Supersolid อุณหภูมิห้อง: ผลึกที่ไหลได้ด้วยแสง-สสาร
เจาะฟิสิกส์ Supersolid อุณหภูมิห้องที่ทั้งเป็นผลึกและไหลได้พร้อมกัน ทำไมโพลาริตอนทำให้ไทยแตะควอนตัมได้โดยไม่ต้องแช่แข็งใกล้ศูนย์สัมบูรณ์
สารบัญ

บทนำ: ทำไมข่าววันที่ 3 พ.ย. 2026 จึงน่าตื่นเต้น
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจข่าวใหญ่ของวงการฟิสิกส์ควอนตัมแบบไม่ต้องมีพื้นฐานลึกมาก่อน คุณจะได้รู้จักว่า Supersolid คืออะไร ทำไมมันดูขัดสามัญสำนึก และทำไมงานวิจัยที่รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 จึงสำคัญ
ประเด็นสำคัญคือ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์ซอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการทหารของโปแลนด์ IBM Research Zurich และ CNRS ของฝรั่งเศส รายงานการสังเกตสถานะซูเปอร์โซลิดในคอนเดนเสทของเอกซิตอน-โพลาริตอนที่อุณหภูมิห้อง ผลงานนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances และถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ตามเวลาในรายงานข่าว
พูดง่าย ๆ คือ ทีมวิจัยไม่ได้สร้างน้ำแข็งธรรมดา ไม่ได้สร้างโลหะชนิดใหม่ และไม่ได้ทำให้ของแข็งลอยได้ด้วยเวทมนตร์ แต่ทำให้ของผสมระหว่างแสงกับสสารจัดตัวเป็นระเบียบแบบผลึก ขณะเดียวกันก็ยังมีความสอดคล้องเชิงควอนตัมและการไหลแบบซูเปอร์ฟลูอิดอยู่พร้อมกัน
สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่คำว่า “อุณหภูมิห้อง” แต่คือการเปลี่ยนโจทย์จาก “ต้องมีห้องแล็บแช่แข็งราคาแพง” มาเป็น “ใช้แสง เลนส์ระดับนาโน และวัสดุที่ออกแบบได้” ซึ่งเปิดประตูให้มหาวิทยาลัย ห้องแล็บโฟโตนิกส์ และนักวิจัยรุ่นใหม่เข้าถึงฟิสิกส์ควอนตัมเชิงลึกได้ง่ายขึ้น
Supersolid คืออะไร: เป็นทั้งผลึกและไหลได้พร้อมกัน
ภาพจำง่าย ๆ ที่ไม่ผิดมาก
ลองนึกถึงทหารที่ยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ แต่ทั้งแถวสามารถเลื่อนไปข้างหน้าได้โดยไม่มีใครสะดุด ไม่มีแรงเสียดทาน และทุกคนยังขยับพร้อมกันราวกับเป็นร่างเดียว นั่นคือภาพเปรียบเทียบแบบหยาบของซูเปอร์โซลิด
ในภาษาฟิสิกส์ ซูเปอร์โซลิดมีคุณสมบัติสองอย่างพร้อมกัน
- ระเบียบแบบผลึก: ความหนาแน่นของระบบไม่สม่ำเสมอ แต่เกิดเป็นลวดลายเป็นคาบซ้ำ ๆ เหมือนแถบสว่างสลับแถบมืด
- ความเป็นซูเปอร์ฟลูอิด: ระบบมีความสอดคล้องของเฟสเชิงควอนตัม และสามารถไหลโดยมีความต้านทานต่ำมากในเงื่อนไขที่เหมาะสม
ความขัดแย้งอยู่ตรงนี้ ของแข็งปกติมีตำแหน่งค่อนข้างตายตัว ส่วนของไหลปกติไม่มีโครงสร้างตายตัว ซูเปอร์โซลิดจึงเหมือนการประนีประนอมที่กลศาสตร์ควอนตัมอนุญาตให้เกิดขึ้นได้
แล้วต่างจากของแข็ง ของเหลว และซูเปอร์ฟลูอิดอย่างไร
| สถานะ | มีระเบียบแบบผลึกหรือไม่ | ไหลแบบซูเปอร์ฟลูอิดหรือไม่ |
|---|---|---|
| ของแข็งทั่วไป | มี | ไม่มี |
| ของเหลวทั่วไป | ไม่มี | ไม่มี |
| ซูเปอร์ฟลูอิด | ไม่มี | มี |
| ซูเปอร์โซลิด | มี | มี |
ตารางนี้เป็นภาพสรุปเชิงแนวคิด ไม่ใช่คำนิยามทางคณิตศาสตร์ทั้งหมด เพราะในงานวิจัยจริง นักฟิสิกส์ต้องตรวจสอบหลักฐานหลายด้าน เช่น การมอดูเลตของความหนาแน่น ความสอดคล้องของเฟส และพฤติกรรมเชิงพลวัต ไม่ใช่ดูแค่ภาพแถบลายเพียงอย่างเดียว
ทำไมก่อนหน้านี้ต้องแช่แข็งใกล้ศูนย์สัมบูรณ์
ศูนย์สัมบูรณ์อยู่ที่ประมาณ -273.15 องศาเซลเซียส หรือ 0 เคลวิน ที่อุณหภูมินี้การสั่นสะเทือนจากความร้อนต่ำมาก ทำให้พฤติกรรมควอนตัมไม่ถูกกลบด้วยสัญญาณรบกวนจากความร้อน
ในอดีต การสร้างซูเปอร์โซลิดจากอะตอมเย็นจัดจึงต้องใช้ระบบสุญญากาศ เลเซอร์ดักจับอะตอม และเครื่องทำความเย็นที่ซับซ้อนและแพงมาก งานทดลองช่วงปี 2017 เป็นต้นมาใช้คอนเดนเสทของโบส-ไอน์สไตน์จากอะตอมเย็นจัด เช่น อะตอมกลุ่มแลนทาไนด์ เพื่อสังเกตการเกิดลวดลายและการไหลแบบควอนตัม
ปัญหาคือ โครงสร้างแบบนี้เข้าถึงยากสำหรับห้องแล็บทั่วไป ยิ่งในประเทศร้อนอย่างไทย การรักษาอุณหภูมิใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ยิ่งเป็นต้นทุนด้านพลังงาน อุปกรณ์ และการบำรุงรักษาที่สูงมาก
ดังนั้น คำถามใหญ่ของวงการจึงเปลี่ยนจาก “ซูเปอร์โซลิดมีจริงหรือไม่” มาเป็น “เราจะสร้างซูเปอร์โซลิดในระบบที่ใช้งานง่ายกว่านั้นได้หรือไม่”
โพลาริตอน: ทางลัดที่ใช้แสงแทนอะตอมเย็นจัด
เอกซิตอน-โพลาริตอนคืออะไร
โพลาริตอนในงานนี้คือ ควอซิพาร์ติเคิล หรืออนุภาคเทียมที่เกิดจากการควบรวมกันอย่างแรงระหว่างแสงกับสสารในไมโครคาวิตีเชิงแสง
อธิบายแบบง่ายที่สุด
- เลเซอร์กระตุ้นวัสดุให้เกิดเอกซิตอน ซึ่งเป็นสถานะกระตุ้นของอิเล็กตรอนกับโฮล
- เอกซิตอนนั้นจับคู่กับโฟตอนในโพรงแสงอย่างแรง จนแยกไม่ออกว่า “เป็นแสง” หรือ “เป็นสสาร”
- สิ่งที่ได้คือโพลาริตอน ที่มีมวลเบามาก เคลื่อนที่เร็ว และสามารถรวมตัวเป็นคอนเดนเสทเชิงควอนตัมได้
คำว่า “มวลเบามาก” สำคัญมาก เพราะอนุภาคที่เบาจะแสดงพฤติกรรมควอนตัมได้ชัดเจนกว่า แม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า
ทำไมโพลาริตอนอยู่รอดที่อุณหภูมิห้องได้
โพลาริตอนมีอายุสั้นมาก อาจอยู่ในระดับพิโกวินาที แต่ในงานวิจัยนี้ ช่วงเวลาสั้นนั้นเพียงพอให้มันรวมตัวเป็นคอนเดนเสทและแสดงพฤติกรรมซูเปอร์ฟลูอิดในเชิงทดลอง
ลองนึกภาพการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงมาก เราไม่จำเป็นต้องให้แบบนิ่งทั้งวัน ขอแค่ในช่วงเสี้ยววินาทีที่ถ่าย ภาพนั้นคมชัดก็พอ โพลาริตอนก็คล้ายกัน ระบบไม่ได้ต้องคงอยู่ตลอดไป แต่ต้องคงอยู่นานพอให้วัดปรากฏการณ์ควอนตัมได้
ที่สำคัญ งานวิจัยวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ใช้ไมโครคาวิตีผลึกเหลวที่ออกแบบพิเศษ และเคลือบด้วยสารกึ่งตัวนำอินทรีย์ เพื่อให้เกิดการควบรวมแสงกับสสารอย่างแรงที่อุณหภูมิห้อง ทีมวิจัยยังระบุว่า ไมโครคาวิตีผลึกเหลวของพวกเขาสามารถทำงานได้แม้ที่อุณหภูมิเข้าใกล้ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิห้องทั่วไปเสียอีก
เจาะงานวิจัย 3 พ.ย. 2026: ผลึกเหลวและลายแถบที่เลือกเอง
อุปกรณ์ทดลองประกอบด้วยอะไร
ทีมวิจัยใช้โพรงแสงหรือไมโครคาวิตีที่บรรจุผลึกเหลวแบบเนมาติก และใช้สารกึ่งตัวนำอินทรีย์ชื่อ MeLPPP หรือเมทิลซับสติทิวต์แลดเดอร์ไทป์โพลี(พาราฟีนิลีน) ซึ่งเป็นวัสดุที่ทีม IBM ศึกษามานาน และเคยสังเกตการควบแน่นของโบส-ไอน์สไตน์ในวัสดุนี้มาก่อน
จุดเด่นของแพลตฟอร์มผลึกเหลวคือ ปรับได้ด้วยไฟฟ้า เพราะสามารถใช้แรงดันไฟฟ้าภายนอกควบคุมคุณสมบัติเชิงแสงได้แบบพลวัต ซึ่งต่างจากระบบอะตอมเย็นจัดที่ปรับโครงสร้างได้ยากกว่า
นักวิจัยรู้ได้อย่างไรว่าเกิดซูเปอร์โซลิด
หลักฐานสำคัญมีอย่างน้อย 3 ชั้น
- เกิดลายแถบสว่างเป็นคาบ: แสงที่ปล่อยออกมาจากตัวอย่างเกิดแถบสว่างเว้นระยะสม่ำเสมอ แสดงว่าคอนเดนเสทเกิดการมอดูเลตของความหนาแน่นแบบเป็นคาบ ซึ่งเป็นลายเซ็นของการตกผลึก
- ลายแถบเปลี่ยนตำแหน่งทุกครั้งที่ยิงเลเซอร์: แต่ละพัลส์เลเซอร์ให้ลายแถบอยู่คนละตำแหน่ง หมายความว่าระบบเลือกโครงสร้างเองแบบสุ่มจากตัวเลือกที่เท่าเทียมกัน ไม่ได้ถูกบังคับด้วยแม่แบบภายนอก นี่คือตัวอย่างของ การทำลายสมมาตรแบบเกิดขึ้นเอง
- เกิดระเบียบสองรูปแบบพร้อมกัน: ทีมวิจัยพบทั้งระเบียบในความเข้มของแสง และระเบียบในโพลาไรเซชันในรูปแบบเกลียวสปินที่คงอยู่ แสดงว่าระบบมีระเบียบซ้อนกันมากกว่าหนึ่งมิติ
คำว่า “ทำลายสมมาตรแบบเกิดขึ้นเอง” ฟังดูยาก แต่ลองนึกถึงดินสอที่ตั้งบนปลายแหลมแล้วล้มไปทางใดทางหนึ่ง ระบบเริ่มต้นสมมาตร แต่ผลลัพธ์สุดท้ายเลือกทิศทางหนึ่งโดยไม่มีแรงภายนอกบังคับ ในซูเปอร์โซลิด ระบบก็เลือกตำแหน่งของลวดลายผลึกเองเช่นกัน
ทำไมงานนี้ยากกว่าที่เห็นในข่าว
งานวิจัยนี้มีความท้าทายเชิงปฏิบัติที่ข่าวสั้นมักไม่ได้เล่า ทีมวิจัยระบุว่า สารกึ่งตัวนำอินทรีย์ค่อย ๆ ทำปฏิกิริยากับผลึกเหลว ทำให้ต้องทำการวัดทั้งหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประกอบตัวอย่าง หากวัดซ้ำก็ต้องผลิตตัวอย่างใหม่
ดังนั้น นี่ไม่ใช่เทคโนโลยีที่พร้อมใส่กล่องขายพรุ่งนี้ แต่เป็นหลักฐานเชิงฟิสิกส์ที่แข็งแรงว่า ระบบแสง-สสารที่อุณหภูมิห้องสามารถเป็นห้องทดลองควอนตัมได้
อีกงานสำคัญปี 2026: เพอรอฟสไกต์และนาโนเกรตติง
เพื่อให้เห็นภาพครบ ควรพูดถึงงานวิจัยอีกชิ้นในปี 2026 ที่ช่วยยืนยันแนวโน้มเดียวกัน ทีมวิจัยจากสถาบันโพลีเทคนิคเรนซีเลียร์ หรือ RPI นำโดยศาสตราจารย์เว่ย เป่า ใช้ผลึกเดี่ยวของเพอรอฟสไกต์ชนิดเฮไลด์ร่วมกับโครงสร้างนาโนเกรตติงที่ออกแบบอย่างแม่นยำ ผลงานนี้ตีพิมพ์ใน Nature Nanotechnology
เมื่อเพิ่มพลังงานกระตุ้นจากเลเซอร์ ระบบจะเปลี่ยนจากการควบแน่นในสถานะเดียวไปสู่ลวดลายเป็นแถบคล้ายผลึก ขณะที่ยังรักษาความสอดคล้องเชิงควอนตัมไว้ทั่วระบบ ลวดลายที่ได้เปลี่ยนไปในแต่ละครั้งที่ทดลองซ้ำ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าไม่ได้ถูกพิมพ์ลายไว้ล่วงหน้า
งานชิ้นนี้ต่างจากงานของทีมวอร์ซอตรงที่ใช้วัสดุและกลไกการออกแบบเชิงโฟโตนิกส์คนละแบบ แต่ให้ข้อสรุปในทิศทางเดียวกันว่า ซูเปอร์โซลิดไม่จำเป็นต้องอยู่ในตู้แช่แข็งใกล้ศูนย์สัมบูรณ์เสมอไป
ทำไมไทยไม่ต้องแช่แข็งก็แตะควอนตัมได้
คำว่า “ไทยแตะควอนตัมได้” ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า นักเรียนทุกคนจะมีเครื่องควอนตัมที่บ้าน แต่หมายถึงอุปสรรคเชิงโครงสร้างพื้นฐานลดลงใน 4 ด้าน
1. ลดต้นทุนด้านความเย็น
ระบบอะตอมเย็นจัดต้องการเครื่องทำความเย็นแบบพิเศษ พลังงานสูง และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ขณะที่แพลตฟอร์มโพลาริตอนที่อุณหภูมิห้องลดความจำเป็นของระบบแช่แข็งระดับนั้นลงอย่างมาก
2. ใช้ทักษะที่ไทยมีอยู่แล้วได้มากขึ้น
ไทยมีฐานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า โฟโตนิกส์ วัสดุศาสตร์ เซมิคอนดักเตอร์ เลนส์ และนาโนเทคโนโลยีอยู่แล้ว งานวิจัยแนวนี้ใช้ทักษะการออกแบบโพรงแสง การผลิตโครงสร้างนาโน และการวัดแสงความเร็วสูง ซึ่งใกล้กับอุตสาหกรรมจริงมากกว่าการสร้างอะตอมเย็นจัด
3. ปรับได้ด้วยไฟฟ้าและแสง
แพลตฟอร์มผลึกเหลวที่ปรับด้วยแรงดันไฟฟ้าเปิดโอกาสให้ทดลองเปลี่ยนเฟส เปลี่ยนลวดลาย และทดสอบสมมติฐานได้เร็วขึ้น นักวิจัยไม่ต้องสร้างเครื่องใหม่ทั้งระบบเพื่อเปลี่ยนเงื่อนไขการทดลองเพียงเล็กน้อย
4. เหมาะกับงานโฟโตนิกส์และคอมพิวเตอร์เชิงแสง
งานวิจัยระบุแนวทางประยุกต์ที่เป็นไปได้ เช่น อุปกรณ์โฟโตนิกส์ความเร็วสูง ตัวเร่งการคำนวณแบบนิวโรมอร์ฟิก เซ็นเซอร์เชิงแสงที่มีความไวสูง และเลเซอร์ที่มีลวดลายเชิงพื้นที่ปรับได้ งานเหล่านี้อยู่ในเส้นทางเดียวกับอุตสาหกรรมชิป แสง และปัญญาประดิษฐ์
ข้อควรระวัง: อย่าตีความเกินหลักฐาน
บทความวิทยาศาสตร์ที่ดีต้องแยกให้ชัดระหว่าง “สิ่งที่พิสูจน์แล้ว” กับ “สิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคต”
- ยังไม่ใช่คอมพิวเตอร์ควอนตัม: งานนี้เป็นหลักฐานของสถานะควอนตัมแบบรวมหมู่ ไม่ใช่การประกาศว่าเรามีคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อุณหภูมิห้อง
- ยังไม่ใช่ของแข็งที่จับต้องได้: ซูเปอร์โซลิดในระบบโพลาริตอนเป็นสถานะของควอซิพาร์ติเคิลแสง-สสาร ไม่ใช่ก้อนผลึกที่เอามือจับแล้วไหลได้
- ระบบเป็นแบบขับเคลื่อนและสูญเสียพลังงาน: โพลาริตอนต้องถูกปั๊มพลังงานอย่างต่อเนื่องและมีอายุสั้น ต่างจากซูเปอร์โซลิดในระบบอะตอมที่ใกล้สมดุลมากกว่า นักฟิสิกส์จึงยังต้องถกเถียงเรื่องขอบเขตของคำว่า “ซูเปอร์ฟลูอิด” ในระบบแบบนี้
