ภูผาไม่ตัด
มือกำมีดแน่น แต่ไม่ตัด เขาเดินไปที่เดช ก้าวเข้าใกล้ทีละก้าว ใกล้จนได้ยินเสียงหายใจของเดช ใกล้จนได้กลิ่นโคลนและสาหร่ายจากตัวเดช กลิ่นของสิ่งที่ไม่ใช่น้ำ
"เดช" ภูผาพูดเบา ประคองเสียงให้สั่นน้อยที่สุด "กลับมา"
เดชไม่ขยับ ยืนนิ่งริมน้ำ ตาจับผิวน้ำ
"พี่ ๆ มาดู" เดชพูดด้วยเสียงภูผา "พี่ ๆ ยืนอยู่ในน้ำ ยิ้มอยู่ในน้ำ สวยจัง"
ภูผายื่นมือวางบนไหล่เดช กดลงเบา ๆ แต่แน่น แล้วดึง ดึงทีละก้าว เหมือนดึงคนที่กำลังฝัน
เดชถอย ขาสั่น ตายังจับผิวน้ำ แต่เท้าถอย ถอยจนห่างจากขอบน้ำห้าก้าว สิบก้าว จนเชือกดึงตึง
"หลับตา" ภูผาพูด "หลับตาเดช อย่ามองน้ำ"
เดชหลับตา ร่างที่เกร็งค่อย ๆ คลาย แล้วเดชสะอื้น เสียงสะอื้นกลับเป็นเสียงเดช ไม่ใช่เสียงภูผา ไม่ใช่เสียงใคร
"พี่ภู" เดชร้องเสียงสั่น "มันเรียกชื่อฉัน มันเป็นเสียงพี่ พี่เรียกฉันให้มาดู พี่ยืนยิ้มอยู่ในน้ำ"
"ไม่ใช่พี่" ภูผาพูด "พี่อยู่ตรงนี้ พี่ไม่ได้อยู่ในน้ำ"
ก้องวิ่งมา ช่วยประคองเดช สองคนดึงเดชออกจากริมน้ำ ทั้งสามนั่งลงบนพื้นดินชื้น ห่างจากหนองน้ำสิบก้าว หายใจหนัก หัวใจเต้นแรง
น้ำในหนองไม่สูงขึ้น
ภูผาสังเกตเห็น เดชไม่ได้ตอบ เดชไม่ได้เดินเข้าน้ำ น้ำจึงไม่ขึ้น แต่สิ่งที่อยู่ในน้ำก็ไม่หายไป ภูผาเหลือบตาไปที่ผิวน้ำ ในแสงจันทร์ที่ลอดหมอก ผิวน้ำเรียบสนิท ไม่มีคนยืน ไม่มีใบหน้า ไม่มีอะไร
แต่เสียงยังดัง
เสียงเรียกชื่อภูผา ด้วยเสียงของภูผาเอง ดังจากทิศทางที่ไม่ชัดเจน บางครั้งเหมือนมาจากน้ำ บางครั้งเหมือนมาจากป่า บางครั้งเหมือนมาจาก...ใกล้มาก
"เราต้องเดินออก" ภูผาพูด "เดินออกจากที่นี่ ตอนนี้"
ก้องมองเดชที่นั่งสั่น แล้วมองภูผา "เดชเดินไหวไหม"
"เดินไหว" เดชพูดเสียงแหบ "แต่อย่าให้ฉันเดินหน้า ผูกฉันไว้ข้างหลัง ผูกไว้ข้างหลังแล้วอย่าให้ฉันมองน้ำ"
ภูผาพยักหน้า เขาจัดแถวใหม่ ก้องนำหน้า ภูผาตามกลาง เดชอยู่ข้างหลัง สามคนผูกเชือกเส้นเดียวกัน เดินเข้าป่า ทิศทางที่เข้ามา
เดินได้สิบนาที ภูผาเห็นต้นไม้ที่คุ้นเคย ต้นที่เขาจำได้ว่าผ่านมาตอนเข้าป่า ก้องเดินนำหน้า มั่นใจ ก้าวเร็ว แต่สิบนาทีต่อมา ภูผาเห็นต้นไม้ต้นเดิมอีกครั้ง
"ก้อง" ภูผาเรียก "หยุด"
ก้องหยุด "อะไร"
"ต้นไม้ต้นนั้น" ภูผาชี้ "ต้นที่มีรอยแผลที่ขวานฟัน ต้นนั้น เราผ่านมาสองครั้ง"
ก้องมอง ใบหน้าเปลี่ยน "ไม่ ไม่ มันไม่ใช่ต้นเดียวกัน ต้นไม้ในป่าเหมือนกันหมด"
"ไม่ มันเหมือนกันจริง ๆ เพราะมันคือต้นเดียวกัน" ภูผาเดินไปที่ต้นไม้ วางมือบนรอยแผล "รอยขวาน ฟันสามที ที่แฉลบลง ดู นี่คือรอยเดียวกัน ก้อง เราวนกลับมาที่เดิม"
ก้องนิ่ง เดชเดินมาจากข้างหลัง ใบหน้าซีด
"เราวน" เดชพูด "วนกลับมาที่หนองน้ำ"
ภูผาหันรอบ มอง และเขาเห็น ผ่านต้นไม้ ห่างไปไม่กี่สิบก้าว ผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์ เงียบสนิท พวกเขาเดินออก แต่กลับมาที่หนองน้ำ
"เดินอีกครั้ง" ภูผาพูด "ครั้งนี้ฉันนำหน้า"
เขาเดินนำ ทิศทางใหม่ หันห่างจากหนองน้ำ เดินเข้าป่าลึก ก้าวเร็ว มั่นใจ แต่ยี่สิบนาทีต่อมา ผ่านต้นไม้ต้นเดิม ผ่านรอยขวานเดิม และเสียงน้ำไหลเบา ๆ ดังขึ้นข้างหน้า
หนองน้ำ
ทั้งสามยืนนิ่ง มองผิวน้ำที่เรียบสนิท น้ำสูงขึ้นมาอีก ภูผาไม่รู้ว่าสูงขึ้นกี่นิ้ว แต่ระดับน้ำเปลี่ยน สูงขึ้นจากคืนก่อน
"เราเดินไม่ออก" ก้องพูดเสียงหนัก "ป่ามันไม่ให้เราออก"
"ไม่ใช่ป่า" ภูผาพูด นั่งลง มองเชือกที่ผูกรอบเอว "มันไม่ใช่ป่าที่ดึงเรากลับมา"
ภูผาดึงเชือกขึ้นมาดู อีกครั้ง สายใยสีดำ สานกันแน่น ลวดลายเหมือนเส้นประสาท เหมือนเส้นเลือด แต่ครั้งนี้เขามองใกล้กว่าเดิม มองจนตาลาย แล้วเขาเห็น
สายใยเคลื่อน
ไม่ใช่ลวดลาย ไม่ใช่เส้นประสาทที่เหมือนสิ่งมีชีวิต มันเคลื่อนจริง ๆ เคลื่อนช้า ๆ ภายในเชือก เหมือนเลือดไหลในเส้นเลือด เหมือนกระแสประสาทส่งสัญญาณ ไหลจากปลายเชือกที่ผูกอยู่รอบเอวเขา ไหลไปตามสาย ไปยังปลายอีกข้างที่ผูกอยู่กับก้อง และอีกข้างที่ผูกอยู่กับเดช
แล้วไหลต่อ ไหลไปที่ปลายเชือกอีกเส้นที่ขาดวู่ ปลายที่เคยผูกใบเฟิร์นและวิน ปลายที่ขาด แต่สายใยยังไหล ไหลออกจากปลายที่ขาด ไหลลงพื้นดิน ไหลลงไปในดิน ลึกลงไป ลงไปจนถึงน้ำ
ภูผาตามสายใยมอง มองจากปลายเชือกที่ขาด ลงพื้นดิน ลงไปใต้ดิน ลงไปยังหนองน้ำ
เชือกไม่ได้ส่งเสียงไปให้สิ่งในน้ำ
เชือกคือสิ่งในน้ำ
สิ่งมีชีวิตไม่ได้อยู่ในหนอง มันอยู่ในเชือก อยู่ในสายใยที่ไหล อยู่ในเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณ หนองน้ำไม่ใช่ที่อยู่ของมัน หนองน้ำคือปาก ปากที่กลืนคนที่เดินเข้าไป แต่ตัวมัน ตัวจริง อยู่ในมือของพวกเขา อยู่รอบเอวของพวกเขา อยู่ติดตัวพวกเขามาตั้งแต่วันแรก
ชายชราไม่ได้ส่งพวกเขาเข้ามาตาย ชายชราส่งพวกเขาเข้ามาเป็นอาหาร และเชือกเส้นนี้คือเส้นเลือดที่ชายชราเสียบเข้าร่างของพวกเขา
"ตัด" ภูผาพูดเสียงแหบ "ตัดเชือก ทุกคน ตอนนี้"
"ถ้าตัดแล้วเราหลงล่ะ" ก้องพูด แต่เสียงสั่นน้อยลง เพราะเขาเห็นสายใยเคลื่อนเหมือนกัน
"เราหลงอยู่แล้ว" ภูผาพูด "เราหลงตั้งแต่วันที่รับเชือกเส้นนี้ ป่าไม่ได้ดึงเรากลับมาที่หนองน้ำ เชือกดึงเรา มันดึงเราให้กลับมาที่ปากของมัน ทุกครั้งที่เราเดินออก มันดึงเรากลับ"
ภูผาหยิบมีด จะตัดเชือกที่เอวตัวเอง แต่มือเขาหยุด
เพราะเขาได้ยิน
เสียงเรียกชื่อเขา ด้วยเสียงของเขาเอง แต่ครั้งนี้เสียงไม่ได้ดังจากหนองน้ำ
เสียงดังจากเชือก
ดังจากเส้นใยที่ผูกอยู่รอบเอวเขา
ดังจากใกล้ ใกล้ที่สุด เหมือนมีคนกระซิบอยู่ที่หนังหุ้มใจ และเสียงนั้นพูดว่า
"ภูผา อย่าตัด ถ้าตัด ภูผาจะไม่ได้ยินเสียงแม่อีก"
ภูผาหลับตา มือสั่น มีดสั่น และในความมืดของเปลือกตา เขาเห็นหน้าแม่ หน้าแม่ที่ยิ้มอ่อนโยน หน้าแม่ที่เขาไม่ได้เห็นห้าปี
มีดในมือเขาค่อย ๆ ลดลง
© เสียงที่ไม่ควรตอบ — สงวนลิขสิทธิ์โดย Dev365TH เรียนออนไลน์ · ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่/จำหน่ายในทุกรูปแบบ · ข้อกำหนดการใช้งาน
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย