PROJECT: SATURN QUANTUM TYPOLOGY

ตอนที่ 2 จาก 2 · อ่าน 7 นาที

ผู้มาเยือน


ผมนอนไม่หลับ

ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ในวัย 476 ปี การนอนหลับเป็นเรื่องของความเคยชินมากกว่าความจำเป็น ร่างกายที่ผ่านการ Cryonics รุ่นต้นแบบเป็นร้อยๆ ครั้ง ไม่ได้ต้องการนอนเหมือนคนทั่วไป แต่ผมก็ยังนอน เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกเหมือนยังเป็นมนุษย์

คืนนี้ผมนอนไม่หลับ เพราะเสียง 8 จังหวะยังค้างอยู่ในหัว

สูง-ต่ำ-สูง-กลาง-ต่ำ-สูง-กลาง-ต่ำ

มันไม่ใช่เสียงจริง ผมรู้ แต่มันก็ไม่ใช่จินตนาการ มันเป็นความรู้สึกที่ฝังอยู่ในตัว เหมือนรอยสักที่ไม่สามารถลบออก ทุกครั้งที่ผมหลับตา ผมเห็นแสงสีฟ้า แผนที่ดาวฤกษ์ แล้วก็ความรู้สึกนั้น

ช่วยฉัน

ผมลืมตา มองเพดานห้องพัก แสงสลัวจากหลอดไฟที่ Ealis ปรับให้เบาลงในเวลากลางคืน — ถึงแม้จะไม่มีความหมายเท่าไหร่ เพราะในแถบดาวเคราะห์น้อย ไม่มีความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน มีแต่ความมืดและความมืดที่อ่อนลงเล็กน้อย

ผมลุกขึ้น นั่งขอบเตียง คิด

ผลึกที่พบเมื่อวาน ผมล็อคไว้ในกล่องในห้องทดลอง ยังไม่กล้านำมาวัดซ้ำ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร วิทยาศาสตร์สอนให้รอให้เข้าใจก่อนเสมอ แต่ความรู้สึกที่ผมได้รับจากผลึก — ช่วยฉัน — มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ มันเป็นอะไรบางอย่างที่เกินกว่าตารางจำแนกใดๆ

ผมเดินไปที่ห้องควบคุม นั่งลงเก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ Ealis ทำงานตลอดเวลา ไม่เคยหยุด

"Ealis มีอะไรผิดปกติไหมช่วงที่ผมนอน"

"ไม่มีครับ ทุกระบบปกติ พลังงานหลัก 76% ลดลง 2% จากการใช้งานปกติ ไม่พบสนามพลังงานผิดปกติ ผลึกในกล่องล็อค อุณหภูมิคงที่ สูงกว่าอุณหภูมิรอบข้าง 2.3 เคลวิน เหมือนเดิม"

เหมือนเดิม ผลึกเงียบ ราวกับเมื่อวานเป็นเพียงภาพลวงตา

"Ealis สแกนรอบฐาน มีอะไรไหม"

"สแกน... ไม่พบวัตถุในรัศมี 50 กิโลเมตร ไม่พบสัญญาณ... ครับ มีสัญญาณ 1 จุด ระยะ 340 กิโลเมตร ทิศตะวันตกเฉียงใต้ สัญญาณเรียกขาเข้า รหัส..."

Ealis หยุด ผมเลิกคิ้ว Ealis ไม่เคยหยุดกลางคัน

"รหัสอะไร"

"รหัสสถาบันวิจัยอวกาศแห่งโลก ครับ สัญญาณเรียกขาเข้า ระบบร้องขอการเชื่อมต่อ"


สถาบันวิจัยอวกาศแห่งโลก — Earth Space Research Institute — ESRi หน่วยงานวิจัยของรัฐบาลที่ผมเคยทำงานด้วยเมื่อหลายร้อยปีก่อน หน่วยงานที่ปฏิเสธ PROJECT SATURN และทำให้ผมเลือกออกจากโลก

พวกเขามาทำไม

"Ealis ตรวจสอบ ยาน Meridian ออกจากโลกเมื่อไหร่"

"ตรวจสอบจากสัญญาณ... ยาน Meridian ออกจากสถานีอวกาศโลกเมื่อ 23 วันที่แล้ว ครับ"

23 วัน ผมพบผลึกเมื่อวาน ถ้ายานออกจากโลก 23 วันที่แล้ว พวกเขาไม่อาจรู้เรื่องผลึกได้ สัญญาณจากฐานของผมไปถึงโลกใช้เวลาอย่างน้อย 40 วันในสภาวะปกติ และผมยังไม่ได้ส่งอะไรออกไปเลย

แปลว่าพวกเขามาก่อนที่ผลึกจะเป็นเรื่อง พวกเขามาเพราะ PROJECT SATURN พวกเขาตามติดผมมานานแล้ว และตอนนี้ส่งคนมาเก็บข้อมูล

ผมคิด 2 ทาง ปฏิเสธ หรือยอมให้เข้า แต่ซ่อนผลึกและงานวิจัย

ผมเลือกทางที่สอง แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความระมัดระวังอย่างเดียว

เธอเป็นนักวิจัยพลาสม่า จาก ESRi ถ้าเธอเก่งจริง เธออาจจะมีความรู้ด้านพลาสม่าที่ผมไม่มี ความรู้ที่อาจช่วยให้ผมเข้าใจผลึกได้ดีขึ้น

