
วันที่ 4
ผมและเรนนั่งอยู่ในห้องทดลอง ผลึกวางอยู่บนโต๊ะกลางระหว่างเรา สีฟ้าเข้มเรืองแสงเล็กน้อย เงียบ เหมือนก้อนหินที่สวยงาม ไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าไม่นับว่ามันมาจากซากยานที่ไม่ใช่ของมนุษย์ และเคยสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ 8 ครั้ง
เรนเปิดเครื่องวัดสเปกตรัม สแกนผลึกเป็นครั้งที่สามสิบเจ็ดในสองวัน เธอทำซ้ำๆ ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อผล แต่เพราะไม่อยากเชื่อ
"ไม่มีอะไรค่ะ" เธอพูด เสียงเหนื่อยหน่าย "สเปกตรัมเหมือนเดิม ไม่มีการปล่อยพลังงาน ไม่มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่มีอะไรเลย มันเงียบ"
"มันเคยไม่เงียบ" ผมพูด
"ฉันรู้ค่ะ แต่ตอนนี้มันเงียบ เหมือนเครื่องที่ปิด"
ผมมองผลึก เครื่องที่ปิด เป็นคำอธิบายที่ไม่เลว แต่ผมไม่เชื่อ ผลึกไม่ได้ปิด มันรอ รออะไรบางอย่าง ผมไม่รู้ว่ารออะไร แต่ความรู้สึก ช่วยฉัน ยังค้างอยู่ในหัว ไม่เคยหายไป
"เราต้องหาผลึกเพิ่ม" ผมพูด
เรนเงยหน้ามอง "เพิ่ม? จากไหน"
"จากที่เดียวที่เราพบมัน ซากยานที่ผมเก็บมา ยานนั้นไม่ใช่ของมนุษย์ ถ้ามันมีผลึกหนึ่งก้อน มันอาจจะมีมากกว่านั้น และถ้ายานลำนั้นอยู่ในแถบนี้ ยานอื่นที่คล้ายกันอาจจะอยู่ในแถบนี้ด้วย"
เรนคิด ผมเห็นตาของเธอเปลี่ยน จากตาของนักวิจัยที่เหนื่อย เป็นตาของนักวิจัยที่ตื่นเต้น
"แถบดาวเคราะห์น้อย" เธอพูด "ทะเลหิน คุณจะออกกวาดซากยานในทะเลหิน"
"ฉันทำมาตลอดชีวิต" ผมพูด "แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้หาชิ้นส่วนยาน ฉันหาผลึก"

วันที่ 5 ยานของผมออกจากฐาน
ยานที่ผมใช้ไม่ใช่ยานวิจัยอย่าง Meridian ของเรน เป็นยานกวาดซากยานที่ผมดัดแปลงมาเอง ลำตัวกว้าง มีแขนกลสำหรับจับชิ้นส่วน มีช่องเก็บของที่ใหญ่พอรองรับชิ้นส่วนยานขนาดกลาง ไม่สวย ไม่เร็ว แต่แข็งแรง ผมใช้มันมาหลายร้อยปี
เรนนั่งข้างผมในห้องควบคุม เธอสำรวจยานด้วยตาของนักวิจัย
"ยานนี้เก่ากว่าฉัน" เธอพูด
"เก่ากว่าคุณประมาณ 200 ปี" ผมพูด "แต่มันทำงานได้ดีกว่ายานรุ่นใหม่หลายลำ เพราะฉันซ่อมมันเองทุกนิ้ว"
"Ealis พาทาง"
"รับทราบ พิกัด C-9 อยู่ห่าง 78 กิโลเมตร คาดว่าถึงใน 3 ชั่วโมง 20 นาที ครับ"
เรนเปิดแท็บเล็ต ดูข้อมูล ผมเหลือบตามอง เห็นรูปวาด ลายเส้นเรขาคณิตที่เธอวาดด้วยมือ ลายเส้นที่เหมือนลวดลายบนผลึก
"คุณวาดเอง?" ผมถาม
"ลายเส้นบนผลึก ฉันวาดตามที่จำได้ มันไม่ใช่ลวดลายแบบสุ่ม มันมีโครงสร้าง เหมือน... วงจรไฟฟ้า หรือไม่ก็... แผนที่"
"Ealis เปรียบเทียบลายเส้นนี้กับฐานข้อมูลทั้งหมดที่เรามี"
"พบความคล้ายคลึง 47% กับลวดลายบนชิ้นส่วนยานที่ไม่ใช่ของมนุษย์ที่คุณเก็บมา และ 39% กับรูปแบบการสั่นสะเทือน 8 จังหวะที่บันทึกไว้"

แล้วพายุมา
"Ealis ตรวจพบสิ่งผิดปกติ พายุดาวเคราะห์น้อย กำลังเคลื่อนเข้ามาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็วประมาณ 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางก้อนมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 5 เมตร คาดว่าจะถึงตำแหน่งของเราใน 22 นาที"
"เปลี่ยนเส้นทาง"
