ด่วน! โปรโมชั่นพิเศษ รับเครดิต 2 เท่า
กลับไปหน้านิยาย
กำลังเขียน ซีรีส์ · 0 ตอน อ่าน ~8 นาที

การกลับมาของวิทยาการที่สาบสูญ

โดย Dev365TH · 11 กรกฎาคม 2569

วิทยาการที่ล้ำยุค และสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ กำลังถูกกล่าวถึงอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ในแวดวงนักวิทยาศาสตร์และ เหล่านักประดิษฐ์

ฝุ่นลอยขึ้นเป็นมวลเมื่อ ดร.อรุณ ศรีวิชัย ดึงกล่องไม้สนเก่าคราดออกจากชั้นวางชิ้นสุดท้ายในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์ประจำชาติ กลิ่นกระดาษเก่าผสมเชื้อราจับจมูกเธอจนแสบ แต่เธอกลืนน้ำลาย เมื่อแสงไฟฉายส่องผ่านช่องว่างของฝากล่องที่หลุดร่อน ก็เห็นว่ามีของบางอย่างสะท้อนแสงเป็นประกายทองอ่อนอยู่ข้างใน

"อาจารย์... อาจารย์มาดูนี่สิ" เสียงของนักศึกษาปริญญาเอกที่ตามเธอมาช่วยเรียบเรียงเอกสารดังขึ้นจากด้านหลัง

ดร.อรุณไม่ได้หันกลับ เธอค่อย ๆ งัดฝากล่องออกด้วยความระมัดระวัง ใจเธอเต้นแรงขึ้นทุกวินาที เมื่อฝาเลื่อนออก สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเธอคือหนังสือสมุดไทยโบราณที่หุ้มด้วยหนังสัตว์ ปกเล่มเขียนอักขระที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการศึกษาภาษาโบราณกว่ายี่สิบปีของเธอ

"นี่มัน... ไม่ใช่อักษรไทย ไม่ใช่ขอม ไม่ใช่บาลี" เธอกระซิบ นิ้วสัมผัสผิวหนังปกที่ยังคงความแข็งแรงเหลือเฟือทั้งที่ผ่านกาลเวลามานาน

เธอหันไปมองนักศึกษาที่ยืนอ้าปากอยู่ข้างหลัง "ตั้ม ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน ทุกมุม แล้วเราเอาขึ้นไปดูบนห้องแล็บ"


ห้องแล็บภาควิชาภาษาศาสตร์เปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนดึกของคืนนั้น มีเพียงเสียงเครื่องสแกนเอกสารความละเอียดสูงทำงานดังกริ๊กเบา ๆ สลับกับเสียงแอร์เย็น ๆ ที่พัดเอากลิ่นกาแฟกระป๋องมาให้ดร.อรุณสูดดมตื่นเต้น

เธอสแกนทุกหน้าของสมุดโบราณเล่มนั้น รวม ๘๔ หน้า แต่ละหน้าเต็มไปด้วยอักขระที่ไม่ตรงกับระบบการเขียนใด ๆ ที่เธอเคยศึกษามาตลอดชีวิต มีทั้งสัญลักษณ์คล้ายอักขระสันสกฤต ผสมกับเรขาคณิตที่ดูเหมือนแผนผังทางวิศวกรรม และบรรทัดสุดท้ายของแต่ละหน้าจะมีเลขลำดับที่ดูคล้ายระบบนับแบบเลขฐานสิบสอง

"ถ้านี่เป็นภาษาจริง ๆ มันก็ต้องมีรูปแบบ" เธอพูดกับตัวเอง พลางเปิดโปรแกรมถอดรหัสอักขระที่ทีมของเธอพัฒนาขึ้นร่วมกับฝ่าย AI ของมหาวิทยาลัย

โปรแกรมนั้นชื่อว่า LEXICON-X ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ฝึกฝนด้วยข้อมูลอักขระโบราณกว่า ๒,๐๐๐ ระบบจากทั่วโลก ตั้งแต่อักษรซูเมเรียน อียิปต์โบราณ จนถึงอักขระอินเดียใต้ที่หาดูได้ยาก แต่เมื่อเธอป้อนข้อมูลสแกนเข้าไป โปรแกรมกลับทำงานช้าผิดปกติ แถมยังแจ้งเตือนว่าไม่พบรูปแบบที่ตรงกับฐานข้อมูลใด ๆ เลย

ดร.อรุณถอนหายใจยาว เอนหลังพิงเก้าอี้ มองเพดานแล้วหลับตาลง

"ไม่มีทางที่ภาษานี้จะไม่มีรากเหง้า" เธอคิด "มันต้องมีบางอย่างที่โปรแกรมมองไม่เห็น"

เธอลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะที่วางสมุดโบราณเปิดค้างไว้ สังเกตอักขระใต้แสงแอลอีดีสีขาว แล้วเธอก็เห็นสิ่งที่พลาดมาตลอดคืน ระหว่างบรรทัดมีจุดเล็ก ๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เมื่อส่องด้วยกล้องขยายก็พบว่าเป็นอักขระจีนโบราณขนาดจิ๋วที่แทรกอยู่เป็นกุญแจถอดรหัส

"ตั้ม!" เธอร้องเรียกนักศึกษาที่หลับไปที่โต๊ะตรงข้าม "ตื่นสิ ฉันเจอแล้ว"


สามวันต่อมา ห้องประชุมเล็กของคณะวิทยาศาสตร์แน่นไปด้วยผู้คนที่ไม่ควรอยู่ในห้องเดียวกัน มีดร.อรุณนั่งหัวโต๊ะ ข้าง ๆ คือศาสตราจารย์วิชัย นักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้เคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ และดร.ปิยะ วิศวกรเครื่องกลที่ทำงานด้านพลังงานทางเลือก อีกฝั่งคือดร.นันทิยา นักปัญญาประดิษฐ์ที่ดูแลโปรเจกต์ LEXICON-X และมีผู้ช่วยของเธอสองคนนั่งเปิดแล็ปท็อปพร้อมป้อนข้อมูล

ดร.อรุณเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น เมื่อจบลงเสียงสับมือดังขึ้นเบา ๆ แต่สีหน้าของทุกคนในห้องไม่ใช่แววตื่นเต้นอย่างเดียว มีความสงสัยปนกลัวอยู่ด้วย

ศาสตราจารย์วิชัยถอดแว่นตาเช็ด ๆ ก่อนพูด "อรุณ ฉันเข้าใจว่าเธอตื่นเต้น แต่เธอจะให้ฉันเชื่อว่าสมุดเล่มนี้เขียนขึ้นเมื่อกว่า ๘๐๐ ปีที่แล้ว แล้วมีแผนผังวงจรไฟฟ้าที่ดูเหมือนเทคโนโลยีสมัยใหม่?"

"ผมเห็นด้วยกับอาจารย์วิชัยครับ" ดร.ปิยะพูด "แผนผังที่ AI ถอดออกมานั้น... ถ้ามันจริง มันไม่ใช่แค่วงจรไฟฟ้าธรรมดา มันคือแบบแปลนพลังงานที่ใช้หลักการที่ฟิสิกส์ปัจจุบันยังอธิบายไม่ได้"

"แต่นั่นก็อาจเป็นเพราะ AI แปลผิด" ดร.นันทิยาแทรก "เรายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าการถอดรหัสครั้งนี้แม่นยำ"

ดร.อรุณพยักหน้าช้า ๆ "ฉันรู้ว่าทุกคนสงสัย ฉันก็สงสัยเหมือนกัน แต่ฉันเช็คแล้วว่าอักขระจีนโบราณที่แทรกอยู่ระหว่างบรรทัดนั้นเป็นระบบเขียนที่ใช้ในสมัยราชวงศ์ถัง คือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ ๗ ถึง ๑๐ ซึ่งตรงกับอายุของกระดาษสมุดที่ตรวจด้วยคาร์บอนเดทได้ผลออกมาแล้ว"

เธอกดรีโมตเปิดภาพโปรเจกเตอร์ ภาพแผนผังที่ AI ถอดรหัสออกมาปรากฏบนจอขนาดใหญ่ ห้องเงียบสนิท

แผนผังนั้นไม่เหมือนอะไรที่ใคร ๆ เคยเห็น มันเป็นโครงสร้างซ้อนชั้นที่ดูเหมือนแผนที่ทั้งเป็นแบบแปลนเครื่องจักร มีวงกลมหลายชั้นหมุนรอบจุดศูนย์กลาง มีเส้นเชื่อมระหว่างวงกลมแต่ละชั้นที่มีสัญลักษณ์คล้ายตัวเลขกำกับอยู่ และที่มุมขวาบนของภาพมีข้อความที่ AI แปลออกมาได้ว่า

"ที่ซึ่งสสารสิ้นสุด พลังงานเริ่มต้น ที่ซึ่งพลังงานสิ้นสุด ความว่างเปล่าเริ่มต้น ที่ซึ่งความว่างเปล่าสิ้นสุด สิ่งที่ไม่มีชื่อเริ่มต้น"

ศาสตราจารย์วิชัยลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปใกล้จอ มือเขาสั่นเล็กน้อย "ประโยคนี้... มันคล้ายกับแนวคิดของสสารมืดและพลังงานมืดที่เราเพิ่งเริ่มเข้าใจในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ไม่มีทางที่คนเมื่อ ๘๐๐ ปีที่แล้วจะรู้เรื่องนี้"

"ยกเว้นว่าพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา" ดร.อรุณพูดเบา ๆ "หรือไม่ก็... พวกเขาได้รับความรู้นี้มาจากแหล่งอื่น"


ข่าวรั่วไหลออกไปเร็วกว่าที่ทุกคนคาดไว้ ภายในสัปดาห์เดียวหลังจากการประชุมลับ มีบทความในวงการวิชาการและสื่อสังคมออนไลน์พูดถึง "สมุดศักดิ์สิทธิ์" ที่อาจเป็นหลักฐานของอารยธรรมที่ล้ำสมัยกว่าที่เราคิด มีทั้งคนที่ตื่นเต้น คนที่ปฏิเสธ และคนที่อยากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่วิชาการ

ดร.อรุณได้รับอีเมลนิรนายกว่ายี่สิบฉบับในวันเดียว บางฉบับเชิญเธอไปบรรยายที่สถาบันในต่างประเทศ บางฉบับเสนอเงินทุนวิจัยมหาศาล แต่มีอีเมลหนึ่งที่ทำให้เธอขนลุก

เรียน ดร.อรุณ

เราทราบเรื่องสมุดที่คุณค้นพบ เราต้องการพบคุณด่วน เรื่องที่คุณกำลังศึกษาอยู่นั้นอันตรายกว่าที่คุณคิด และเราเป็นคนเดียวที่รู้ว่าทำไม

หากคุณต้องการรู้ความจริง มาที่ท่าเรือแม่กลอง วันศุกร์หน้า ตีสี่ มาคนเดียว

— คนที่เคยเห็นสิ่งที่คุณเพิ่งเริ่มเห็น

เธออ่านซ้ำสามครั้ง สังเกตว่าไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีที่อยู่ ไม่มีหมายเลขติดต่อใด ๆ อีเมลถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่สามารถสืบย้อนได้

เธอควรจะกังวลเรื่องความปลอดภัย เธอควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ เธอควรจะเพิกเฉย แต่บางอย่างในใจเธอบอกว่านี่คือชิ้นส่วนที่ขาดหายไปของปริศนาที่เธอกำลังประกอบอยู่

คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาดูสมุดโบราณอีกครั้ง สังเกตหน้าสุดท้ายที่ AI ยังถอดรหัสไม่สำเร็จ มีภาพวาดคล้ายแผนที่ดาวที่เธอไม่รู้จัก และใต้ภาพนั้นมีอักขระเพียงบรรทัดเดียวที่ AI แปลออกมาได้ด้วยความไม่แน่ใจ

"เมื่อวิทยาการนี้ตื่นขึ้น ผู้ที่ฝังมันไว้จะกลับมา"

ดร.อรุณรู้สึกเหมือนมีใครยืนมองเธออยู่ข้างหลัง เธอหันกลับไป ไม่มีใคร แต่แสงนีออนนอกหน้าต่างที่เคยสว่างกลับดับวูบไปชั่วขณะ แล้วก็สว่างขึ้นอีกครั้ง เหมือนมีอะไรบางอย่างผ่านไป

เธอหันกลับไปมองสมุด หน้ากระดาษที่เคยเป็นสีเหลืองอ่อนกลับเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนเรืองรองอยู่เบา ๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อสิ่งที่เพิ่งผ่านไป

เธอรู้ว่าเธอจะไปที่ท่าเรือแม่กลองในวันศุกร์หน้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

นิยายที่เกี่ยวข้อง