บทที่ 1 จาก 6 · 25 นาที · ดูฟรี

ทำความรู้จักข้อมูลเชิงคุณภาพและการแจกแจงความถี่

ยินดีต้อนรับสู่บทแรกของคอร์สเรียน "ข้อมูลเชิงคุณภาพ" ในบทนี้เราจะเริ่มต้นจากพื้นฐานสุด คือทำความเข้าใจว่าข้อมูลเชิงคุณภาพคืออะไร แตกต่างจากข้อมูลที่เราคุ้นเคยอย่างไร แล้วจะเริ่มจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร ผ่านแนวคิดของ ความถี่ ฐานนิยม และ การแจกแจงความถี่ ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่จะตามติดคุณไปตลอดทั้งคอร์ส


ข้อมูลเชิงคุณภาพคืออะไร

ลองนึกภาพว่าคุณเปิดร้านกาแฟเปิดใหม่ และอยากรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร คุณอาจเก็บข้อมูลได้สองแบบ

  • ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data): ลูกค้าเข้ามากี่คนต่อวัน ยอดขายเท่าไหร่ แก้วกาแฟเฉลี่ยราคาเท่าไหร่ — ข้อมูลเหล่านี้เป็น ตัวเลข สามารถนับ วัด และคำนวณได้โดยตรง

  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data): ลูกค้าสั่งเมนูอะไรบ้าง ชอบนั่งโซนไหน ที่นั่งแบบไหน (เก้าอี้นวม / เก้าอี้ไม้) รสนิยมหวานน้อยหรือหวานมาก — ข้อมูลเหล่านี้เป็น ข้อความ หมวดหมู่ หรือลักษณะ ไม่ใช่ตัวเลข แต่บอกคุณสมบัติหรือคุณลักษณะของสิ่งที่สนใจ

สรุปง่าย ๆ: ข้อมูลเชิงคุณภาพคือข้อมูลที่อธิบาย "คุณสมบัติ" หรือ "หมวดหมู่" ไม่ใช่ "ปริมาณ"

ประเภทของข้อมูลเชิงคุณภาพ

ข้อมูลเชิงคุณภาพแบ่งได้ 2 ประเภทหลัก คือ

1. ข้อมูลระดับนามบัญญัติ (Nominal) — เป็นหมวดหมู่ที่ ไม่มีลำดับ ไม่มีความหมายว่าหมวดไหนมาก่อนหรือหลัง เช่น

  • เพศ (ชาย / หญิง)
  • สีที่ชอบ (แดง / เขียว / น้ำเงิน)
  • ยี่ห้อโทรศัพท์ (Apple / Samsung / OPPO)

2. ข้อมูลระดับอันดับ (Ordinal) — เป็นหมวดหมู่ที่ มีลำดับ สามารถเรียงจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อยได้ แต่ระยะห่างระหว่างแต่ละขั้นไม่เท่ากัน เช่น

  • ระดับความพึงพอใจ (ไม่พอใจมาก / ไม่พอใจ / เฉย ๆ / พอใจ / พอใจมาก)
  • ระดับการศึกษา (ประถม / มัธยม / ปริญญาตรี / ปริญญาโท)
  • ขนาดเสื้อ (S / M / L / XL)

การเข้าใจประเภทของข้อมูลสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราเลือกวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมในบทต่อ ๆ ไป


ความถี่ (Frequency) คืออะไร

เมื่อเรามีข้อมูลเชิงคุณภาพในมือแล้ว สิ่งแรกที่เราทำได้คือ นับ ว่าแต่ละหมวดหมู่ปรากฏขึ้นกี่ครั้ง จำนวนครั้งที่หมวดหมู่นั้นปรากฏเรียกว่า ความถี่ (Frequency)

ตัวอย่าง: สำรวจเมนูกาแฟยอดนิยม

สมมติคุณสำรวจลูกค้า 20 คน ว่าสั่งเมนูอะไร ได้คำตอบดังนี้

ลาเต้, อเมริกาโน, ลาเต้, มอคค่า, อเมริกาโน,
ลาเต้, อเมริกาโน, คาปูชิโน, ลาเต้, มอคค่า,
อเมริกาโน, ลาเต้, อเมริกาโน, คาปูชิโน, ลาเต้,
อเมริกาโน, ลาเต้, มอคค่า, อเมริกาโน, ลาเต้

เมื่อนับความถี่ของแต่ละเมนู จะได้ดังนี้

เมนู ความถี่
ลาเต้ 7
อเมริกาโน 6
มอคค่า 3
คาปูชิโน 2
รวม 20

จะเห็นว่าการนับความถี่ทำให้ข้อมูลที่ดูรก ๆ กลายเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นทันที รู้ทันทีว่าลาเต้ขายดีที่สุด และคาปูชิโนขายน้อยที่สุด


ฐานนิยม (Mode)

จากตัวอย่างข้างต้น ถ้ามีคนถามว่า "เมนูไหนขายดีที่สุด?" คำตอบคือ ลาเต้ เพราะมีความถี่สูงสุด ค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดนี้แหละคือ ฐานนิยม (Mode)

