บทที่ 1 จาก 9 · 15 นาที · ดูฟรี
ทำความรู้จักเลขยกกำลัง
ยินดีต้อนรับสู่บทแรกของคอร์ส เลขยกกำลัง ม.5 ครับ
ในบทนี้เราจะเริ่มต้นจากจุดศูนย์กลางจริง ๆ คือการทำความเข้าใจว่า "เลขยกกำลัง" คืออะไร มาจากไหน และเขียนอย่างไร เนื้อหาของบทนี้จะโฟกัสที่ เลขยกกำลังที่เป็นจำนวนเต็มบวก เป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนมีพื้นฐานที่แน่นก่อนที่เราจะขยายไปสู่กรณีอื่น ๆ เช่น ยกกำลังศูนย์ หรือยกกำลังจำนวนเต็มลบ ในบทถัดไป
เนื้อหาที่จะได้เรียนในบทนี้:
- ความหมายและนิยามของเลขยกกำลัง
- องค์ประกอบของเลขยกกำลัง (ฐาน และ ชี้กำลัง)
- เลขยกกำลังที่เป็นจำนวนเต็มบวก
- การเขียนและการแปลงรูปเบื้องต้น
- ตัวอย่างการคำนวณ
1. เลขยกกำลังคืออะไร
ก่อนอื่นเลย มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเลขยกกำลังเกิดขึ้นเพราะอะไร
ลองนึกภาพว่าเรามีเลข 2 แล้วเราต้องการคูณมันกับตัวมันเองหลาย ๆ รอบ เช่น
การเขียนแบบนี้ไม่มีปัญหาเลยถ้าคูณแค่ไม่กี่รอบ แต่ถ้าเราต้องคูณ 2 กับตัวมันเอง 100 รอบล่ะ การเขียน ไปเรื่อย ๆ จนครบ 100 รอบคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ ๆ
นี่คือเหตุผลที่นักคณิตศาสตร์คิดคิดสัญลักษณ์ที่สั้นและกระชับขึ้น นั่นก็คือ เลขยกกำลัง นั่นเอง
การคูณ สามารถเขียนสั้น ๆ ได้เป็น
อ่านว่า "สองยกกำลังห้า" และมีค่าเท่ากับ 32
2. องค์ประกอบของเลขยกกำลัง
เลขยกกำลังมีองค์ประกอบหลักสองส่วน คือ
ฐาน (Base)
คือจำนวนที่เรานำมาคูณกับตัวมันเองซ้ำ ๆ ในตัวอย่างข้างต้น เลข 2 คือฐาน
ชี้กำลังหรือเลขชี้กำลัง (Exponent)
คือจำนวนครั้งที่ฐานถูกคูณกับตัวมันเอง ใน เลข 5 คือเลขชี้กำลัง
ดังนั้นเมื่อเราเขียน
หมายความว่า เราเอา คูณกับตัวมันเอง ครั้ง หรือเขียนแบบเต็มได้เป็น
สังเกตสำคัญ: ไม่ใช่ นะครับ หลายคนสับสนตรงนี้มาก ไม่ใช่ แต่เป็น
3. เลขยกกำลังที่เป็นจำนวนเต็มบวก
ในบทนี้เราจะจำกัดขอบเขตไว้ที่กรณีที่เลขชี้กำลัง เป็น จำนวนเต็มบวก นั่นคือ
นิยาม
ให้ เป็นจำนวนจริงใด ๆ และ เป็นจำนวนเต็มบวก แล้ว
กรณีพิเศษ: ยกกำลัง 1
เมื่อ เราได้
เพราะคูณแค่ครั้งเดียว ก็คือตัวมันเองนั่นเอง เช่น หรือ
กรณีพิเศษ: ยกกำลัง 2
เมื่อ เราได้
เราเรียก ว่า " ยกกำลังสอง" หรือบางครั้งเรียกว่า " กำลังสอง" เช่น
4. ตัวอย่างการคำนวณ
มาดูตัวอย่างกันเลยครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น
ตัวอย่างที่ 1: จงหาค่าของ
วิธีทำ:
ตัวอย่างที่ 2: จงหาค่าของ
วิธีทำ:
สังเกตว่าฐานเป็นลบ และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนคี่ ผลลัพธ์จึงเป็นลบ
ตัวอย่างที่ 3: จงหาค่าของ
วิธีทำ:
คราวนี้เลขชี้กำลังเป็นจำนวนคู่ ผลลัพธ์จึงเป็นบวก
ข้อสังเกต: เมื่อฐานเป็นจำนวนลบ ถ้าเลขชี้กำลังเป็นคี่ ผลลัพธ์จะเป็นลบ แต่ถ้าเลขชี้กำลังเป็นคู่ ผลลัพธ์จะเป็นบวก
5. ระวังเครื่องหมายวงเล็บ
สิ่งที่นักเรียนหลายคนพลาดกันบ่อยมากคือการสับสนระหว่าง กับ ทั้งสองอย่างนี้ ไม่เหมือนกัน
วงเล็บครอบหมายความว่า ฐานคือ ทั้งตัว ดังนั้น
ไม่มีวงเล็บครอบ หมายความว่า ฐานคือ ส่วนเครื่องหมายลบข้างหน้าเป็นเครื่องหมายคูณด้วย ดังนั้น
เปรียบเทียบ:
เห็นความแตกต่างชัด ๆ ใช่ไหมครับ ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะในข้อสอบจริง ๆ การใส่วงเล็บหรือไม่ใส่วงเล็บเปลี่ยนคำตอบได้เลย
6. เลขยกกำลังกับฐานเป็นเศษส่วน
ฐานไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนเต็มเสมอไป สามารถเป็นเศษส่วนได้ด้วย
ตัวอย่าง: จงหาค่าของ
วิธีทำ:
เห็นได้ว่าเมื่อฐานเป็นเศษส่วน เราก็คูณเศษส่วนซ้ำ ๆ ตามจำนวนครั้งที่เลขชี้กำลังบอก
7. การแปลงรูปเบื้องต้น
บางครั้งเราอาจเจอโจทย์ที่ให้ผลลัพธ์มาแล้วถามว่าเขียนในรูปเลขยกกำลังได้อย่างไร
ตัวอย่าง: จงเขียน ในรูปเลขยกกำลัง
วิธีทำ:
นับจำนวนครั้งที่ 5 ถูกคูณ ได้ 6 ครั้ง ดังนั้น
ตัวอย่าง: จงเขียน ในรูปเลขยกกำลัง
วิธีทำ:
8. ตัวอย่างโจทย์ผสม
มาลองโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นนิดหน่อย เพื่อทดสอบความเข้าใจ
โจทย์: จงหาค่าของ
วิธีทำ:
ก่อนเรียนกฎเกณฑ์ในบทถัดไป เราสามารถทำแบบตรงไปตรงมาได้
สังเกตได้ว่า ซึ่งตรงกับผลลัพธ์ที่เราคำนวณได้ นี่คือเบาะแสของกฎเกณฑ์ที่เราจะเรียนในบทถัดไปครับ
สรุปท้ายบท
ในบทนี้เราได้เรียนรู้สิ่งต่อไปนี้:
- เลขยกกำลัง คือวิธีเขียนแบบย่อของการคูณจำนวนหนึ่งกับตัวมันเองซ้ำ ๆ
- องค์ประกอบหลักสองส่วนคือ ฐาน และ เลขชี้กำลัง
- เมื่อเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก หมายความว่าฐานถูกคูณกับตัวมันเอง ครั้ง
- ต้องระวังเครื่องหมายวงเล็บ: ไม่เท่ากับ
- เมื่อฐานเป็นลบและเลขชี้กำลังเป็นคี่ ผลลัพธ์เป็นลบ แต่ถ้าเป็นคู่ ผลลัพธ์เป็นบวก
ในบทถัดไปเราจะขยายความเข้าใจไปสู่กรณีที่เลขชี้กำลังเป็น ศูนย์ และ จำนวนเต็มลบ ซึ่งอาจดูแปลกตาในตอนแรก แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าเข้าใจพื้นฐานในบทนี้แล้ว บทถัดไปจะไม่ยากอย่างที่คิด
พบกันในบทถัดไป: ศูนย์และจำนวนเต็มลบ