ผมไม่ไว้ใจเธอ แต่ผมต้องการเธอ


4 ชั่วโมงผ่านไป ยาน Meridian เทียบท่า ประตูเปิด ผมเห็นเธอ

ดร. เรน โนวาเซ็นต์ สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวสองสี ผมดำสั้นประบ่า ตาสีน้ำตาลเข้ม สวมชุดนักวิจัยสีขาว อายุประมาณ 120-140 ปี แต่ตาของเธอไม่ใช่ตาของคนอายุ 30 ตาของเธอมีความมุ่งมั่น ความจริงจัง ความเฉลียวฉลาด ตาของคนที่รู้ว่าตัวเองมาทำอะไร

เธอประเมินฐานด้วยตาของนักวิจัย ผมประเมินเธอด้วยตาของคนที่อยู่คนเดียวมา 476 ปี

เธอเผยว่าเธอรู้เรื่อง PROJECT SATURN อ่านงานวิจัยเก่าของผม และเชื่อว่า Quantum Typology มีจริง เธอเองก็วิจัยพลาสม่าและพบรูปแบบการสั่นสะเทือนที่ไม่เหมือนประเภทใด แต่ ESRi สั่งปิดงานวิจัยของเธอ


ในห้องเก็บชิ้นส่วน เธอหยุดที่กล่องที่ผมซ่อนผลึกไว้

เธอไม่ได้เห็นข้างใน แต่เธอหยุด เหมือนรู้สึกได้

"อะไรครับ" ผมถาม

"ไม่ทราบค่ะ ฉันรู้สึก... อะไรบางอย่าง ตรงนี้"

ผมตัดสินใจบอกความจริง

"ผลึก พบในซากยาน เมื่อวาน"

เธอเปิดฝา เห็นผลึกสีฟ้าเข้ม แล้วถอยห่าง 2 ก้าว ตาเปลี่ยน เป็นตาของคนที่กลัว

"เจอแล้ว ฉันเจอมันแล้ว"

เธอเคยเห็นรูปแบบการสั่นสะเทือน 8 จังหวะ ในงานวิจัยของเธอเอง งานที่ถูกสั่งปิด เธอจำจังหวะได้ เพราะมันไม่ใช่เสียงสุ่ม มันมีโครงสร้าง เหมือนรหัส

แล้วเธอถามเสียงเบา "เมื่อมันสั่น 8 จังหวะ เกิดอะไรขึ้น"

"มันดับทุกระบบไฟฟ้าในฐาน 7.3 วินาที แล้วส่งภาพ แผนที่ดาวฤกษ์ และ... ความรู้สึก"

"ความรู้สึกอะไรคะ"

"ช่วยฉัน"

เธอหลับตา แล้วเปิด เธอไม่ได้ตกใจ ราวกับรู้อยู่แล้ว

"ฉันเคยรู้สึกแบบนั้น ตอนที่สร้างพลาสม่าในสภาวะสุดขั้ว ตอนที่วัดพลังงานควอนตัมที่สั่น 8 จังหวะ ฉันรู้สึกได้ แค่เสี้ยววินาที ไม่ชัดเท่าที่คุณบอก แต่ฉันรู้สึก... มีใครบางคน ที่ไกลมาก กำลังเรียก"


แล้วเธอเปิดเผยสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน

เธอหยิบเอกสารเล็กๆ จากกระเป๋า ยื่นให้ผม

"หากพบพลังงานควอนตัมประเภทที่ไม่อยู่ใน Typology ที่กำหนด (ประเภท 1-7) ให้ดำเนินการ ยึด หรือ ทำลาย ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องรอคำสั่งเพิ่มเติม"

ยึด หรือ ทำลาย

"คุณไม่ทำ" ผมพูด

"ฉันไม่ทำค่ะ สิ่งนี้มันไม่ใช่พลังงานที่ควรถูกยึดหรือทำลาย มันเป็นการสื่อสาร มีใครบางคนกำลังเรียกหาความช่วยเหลือ"

แต่เธอบอกด้วยว่า เธอจะรายงานว่าไม่พบอะไร ซื้อเวลาให้พวกเขา 30 วัน

"ถ้าฉันไม่ส่งรายงานใน 30 วัน พวกเขาจะส่งคนอื่นมา และคนที่มาครั้งต่อไป จะไม่ใช่นักวิจัยคนเดียวบนยานวิจัย"

"คนที่มาครั้งต่อไป จะเป็นใคร"

"ผบ. ออกุสต์ เครน ค่ะ"


คืนนั้น ผมนั่งในห้องควบคุมคนเดียว

"Ealis คุณคิดยังไง"

Ealis ไม่ตอบทันที 3.7 วินาที — เธอไม่เคยใช้เวลาคิดนานขนาดนั้น

"ความน่าจะเป็นที่เธอจริงใจ 74% ครับ"

74% ไม่ใช่ 100% แต่ก็ไม่ใช่ 0%

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดของอวกาศ

30 วัน

30 วันที่จะเข้าใจผลึก ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยน

ผมไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป และมันทำให้ผมรู้สึกแปลก ราวกับความเงียบที่ผมคุ้นเคยมา 476 ปี ถูกทำลาย ไม่ใช่เสียงดัง แต่เป็นเสียงเบาๆ เสียงของคนที่เลือกจะอยู่

ช่วยฉัน

ผมอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป แต่สิ่งที่เรียกหาผม มันยังอยู่ไกลมาก

และในอีก 30 วัน ผมอาจจะรู้ว่ามันคือใคร


ความคิดเห็น (0)