- ตัวอย่างเสื่อมสภาพเร็ว: อย่างน้อยในงานของทีมวอร์ซอ ตัวอย่างมีหน้าต่างเวลาวัดจำกัด เพราะวัสดุทำปฏิกิริยากัน
- ยังไม่ใช่อุปกรณ์เชิงพาณิชย์: การขยายขนาด การผลิตซ้ำ ความเสถียรระยะยาว และต้นทุนการผลิต ยังเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ต่อไป
ข่าวที่บอกว่า “สร้างสสารชนิดใหม่” จึงควรอ่านว่า “สังเกตสถานะควอนตัมแบบใหม่ในระบบใหม่” มากกว่า “ค้นพบธาตุใหม่”
ถ้าอยากตามเรื่องนี้ต่อ ควรดูอะไร
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และนักวิจัยที่สนใจ แนะนำให้ตามประเด็นต่อไปนี้
- หลักฐานเชิงพลวัต: ทีมวิจัยจะพิสูจน์การไหลแบบซูเปอร์ฟลูอิดได้ละเอียดแค่ไหน เช่น การเกิดวอร์เทกซ์ควอนตัมและการไหลโดยไม่มีการสูญเสียพลังงาน
- การควบคุมด้วยไฟฟ้า: ผลึกเหลวจะช่วยให้เปลี่ยนเฟสซูเปอร์โซลิดแบบเรียลไทม์ได้จริงแค่ไหน
- วัสดุที่เสถียรกว่า: จะมีวัสดุอินทรีย์หรือเพอรอฟสไกต์ที่ทนทานกว่าเดิมและผลิตซ้ำง่ายกว่าหรือไม่
- การขยายเป็นวงจรโฟโตนิกส์: จากจุดเดียวสู่โครงข่ายของคอนเดนเสทหลายจุดที่ทำงานร่วมกัน
- การทบทวนโดยเพื่อนนักวิจัย: งานที่ตีพิมพ์แล้วจะถูกทดสอบซ้ำโดยห้องแล็บอื่นหรือไม่ และผลจะสอดคล้องกันแค่ไหน
สรุป: สิ่งที่ควรจำจากข่าวนี้
ซูเปอร์โซลิดคือสถานะที่รวมระเบียบแบบผลึกกับพฤติกรรมแบบซูเปอร์ฟลูอิดไว้ด้วยกัน
งานวิจัยวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 แสดงให้เห็นว่า สถานะนี้สามารถเกิดขึ้นในคอนเดนเสทของเอกซิตอน-โพลาริตอนที่อุณหภูมิห้อง โดยใช้ไมโครคาวิตีผลึกเหลวและสารกึ่งตัวนำอินทรีย์
หลักฐานสำคัญคือ ลายแถบที่เป็นคาบ การเลือกลวดลายเองแบบสุ่มในแต่ละครั้ง และระเบียบที่เกิดพร้อมกันทั้งในความเข้มและโพลาไรเซชันของแสง
สำหรับประเทศไทย ความสำคัญของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีของแปลกในห้องแล็บต่างประเทศ แต่อยู่ที่การเปลี่ยนฟิสิกส์ควอนตัมจาก “ต้องแช่แข็งสุดขั้ว” มาเป็น “ออกแบบด้วยแสง วัสดุ และโครงสร้างนาโน” ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้าถึงได้มากขึ้น
หากคุณสนใจฟิสิกส์ควอนตัม โฟโตนิกส์ หรือวัสดุศาสตร์ นี่คือช่วงเวลาที่ดีในการเริ่มตามงานวิจัย เพราะคำถามต่อไปไม่ใช่แค่ “มันมีจริงไหม” แต่คือ “เราจะควบคุมมันและใช้มันทำอะไรได้บ้าง”
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Light-matter hybrids form supersolid quantum state at room temperature — Phys.org, 3 พฤศจิกายน 2026
- Scientists create a new state of matter at room temperature using light and nanostructures — Phys.org / RPI, มีนาคม 2026
- When quantum fluids of light crystallize — Nature Nanotechnology, 2026
เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!