหลือ 0% ทั้งหมด"

ผมปิดตา หายใจเข้าลึก

แกนพลังงานหลัก หายไปครึ่งหลอด แกนพลังงานสำรอง 3 ตัว หายไปหมดไม่เหลือสักเม็ด รวมเป็นพลังงานที่หายไป 3 หลอดครึ่ง

สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เพิ่งฟักจากไข่ กินพลังงานไป 3 หลอดครึ่ง ใน 30 นาที

"ตัวอะไรมันจะกินได้" ผมพูดกับตัวเอง เสียงสั่น

"คุณครับ" โซลพูดเสียงจริงจัง "ถ้ามันกินพลังงานได้ขนาดนี้ มันกินแกนพลังงานที่ฐานได้ไหม แกนที่คุณเก็บไว้ในห้องล็อก 7 ชั้น"

ผมลืม แกนพลังงานที่ฐาน แกนที่ผมคิดค้นเองเมื่อ 500 ปีก่อน แกนที่ถ้ารั่วจะทำให้เกิด EMP 20 เท่า

"ถ้ามันกินแกนที่ฐาน..." ผมพูดช้าๆ "...และแกนแตก"

รีอาต่อให้ "EMP 20 เท่า ทุกระบบไฟฟ้าในรัศมีหลายพันกิโลเมตรพัง"

"ฐานเรา ยานเรา ระบบสื่อสาร ระบบรักษาชีวิต ทุกอย่าง" มิกาเสริม

ผมหันไปที่ห้องเครื่องของยาน ที่ที่แกนพลังงานหลักตั้งอยู่ เดินไปเปิดฝาห้องเครื่อง ส่องไฟเข้าไป

แกนพลังงานหลัก — ทรงกระบอกใส่สีฟ้าอ่อน — แสงภายในมืดลงกว่าปกติมาก เหลือแสงเรือนๆ ไม่ถึงครึ่งของเดิม

และรอบๆ ฐานของแกน มีคราบของพลังงานที่ไหลออกมา เหมือนคราบของของเหลวที่ถูกดูดซึม คราบสีฟ้าเข้มเปื้อนอยู่บนพื้นโลหะ

"Ealis วิเคราะห์คราบนี้"

"คราบนี้เป็นสารพลังงานบริสุทธิ์ที่ถูกดึงออกจากแกนครับ มีร่องรอยการดูดซึมแบบ... ผมไม่เคยเห็นรูปแบบการดูดซึมแบบนี้มาก่อน มันไม่ใช่การกินแบบสิ่งมีชีวิตทั่วไป มันเหมือนการดูดซับพลังงานโดยตรงเข้าสู่โครงสร้างร่างกาย"

ผมส่องไฟต่อไป ตามคราบพลังงาน คราบเล็กๆ เปื้อนอยู่ตามพื้นทางเดิน เหมือนรอยที่สิ่งมีชีวิตตัวนั้นเคลื่อนที่ไป คราบพลังงานที่หกเล็ดจากตัวมันหรือจากปากมัน

แล้วผมเห็นอะไรแวบๆ

ที่ปลายทางเดิน ใกล้ห้องควบคุมของยาน มีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวเร็ว แวบเดียวแล้วหายไป

"เฮ้ย!" ผมเสียงออกมาดัง ส่องไฟไปที่จุดนั้น

ไม่มีอะไร

"Ealis สิ่งมีชีวิตตัวที่ 5 อยู่ที่ไหนตอนนี้"

"สัญญาณยังอ่อนครับ แต่เคลื่อนที่ไปทางห้องควบคุมยาน"

"ห้องควบคุม..." ผมพูด "ทำไมมันไปที่ห้องควบคุม"

"บางทีมันอาจจะรู้สึกได้ว่าห้องควบคุมมีพลังงานมากที่สุด" มิกาเสนอ "เพราะแผงควบคุมเชื่อมต่อกับแกนพลังงานโดยตรง"

ผมเดินไปที่ห้องควบคุม ลูกทีมตามหลัง โซลเดินข้างหน้าผม มือขวาจับปืนพลังงาน

ประตูห้องควบคุมเปิดอยู่เล็กน้อย ปกติปิดสนิท แต่ตอนนี้เปิดออก 5 เซนติเมตร

โซลหันมามองผม ผมพยักหน้า

โซลเปิดประตูกระแทก ส่องปืนเข้าไป

ห้องควบคุมมืด แสงจอภาพที่แผงควบคุมดับไปเกือบหมด เหลือเพียงจอเดียวที่ยังเรืองแสงเล็กน้อย แสงสีฟ้าจางๆ

คราบพลังงานเปื้อนอยู่บนแผงควบคุม บนเก้าอี้นักบิน บนพื้น เปื้อนมากกว่าที่ห้องเครื่อง

และที่เก้าอี้นักบิน —

ผมส่องไฟไป

มีอะไรบางอย่างอยู่ที่นั่น

ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ที่ผมรู้จัก มันเป็นสิ่งมีชีวิตรูปทรงกลมแป้น มีโครงสร้างคล้ายกระดอง สีเขียวเข้มอมฟ้า ขนาดประมาณจานทานข้าว มีแขนขาสั้นๆ 4 ข้างยื่นออกมาจากใต้กระดอง และมีส่วนหัวเล็กๆ ที่ยื่นออกมาด้านหน้า มีดวงตา 2 ดวง กลม สีฟ้าเรืองแสง

มันนั่งอยู่บนเก้าอี้นักบิน เหมือนกำลังขับยาน

ผมส่องไฟเข้าไปใกล้

มันหันกลับมา

ดวงตาสีฟ้ามองผม แล้วมันเปิดปาก

"อันนี้มันคืออะไรล่ะ"

เสียงมันแหบต่ำ เหมือนเสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของกระดอง ไม่ใช่เสียงจากเสียงสั่นของเยื่อหุ้นเสียงแบบมนุษย์ แต่มันพูดได้ พูดภาษามนุษย์

"มันอร่อยแล้วก็ทำให้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานเสียเหลือเกิน"

ผมยืนนิ่ง ไฟฉายในมือสั่น

สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายเต่า ที่ฟักจากไข่อายุ 3,000 ปีแสง จากนอกกาแลคซี่ ที่เพิ่งกินพลังงานไป 3 หลอดครึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้นักบินของยานผม แล้วบอกว่ามันอร่อย

รีอาที่ยืนอยู่ข้างหลังผมสูดหายใจเสียงดัง

โซลยกปืนขึ้น ผมยกมือแตะแขนเขา ส่ายหัวเล็กน้อย บอกให้รอ

ผมมองเต่าต่างดาว มันมองผม

"Ealis" ผมเรียกเสียงเบา "บันทึกทุกอย่าง ทุกวินาที"

"กำลังบันทึกครับ"

ผมกลืนน้ำลาย แล้วถาม

"คุณ... คืออะไร"

เต่าต่างดาวเอียงหัวนิดหน่อย ดวงตาสีฟ้ามองผมนิ่ง แล้วมันพูดอีกครั้ง เสียงแหบต่ำที่ดังมาจากกระดอง

"ผมกำลังจะถามคุณคำถามเดียวกัน"


ปิดบทที่ 3

บทต่อไป — บทที่ 4: ตัวที่ห้า

ปลดล็อกเพื่ออ่านตอนนี้

เข้าสู่ระบบเพื่อใช้เครดิตปลดล็อกตอนนี้