บทที่ 1 จาก 10 · 15 นาที · ดูฟรี
แนะนำและติดตั้ง Ubuntu Server
ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทแรกของคอร์ส "สร้าง Ubuntu Server ใช้เอง" ในบทนี้เราจะเริ่มต้นกันตั้งแต่จุดศูนย์ คือการทำความรู้จักกับ Ubuntu Server และลงมือติดตั้งจริง ทั้งบนเครื่องจริงและบน Virtual Machine เนื้อหาในบทนี้ออกแบบมาให้ทำตามได้ทันที ไม่ว่าคุณจะเคยใช้ Linux มาก่อนหรือไม่ก็ตาม
บทนี้คุณจะได้เรียนรู้อะไร
- ทำความเข้าใจว่า Ubuntu Server คืออะไร และแตกต่างจาก Ubuntu Desktop อย่างไร
- เตรียมไฟล์ที่จำเป็นก่อนเริ่มติดตั้ง
- สร้าง USB Bootable สำหรับติดตั้งบนเครื่องจริง
- ติดตั้ง Ubuntu Server บน VirtualBox สำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องเฉพาะ
- ติดตั้ง Ubuntu Server บนเครื่องจริงแบบ step-by-step
- เข้าสู่ระบบครั้งแรกและตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
Ubuntu Server คืออะไร
Ubuntu Server คือระบบปฏิบัติการ Linux ที่พัฒนาโดยบริษัท Canonical ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการทำงานเป็นเซิร์ฟเวอร์ ไม่มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) โดยค่าเริ่มต้น ทุกอย่างจัดการผ่าน command line ซึ่งเป็นมาตรฐานของเซิร์ฟเวอร์ในโลกความเป็นจริง
ความแตกต่างระหว่าง Ubuntu Server กับ Ubuntu Desktop
| จุดเปรียบเทียบ | Ubuntu Server | Ubuntu Desktop |
|---|---|---|
| ส่วนติดต่อผู้ใช้ | Command line เท่านั้น | มี GUI แบบหน้าต่าง |
| ขนาดการติดตั้ง | เล็กกว่า (~1.5 GB) | ใหญ่กว่า (~3 GB) |
| ซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมา | เน้นเซิร์ฟเวอร์ (SSH, web server) | เน้นการใช้งานทั่วไป (เบราว์เซอร์, ออฟฟิศ) |
| ทรัพยากรที่ใช้ | น้อยกว่า | มากกว่า |
| เหมาะกับ | เซิร์ฟเวอร์, การเรียนรู้ DevOps | คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล |
ทำไมถึงควรเรียน Ubuntu Server
- ใช้กันอย่างแพร่หลาย — Ubuntu เป็น Linux distribution ยอดนิยมสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทั้งใน cloud และ on-premise
- ฟรีและโอเพนซอร์ส — ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน มีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่
- เอกสารครบครัน — มีเอกสารและบทความให้อ่านมากมาย หาคำตอบได้ง่าย
- Long Term Support (LTS) — มีเวอร์ชัน LTS ที่รองรับการอัปเดตความปลอดภัยนานถึง 5 ปี
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม
ก่อนที่จะลงมือติดตั้ง มาเตรียมของที่จำเป็นกันก่อน
1. ดาวน์โหลด Ubuntu Server ISO
เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการ: https://ubuntu.com/download/server
เลือกเวอร์ชัน LTS (Long Term Support) ซึ่งในขณะเขียนนี้คือ Ubuntu Server 24.04 LTS
💡 เกร็ดความรู้: เวอร์ชัน LTS จะออกมาทุก 2 ปี (เช่น 22.04, 24.04) และรับการสนับสนุนนาน 5 ปี สำหรับมือใหม่แนะนำให้ใช้ LTS เพราะเสถียรกว่าและมีเอกสารมากกว่า
ไฟล์ที่ดาวน์โหลดจะเป็นไฟล์นามสกุล .iso ขนาดประมาณ 2-3 GB
2. เตรียม USB Flash Drive (สำหรับติดตั้งเครื่องจริง)
- ความจุอย่างน้อย 4 GB
- ข้อมูลใน USB จะถูกลบทั้งหมด ให้สำรองไว้ก่อน
3. เตรียมเครื่องมือสร้าง USB Bootable
เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง:
- Rufus (Windows) — ฟรี ใช้ง่าย ดาวน์โหลดได้จาก https://rufus.ie
- BalenaEtcher (Windows/macOS/Linux) — ฟรี ข้ามแพลตฟอร์มได้ ดาวน์โหลดจาก https://etcher.balena.io
4. ติดตั้ง VirtualBox (สำหรับทำ Virtual Machine)
ดาวน์โหลดได้ฟรีจาก https://www.virtualbox.org
การสร้าง USB Bootable
หากคุณจะติดตั้งบนเครื่องจริง ให้สร้าง USB Bootable ก่อน ส่วนใครที่จะใช้ Virtual Machine ข้ามไปส่วนถัดไปได้เลย
วิธีใช้ Rufus (Windows)
- เสียบ USB Flash Drive เข้าเครื่อง
- เปิดโปรแกรม Rufus
- ตั้งค่าดังนี้:
- Device: เลือก USB ของคุณ
- Boot selection: กดปุ่ม SELECT แล้วเลือกไฟล์ Ubuntu Server
.isoที่ดาวน์โหลดมา - Partition scheme: GPT
- Target system: UEFI (non CSM)
- กดปุ่ม START
- หากมีหน้าต่างถามโหมดการเขียน ให้เลือก Write in ISO Image mode
- รอจนเสร็จ จะขึ้นว่า READY
วิธีใช้ BalenaEtcher
- เปิดโปรแกรม BalenaEtcher
- กด Flash from file แล้วเลือกไฟล์
.iso - กด Select target แล้วเลือก USB
- กด Flash! แล้วรอจนเสร็จ
ติดตั้ง Ubuntu Server บน VirtualBox
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องเฉพาะให้ติดตั้ง หรืออยากทดลองบนเครื่องปัจจุบันได้โดยไม่กระทบระบบเดิม
ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Virtual Machine ใหม่
- เปิด VirtualBox แล้วกดปุ่ม New
- ตั้งค่าดังนี้:
- Name:
ubuntu-server - Type: Linux
- Version: Ubuntu (64-bit)
- ISO Image: เลือกไฟล์ Ubuntu Server
.isoที่ดาวน์โหลดมา
- Name:
- กด Next
ขั้นตอนที่ 2: กำหนด Hardware
- Base Memory (RAM): อย่างน้อย 1024 MB (แนะนำ 2048 MB)
- Processors: อย่างน้อย 1 CPU (แนะนำ 2)
⚠️ คำเตือน: อย่ากำหนด RAM มากเกินไป จะทำให้เครื่องหลักค้างได้ ใช้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของ RAM ที่เครื่องมี
ขั้นตอนที่ 3: กำหนด Hard Disk
- เลือก Create a Virtual Hard Disk Now
- ขนาดอย่างน้อย 25 GB (แนะนำ 50 GB ถ้าจะติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มในอนาคต)
- กด Next แล้ว Finish
ขั้นตอนที่ 4: บูตเครื่องเข้าสู่การติดตั้ง
- เลือก VM ที่สร้าง แล้วกด Start
- หน้าจอจะดำลงสักครู่ แล้วเข้าสู่หน้าติดตั้ง Ubuntu Server
ขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu Server
ส่วนนี้ใช้ได้ทั้งเครื่องจริงและ Virtual Machine หน้าจอจะเหมือนกัน
ขั้นตอนที่ 1: เลือกภาษา
หน้าจอแรกจะให้เลือกภาษา ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนไปที่ English แล้วกด Enter
💡 เกร็ดความรู้: แม้จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ไทย ก็แนะนำให้เลือก English เพราะเอกสารและคู่มือส่วนใหญ่เขียนด้วยภาษาอังกฤษ และบางซอฟต์แวร์มีปัญหากับภาษาที่ไม่ใช่ English
ขั้นตอนที่ 2: เลือก Keyboard
เลือก layout เป็น English (US) ทั้งสองช่อง แล้วกด Done (Enter)
ขั้นตอนที่ 3: เลือกประเภทการติดตั้ง
เลือก Ubuntu Server (minimized) หรือ Ubuntu Server ก็ได้ ความแตกต่างคือ minimized จะติดตั้งแพ็กเกจน้อยกว่า เหมาะสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการความเล็กและปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่าเครือข่าย
ระบบจะตรวจหา network อัตโนมัติ หากใช้ DHCP (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น) ให้กด Done ได้เลย