ฐานนิยม (Mode) = ค่าที่มีความถี่สูงสุด หรือก็คือหมวดหมู่ที่ปรากฏบ่อยที่สุด

ฐานนิยมอาจมีได้มากกว่าหนึ่งค่า

ลองดูตัวอย่างนี้ สำรวจสีที่ชอบของนักเรียน 15 คน

สี ความถี่
แดง 5
น้ำเงิน 5
เขียว 3
เหลือง 2

ในกรณีนี้ ทั้งสีแดงและสีน้ำเงินมีความถี่เท่ากันและสูงสุด ดังนั้นข้อมูลชุดนี้มี ฐานนิยมสองค่า (bimodal) คือ แดง และ น้ำเงิน

ถ้าทุกหมวดมีความถี่เท่ากันหมด ก็จะไม่มีฐานนิยม แต่ในทางปฏิบัติ ข้อมูลส่วนใหญ่มักจะมีฐานนิยมอย่างน้อยหนึ่งค่า


การแจกแจงความถี่ (Frequency Distribution)

เมื่อเรานับความถี่ของทุกหมวดหมู่แล้วจัดเป็นตาราง สิ่งที่ได้คือ การแจกแจงความถี่ (Frequency Distribution) ซึ่งเป็นการสรุปข้อมูลดิบให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่าย

การแจกแจงความถี่มีส่วนประกอบหลักคือ

  1. หมวดหมู่ (Category) — ค่าที่เป็นไปได้ของข้อมูล เช่น ลาเต้, อเมริกาโน, มอคค่า
  2. ความถี่ (Frequency) — จำนวนครั้งที่หมวดหมู่นั้นปรากฏ
  3. ความถี่สัมพัทธ์ (Relative Frequency) — สัดส่วนของแต่ละหมวดเทียบกับทั้งหมด (เราจะเรียนลึกในบทถัดไป)

ตัวอย่าง: สำรวจช่องทางที่ลูกค้ารู้จักร้าน

สำรวจลูกค้า 50 คน ได้ข้อมูลดังนี้

ช่องทาง ความถี่
เฟซบุ๊ก 18
อินสตาแกรม 12
เพื่อนแนะนำ 10
สื่อสิ่งพิมพ์ 6
อื่น ๆ 4
รวม 50

จากตารางนี้เราสามารถตอบคำถามได้หลายอย่าง

  • ฐานนิยม: เฟซบุ๊ก (ความถี่สูงสุด = 18)
  • ช่องทางที่มีคนรู้จักน้อยสุด: อื่น ๆ (ความถี่ = 4)
  • คนที่รู้จักจากโซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊ก + อินสตาแกรม) = 18 + 12 = 30 คน หรือ 60% ของทั้งหมด

นี่คือพลังของการแจกแจงความถี่ — เปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็น ข้อมูลเชิงลึก ที่นำไปตัดสินใจได้


ขั้นตอนการสร้างการแจกแจงความถี่

สรุปขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  1. ระบุหมวดหมู่ทั้งหมด ที่ปรากฏในข้อมูล
  2. นับความถี่ ของแต่ละหมวดหมู่ (ตรวจนับให้ครบ อย่าให้ตกหล่น)
  3. ตรวจสอบผลรวม ว่าความถี่รวมเท่ากับจำนวนข้อมูลทั้งหมดหรือไม่
  4. จัดเป็นตาราง เรียงลำดับตามความถี่จากมากไปน้อย (หรือตามลำดับที่เหมาะสม)
  5. ระบุฐานนิยม หมวดหมู่ที่มีความถี่สูงสุด

เคล็ดลับ: การเรียงตามความถี่จากมากไปน้อย ช่วยให้เห็นภาพรวมได้รวดเร็ว แต่ถ้าข้อมูลเป็นประเภทอันดับ (Ordinal) ควรเรียงตามลำดับของหมวดหมู่แทน เพื่อรักษาความหมายของลำดับ


สรุปท้ายบท

ในบทนี้เราได้เรียนรู้ว่า

  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือข้อมูลที่อธิบายคุณสมบัติหรือหมวดหมู่ ไม่ใช่ตัวเลข แบ่งเป็นประเภทนามบัญญัติ (ไม่มีลำดับ) และอันดับ (มีลำดับ)
  • ความถี่ (Frequency) คือจำนวนครั้งที่หมวดหมู่นั้นปรากฏในข้อมูล
  • ฐานนิยม (Mode) คือหมวดหมู่ที่มีความถี่สูงสุด อาจมีได้มากกว่าหนึ่งค่า
  • การแจกแจงความถี่ (Frequency Distribution) คือการสรุปข้อมูลดิบเป็นตารางที่แสดงหมวดหมู่และความถี่ ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้รวดเร็วและนำไปตัดสินใจได้

ในบทถัดไป เราจะพัฒนาตารางการแจกแจงความถี่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่ม ความถี่สัมพัทธ์ (Relative Frequency) และ ความถี่สะสม ซึ่งจะช่วยให้เราเปรียบเทียบสัดส่วนของแต่ละหมวดหมู่ได้แม่นยำขึ้น ไปกันต่อในบทที่ 2: จัดระเบียบข้อมูลด้วยตารางความถี่และความถี่สัมพัทธ์

พบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อน?เข้าสู่ระบบเพื่อทักท้วง