"เส้นทางหลีกไม่เพียงพอ พายุกว้างกว่าที่คำนวณ ไม่สามารถหลีกได้ในเวลาที่เหลือ"
"ดาวเคราะห์น้อย C-9 อยู่ห่าง 14 กิโลเมตร ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศทางของดาวเคราะห์น้อยอยู่ด้านตรงข้ามกับทิศทางพายุ อาจจะใช้เป็นที่กำบังได้ครับ"
C-9 ดาวเคราะห์น้อยที่เรากำลังจะไปอยู่แล้ว โชคดี หรือไม่ก็เป็นเรื่องบังเอิญ
ยานลงจอดบน C-9 พายุมาถึง
กรึ๊ง — ครั้งแรก ยานสั่น ไฟกระพริบ แต่ไม่ดับ
กรึ๊ง — ครั้งที่สอง รุนแรงกว่า ไฟดับวูบหนึ่ง
"โครงสร้างด้านนอก รอยร้าวเพิ่ม 3 จุด ทนได้อีก 1 ครั้ง"
1 ครั้ง ผมเหลียบมองเรน เธอมองผม ตาสบกัน ไม่ต้องพูด
แล้ว... เงียบ
"พายุผ่านไปแล้วครับ โครงสร้างด้านนอก รอยร้าว 7 จุด ระบบสื่อสาร... ไม่ทำงาน สายอากาศเสียหาย"
ผมออกไปซ่อมยาน 2 จุดแรกเสร็จเร็ว จุดที่ 3 อยู่ใต้ท้องยาน ผมคลานเข้าไป แหงนหน้าขึ้นมอง แล้วเห็น
ใต้ท้องยาน ผ่านรอยร้าว ผมเห็นพื้นผิวของ C-9 ไม่ใช่พื้นผิวหินปกติ มันมี... ลายเส้น ลายเส้นเรขาคณิต เหมือนลายเส้นบนผลึก
"ความคล้ายคลึงกับลายเส้นบนผลึก 81%"
ลายเส้นไม่ได้อยู่แค่ใต้ยาน มันอยู่ทั่วไป ฝังอยู่ในพื้นผิวหิน เหมือนเส้นเลือดในร่างกาย แต่ไม่ใช่เส้นเลือดของหิน เป็นเส้นเลือดของอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้หิน
"Ealis สแกนใต้พื้นผิว C-9 ลึก 50 เมตร"
"ใต้พื้นผิว C-9 ลึกประมาณ 30 เมตร ตรวจพบโครงสร้างโลหะ ขนาดใหญ่ ไม่ใช่โลหะตามธรรมชาติ ความหนาแน่นสูง รูปร่าง... ยาว ประมาณ 120 เมตร กว้าง 35 เมตร"
120 เมตร กว้าง 35 เมตร โครงสร้างโลหะ ใต้พื้นผิวดาวเคราะห์น้อย
ยานต่างดาวที่ฝังอยู่ใต้หิน 30 เมตร

ผมและเรนเจาะลงไป 30 เมตร เครื่องเจาะเจาะผ่านชั้นสุดท้าย และตกลงไปในความว่างเปล่า
ผมดึงเครื่องเจาะกลับมา มองลงไปในรู ความมืด แต่ไม่ใช่ความมืดสนิท มีแสง เลือนลาง สีฟ้า
แสงสีฟ้า
เมื่อเท้าแตะพื้น ผมรู้สึกได้ว่าพื้นไม่ใช่หิน เป็นโลหะ เรียบ เย็น และมีลายเส้นเรขาคณิตฝังอยู่ในผิว ลายเส้นที่เหมือนกับลายเส้นบนพื้นผิว C-9 แต่หนาแน่นกว่า ละเอียดกว่า
"ยานลำนี้..." เรนพูดเสียงเบา "...มันไม่ใช่ยาน มันเป็น... สิ่งมีชีวิต"
"ลายเส้นบนผนัง มันไม่ใช่วงจรไฟฟ้า มันเป็นโครงสร้างเหมือนเส้นประสาท ผนังโลหะเป็นเปลือกนอก แต่ข้างในเป็นเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เนื้อเยื่อแบบชีวภาพ แต่เป็นเนื้อเยื่อแบบ... ฉันไม่รู้"
แล้วผมเห็นมัน
ห้อง ไม่ใช่ห้องควบคุม ไม่ใช่ห้องเครื่องยนต์ เป็นห้องที่กลาง มีแท่น บนแท่นมีผลึก
ไม่ใช่ผลึกก้อนเดียว
ผลึกเป็นร้อยๆ ก้อน วางเรียงอยู่บนแท่นโลหะ สีฟ้าทั้งหมด เรืองแสงทั้งหมด แต่เงียบทั้งหมด ผลึกทุกก้อนมีลายเส้นเรขาคณิต เหมือนผลึกที่ผมเก็บมา แต่ลายเส้นแต่ละก้อนไม่เหมือนกัน แต่เมื่อมองรวมกัน ลายเส้นทั้งหมดประกอบเป็นรูปแบบที่ใหญ่กว่า เหมือนชิ้นส่วนของภาพจิ๊กซอว์
เมื่อผมวัดผลึกก้อนที่สี่ และเครื่องวัดอยู่ใกล้ก้อนที่ห้าด้วย
ปิ๊ง
ผลึกเริ่มส่องแสง ทีละก้อน ทีละก้อน เหมือนการตื่นขึ้น จากการหลับที่ยาวนาน
"ผลึกทุกก้อนเริ่มปล่อยพลังงาน ความถี่... สูง-ต่ำ-สูง-กลาง-ต่ำ-สูง-กลาง-ต่ำ 8 จังหวะ ครับ แต่..."
"แต่อะไร"
"แต่ไม่ใช่แค่ผลึกที่สั่น ยานทั้งลำกำลังสั่น และพลังงานจากผลึกรั่วไหลออกไปนอกยาน ผ่านชั้นหิน ขึ้นมาถึงพื้นผิว C-9 และ... ยานของคุณ"
"ยานของฉัน?"
"ยานของคุณที่จอดอยู่บนพื้นผิว ระบบที่เสียหาย กำลังกลับมาทำงาน แผงพลังงานสำรองที่ลดลง 40% กลับเป็น 100% สายอากาศที่เสียหาย กลับทำงาน รอยร้าวบนโครงสร้าง กำลังปิดตัว ยานกำลังซ่อมตัวเองครับ"
แล้วผลึกหยุด ทุกก้อนพร้อมกัน สนามพลังงานหายไป เงียบอีกครั้ง
แต่ผมยังได้ยิน
แผนที่ดาวฤกษ์ ไกลโพ้น สีฟ้า แล้วความรู้สึก
ช่วยฉัน
ชัดเจนกว่าครั้งแรก แรงกว่าครั้งแรก
และมีอะไรเพิ่มเติม — ผมเห็นสิ่งที่โค้งมาจากดาวฤกษ์นั้น สิ่งที่เคลื่อนที่ สิ่งที่ใหญ่กว่ายาน ใหญ่กว่าสถานีอวกาศ ใหญ่กว่าดวงจันทร์
สิ่งที่กำลังมา
เรนยืนนิ่ง ตาเปิดกว้าง น้ำตาไหล
"ฉันเห็นค่ะ ฉันเห็นดาวฤกษ์ แล้วก็... สิ่งที่กำลังมา"
"คุณรู้สึกอะไร"
"เหนื่อยค่ะ เหนื่อยมาก เหมือนวิ่งมาไกล... ไม่ใช่ฉันที่เหนื่อย แต่... มีใครบางคนที่เหนื่อย ที่เดินทางมานานมาก และอยากให้ใครสักคนรู้ว่าเขากำลังมา"
ผมเก็บผลึก 23 ก้อน ไม่เก็บทั้งหมด เพราะยานลำนี้ไม่ใช่ของผม มันเป็นของใครบางคนที่กำลังมา
ยานของผมกลับมาทำงานเต็มระบบ ดีกว่าก่อนพายุ ผลึกซ่อมยานให้ผม ผมไม่ได้ขอ มันทำเอง เหมือนขอบคุณ หรือไม่ก็เหมือนการแลกเปลี่ยน
ธุรกรรมที่ไม่มีใครเอ่ยปาก
ถึงฐาน ผมนำผลึก 24 ก้อนเรียงบนโต๊ะ ลายเส้นแต่ละก้อนแตกต่างกัน แต่เมื่อมองรวม ลายเส้นทั้งหมดประกอบเป็นรูปแบบที่ใหญ่กว่า
ในอีก 26 วัน เครนจะมา
ในอีก... ผมไม่รู้... สิ่งที่กำลังมาจะมาถึง
สองเส้นทางที่อาจจะตัดกัน หรือไม่ก็ชนกัน
ผมมองผลึก แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืด ดาวฤกษ์ไกลๆ
ช่วยฉัน
ผมไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง แต่ผมรู้ว่าตอนนี้ ผมไม่ได้หาคำตอบคนเดียวแล้ว
ปิดบทที่ 3
บทต่อไป — บทที่ 4: ประเภท
© PROJECT: SATURN QUANTUM TYPOLOGY — สงวนลิขสิทธิ์โดย Dev365TH · ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่/จำหน่ายในทุกรูปแบบ · ข้อกำหนดการใช้งาน
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย