วันฟ้าหม่นไม่มีแดด ซักผ้ายังไงไม่ให้มีกลิ่นอับ?
ปัญหากลิ่นอับจากการซักผ้าในวันที่ไม่มีแดด แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิด มาดูเทคนิคทำให้เสื้อผ้าแห้งสนิทและหอมสะอาดแม้ตากในร่ม
สารบัญ

คุณเคยเจอปัญหาที่ซักผ้าเสร็จในวันที่ฟ้าครึ้ม ไม่มีแดดออกมาช่วยทำให้ผ้าแห้งเองไหม? แล้วพอหยิบเสื้อผ้ามาใส่ก็ได้กลิ่นอับชื้นๆ จนต้องเอากลับไปซักใหม่อีกรอบ เสียเวลาแถมเสียความรู้สึกไปอีกตั้งหลายชั่วโมง
วันนี้เราจะมาไขปัญหานี้กัน จริงๆ แล้วการซักผ้าในวันที่ไม่มีแดด ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้ารู้เทคนิคและเข้าใจสาเหตุของกลิ่นอับ เรามาดูวิธีจัดการเสื้อผ้าในวันฝนตกหรือวันฟ้าหม่นให้กลับมาหอมสะอาดและแห้งสนิทกันครับ
ทำไมวันที่ไม่มีแดด การซักผ้าถึงมีกลิ่นอับ?
กลิ่นอับที่เราได้กลิ่นนั้น ไม่ได้เกิดจากตัวน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มนะครับ แต่เกิดจาก "แบคทีเรีย" ที่ชอบความชื้น เมื่อผ้าแห้งช้า ความชื้นที่ค้างอยู่ในเส้นใยผ้าจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของจุลินทรีย์เหล่านี้ พวกมันจะผลิตก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นอับออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นชื้นแม้จะเพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ
ดังนั้น เป้าหมายหลักของการซักผ้าในวันที่ไม่มีแดด คือการทำลายแบคทีเรียตั้งแต่ตอนซัก และเร่งทำให้ผ้าแห้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เตรียมตัวก่อนและระหว่างซักผ้า ลดความเสี่ยงกลิ่นอับ
แยกประเภทผ้าและหลีกเลี่ยงการทิ้งผ้าไว้ในตะกร้า
ก่อนจะเริ่มซักผ้า ให้แยกผ้าขาว ผ้าสี และผ้าหนา-บาง ออกจากกัน ผ้าหนาเช่นผ้าเช็ดตัวหรือยีนส์จะแห้งช้ากว่าผ้าบางมาก หากนำไปตากแขวนรวมกัน ความชื้นจะลามไปสู่ผ้าตัวอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ อย่าทิ้งผ้าเปียกไว้ในตะกร้านานเกินไป เพราะกลิ่นอับจะเริ่มเกิดขึ้นก่อนที่เราจะเอาไปซักด้วยซ้ำ
เพิ่มสารดับกลิ่นธรรมชาติในช่องซัก
ถ้าวันไหนฟ้าครึ้ม ให้เพิ่มอาวุธเสริมในการซักผ้า ลองใช้ "เบกกิ้งโซดา" ประมาณครึ่งถ้วยตวง ใส่ลงไปในช่องซักผ้า เบกกิ้งโซดาจะช่วยดับกลิ่นและทำความสะอาดเส้นใยผ้าได้อย่างล้ำลึก หรือจะใช้น้ำส้มสายชูเจือจางประมาณ 1 ถ้วยใส่ในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ได้เช่นกัน น้ำส้มสายชูจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นจะระเหยไปเองเมื่อผ้าแห้ง
งดใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเมื่อต้องตากในร่ม
นี่คือความลับที่หลายคนอาจไม่รู้ น้ำยาปรับผ้านุ่มจะเคลือบเส้นใยผ้า ทำให้ผ้าซับความชื้นและระเหยน้ำได้ช้าลง ในวันที่มีแดดร้อนๆ ผ้าอาจจะแห้งทันก่อนที่กลิ่นอับจะเกิดขึ้น แต่ในวันที่ไม่มีแดด การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มจะยิ่งทำให้ผ้าแห้งช้าและมีกลิ่นอับง่ายขึ้น แนะนำให้งดใช้ในวันฝนตก หรือเปลี่ยนมาใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรอ่อนโยนที่ไม่เคลือบผ้าแทนครับ
เทคนิคการตากผ้าในร่มให้แห้งเร็วและไม่อับ
บิดหรือหมุนเหวี่ยงให้แห้งสนิท