หากต้องการตั้ง IP แบบคงที่ (Static IP) ให้เลือก interface แล้วกำหนดค่าเอง แต่ในบทนี้ขอใช้ DHCP เพื่อความเร็ว
ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่า Proxy
หากไม่ได้ใช้ proxy ให้กด Done ผ่านได้เลย
ขั้นตอนที่ 6: เลือก Mirror
ระบบจะเสนอ mirror อัตโนมัติ กด Done ได้เลย หากอยู่ในไทยและอยากใช้ mirror ในประเทศ สามารถใส่ http://mirror.kku.ac.th/ubuntu/ ได้
ขั้นตอนที่ 7: จัดการ Disk
เลือก Use an entire disk แล้วกด Done
⚠️ คำเตือน: หากติดตั้งบนเครื่องจริง ขั้นตอนนี้จะ ลบข้อมูลทั้งหมด บนดิสก์ที่เลือก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกดิสก์ที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 8: สร้างบัญชีผู้ใช้
กรอกข้อมูลดังนี้:
Your name: ชื่อของคุณ (เช่น Somchai)
Your server's name: ชื่อเซิร์ฟเวอร์ (เช่น myserver)
Pick a username: ชื่อผู้ใช้สำหรับล็อกอิน (เช่น somchai)
Choose a password: รหัสผ่าน (กรอก 2 ครั้งให้ตรงกัน)
กด Done เพื่อไปต่อ
ขั้นตอนที่ 9: ตั้งค่า Ubuntu Pro
เลือก Skip for now ได้เลย สามารถตั้งค่าภายหลังได้
ขั้นตอนที่ 10: เลือก SSH Setup
เลือก Install OpenSSH server เพื่อให้สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลได้ สำคัญมาก อย่าลืมขั้นตอนนี้
ขั้นตอนที่ 11: เลือกซอฟต์แวร์เสริม
หน้านี้จะให้เลือก snap packages เพิ่มเติม ในบทนี้ขอข้ามไปก่อน กด Done ได้เลย
ขั้นตอนที่ 12: รอการติดตั้ง
ระบบจะเริ่มติดตั้ง ใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที ขึ้นกับความเร็วเครื่อง
เมื่อเห็นข้อความ Installation complete! ให้กด Reboot
เข้าสู่ระบบครั้งแรก
หลังรีบูต หน้าจอจะแสดงข้อความรอให้ล็อกอิน ดังนี้:
myserver login:
- พิมพ์ username ที่สร้างไว้ แล้วกด Enter
- พิมพ์ password แล้วกด Enter (รหัสผ่านจะไม่แสดงบนหน้าจอ ปกติของ Linux)
หากล็อกอินสำเร็จ จะเห็น prompt แบบนี้:
somchai@myserver:~$
ตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
ลองพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้เพื่อตรวจสอบ:
# ดูเวอร์ชันของ Ubuntu
lsb_release -a
ผลที่ควรเห็น:
No LSB modules are available.
Distributor ID: Ubuntu
Description: Ubuntu 24.04 LTS
Release: 24.04
Codename: noble
# ดูข้อมูลระบบ
uname -a
# ตรวจสอบว่า SSH ทำงานอยู่
systemctl status ssh
หากขึ้น active (running) แปลว่า SSH พร้อมใช้งาน
สรุปท้ายบท
ในบทนี้เราได้เรียนรู้:
- ความแตกต่างระหว่าง Ubuntu Server กับ Ubuntu Desktop
- วิธีดาวน์โหลดไฟล์ ISO และสร้าง USB Bootable
- วิธีสร้าง Virtual Machine บน VirtualBox
- ขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu Server แบบ step-by-step
- การเข้าสู่ระบบและตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จ
ตอนนี้คุณมีเซิร์ฟเวอร์ Ubuntu ที่พร้อมใช้งานแล้ว แต่ก่อนจะไปไกลกว่านี้ เราต้องเรียนรู้ภาษาของมันก่อน นั่นคือคำสั่ง Linux พื้นฐานที่จะใช้ตลอดทั้งคอร์ส
ในบทถัดไป คำสั่ง Linux พื้นฐาน เราจะเรียนรู้คำสั่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันของผู้ดูแลระบบ เช่น การเดินไปตามโฟลเดอร์ การดูไฟล์ การคัดลอก ย้าย ลบ และอ่านเนื้อหาไฟล์ พร้อมแล้วไปกันต่อ!