หากใช้เครื่องซักผ้า ให้ตั้งค่าการหมุนเหวี่ยง (Spin) ให้รอบสูงสุดเท่าที่ผ้าประเภทนั้นจะทนได้ ถ้าซักด้วยมือ ให้บิดผ้าให้แห้งสนิทที่สุด หรือใช้เทคนิค "การม้วนผ้าด้วยผ้าขนหนู" คือนำผ้าเปียกมาวางบนผ้าขนหนูแห้งแล้วม้วนทับกัน จากนั้นบิดม้วนผ้าขนหนู น้ำส่วนเกินจะถูกดูดซับออกไปได้มาก ทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
จัดระยะห่างของเสื้อผ้าตอนตาก
การตากผ้าแบบเบียดกันในวันที่ไม่มีลมและแดด คือสูตรสำเร็จของกลิ่นอับ ให้จัดระยะห่างระหว่างชิ้นให้อากาศถ่ายเทได้ นอกจากนี้ ให้ตากผ้าในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก เช่น หน้าต่างที่เปิดรับลม หรือห้องที่มีพัดลมเปิดเป่าผ่านตลอดเวลา
ใช้ไม้แขวนผ้าแบบหัวก้มลง
สำหรับเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ต ให้แขวนบนไม้แขวนเสื้อแล้วห้อยก้มลง (เอาชายเสื้อห้อยลง) เนื่องจากน้ำจะไหลลงสู่ชายเสื้อและระเหยได้ง่ายกว่าการห้อยศีรษะเสื้อไว้ข้างบน ซึ่งมักจะทำให้น้ำค้างอยู่บริเวณไหล่และใต้วงแขน ทำให้แห้งช้าและเกิดกลิ่นอับตรงจุดนั้น
อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ทำให้การซักผ้าในวันไม่มีแดดง่ายขึ้น
พัดลมระบายอากาศ
หากตากผ้าในห้องที่ปิดทึบ การเปิดพัดลมเป่าให้ลมพัดผ่านผ้าเปียกตลอดเวลาจะช่วยเร่งการระเหยของน้ำได้ดีมาก แต่ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างบางส่วนเพื่อให้ลมระบายออกด้านนอก ไม่เช่นนั้นความชื้นจะค้างอยู่ในห้องและทำให้ผ้าแห้งช้าลง
เครื่องดูดความชื้น
นี่คืออาวุธลับสำหรับคนที่บ้านไม่มีระเบียงหรือต้องตากผ้าในห้องแอร์ เครื่องดูดความชื้นจะดูดไอน้ำที่ระเหยออกจากผ้าออกไปจากอากาศในห้อง ทำให้ผ้าแห้งได้เร็วเท่าตัว และยังช่วยป้องกันกลิ่นอับของห้องตากผ้าได้อีกด้วย
ตู้อบผ้าหรือเครื่องอบผ้า
หากงบพอมี การลงทุนซื้อตู้อบผ้าหรือเครื่องอบผ้าแบบแห้ง (Dryer) จะตอบโจทย์ที่สุด ไม่ต้องพะวงเรื่องแดดหรือฝนอีกต่อไป แต่ถ้ายังไม่มีงบ การใช้ที่ตากผ้าแบบมีฝาคลุมที่มีเครื่องทำความร้อนในตัวก็เป็นอีกทางเลือกที่ราคาไม่แพงและช่วยได้เยอะ
กรณีศึกษา: ชีวิตคอนโดมือใหม่ที่ไม่มีระเบียงตากผ้า
สมัยที่ยังอยู่คอนโดห้องเล็กๆ ไม่มีระเบียง การซักผ้าในวันที่ไม่มีแดดเป็นเรื่องที่ปวดหัวมาก ตอนแรกผมลองตากในห้องน้ำที่มีพัดลมดูดอากาศ ปรากฏว่าผ้าแห้งช้ามากและมีกลิ่นอับทุกครั้ง เพราะห้องน้ำมีความชื้นสูงอยู่แล้ว
วิธีแก้ที่ใช้และได้ผลคือ ย้ายที่ตากผ้ามาตั้งในห้องนอน (หรือห้องรับแขก) ใต้เครื่องปรับอากาศ แล้วเปิดพัดลมตั้งโต๊ะเป่าลงไปที่ผ้า ปรับแอร์เป็นโหมด Dry (ดูดความชื้น) ผลคือผ้าแห้งเร็วกว่าเดิมมาก แถมห้องไม่มีกลิ่นอับเลย เพราะแอร์ช่วยดูดความชื้นออกไปได้บางส่วน และที่สำคัญคืองดใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในวันที่ต้องตากแบบนี้
สรุปและเชิญชวน
การซักผ้าในวันที่ไม่มีแดดไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนกับกลิ่นอับอีกต่อไป คีย์หลักคือการกำจัดความชื้นให้เร็วที่สุด และฆ่าเชื้อแบคทีเรียตั้งแต่ตอนซัก ลองนำเทคนิคการงดใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม การใช้เบกกิ้งโซดา และการจัดระยะห่างตอนตากผ้าไปใช้ดูในบ้านของคุณนะครับ รับรองว่าเสื้อผ้าจะกลับมาหอมสะอาดแม้ตากในร่ม
คุณมีเทคนิคลับๆ ในการตากผ้าวันฝนตกที่ไม่เหมือนใครไหม? อย่าลืมแชร์ความรู้กันได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า!
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!