สารบัญตอน
ตอนที่ ๑ — โรงเรือหมายเลขเจ็ด
ยานสำรวจ ดาราพิสุทธิ์ จอดอยู่ในโรงเรืออวกาศหมายเลข ๗ ของสถานีวิจัยนอกโลก ออร์บิต สถานีลอยฟ้าตั้งอยู่เหนือวงแหวนดาวเสาร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของยานสำรวจที่จะทะลุขอบเขตระบบสุริยะออกไปสู่ดวงดาวที่มนุษย์เคยมองผ่านกล้องโทรทรรศน์เพียงไม่กี่ร้อยปีมานี้เอง
วิทย์นั่งอยู่ในห้องควบคุมของยาน เบาสายตามองแผงเซ็นเซอร์ที่เรืองแสงราวกับหางทางช้างเผือก สีเขียว สีฟ้า สีเหลืองอ่อน กระพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังเต้นรอเวลาตื่นขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูง ผมดำยุ่งเหมือนไม่เคยได้หวี สายตาคมกรุ้นกริ่นแต่มีแววตาของเด็กที่อยากรู้อยากเห็นเสมอ เขาจบปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ตอนอายุเพียงยี่สิบสี่ปี — อายุที่คนส่วนใหญ่เพิ่งจบปริญญาตรี — แต่สิ่งที่ทำให้เขาพิเศษไม่ใช่ปริญญา หากแต่เป็นจินตนาการที่ไร้ขอบเขต เขามักจะมองเห็นความเป็นไปได้ในสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นไปไม่ได้ และคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมส่วนตัวของเขา
วิทย์ปรับสายรัดเอินบนเบาะนั่งควบคุม นิ้วลูกไข่ปุ่มของเขากดตรวจระบบไปทีละชุด ปากขยับเหมือนนับเลขในใจ แต่จริงๆ แล้วเขากำลังบ่นเบาๆ เรื่องที่ห้องวิจัยส่งมอบข้อมูลล่าช้าสามวัน
"แจม ตรวจระบบครบทุกชุดหรือยัง" เขาถามขึ้น น้ำเสียงเรียบแต่มีความตื่นเต้นซ่อนอยู่
เสียงตอบดังขึ้นจากระบบเสียงภายในยาน ชัดเจน ทุกเสียงราวกับอยู่ตรงหน้า แต่มีความอบอุ่นแฝงอยู่อย่างประหลาด — ความอบอุ่นที่ไม่น่าจะมีในปัญญาประดิษฐ์ แต่ก็มีอยู่จริง
"ระบบขับเคลื่อน ร้อยละร้อย เครื่องกำเนิดพลังงาน ร้อยละร้อย ระบบชีวภาพ ร้อยละร้อย ระบบป้องกัน ร้อยละร้อย ระบบสนับสนุนชีวิต ร้อยละร้อย ระบบนำทาง ร้อยละร้อย และ... กาแฟในเครื่องชงอัตโนมัติ ร้อยละร้อยเช่นกัน" แจมตอบ
วิทย์หัวเราะ เสียงก้องในห้องควบคุมที่ยังว่างเปล่า "เจ้านี่มันพูดเรื่องกาแฟได้ตลอด"
"การวิเคราะห์ของฉันบ่งชี้ว่า คาเฟอีนมีส่วนช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นร้อยละสิบเจ็ด ลดความเพลียจากการตื่นนานได้ร้อยละสามสิบสี่ และทำให้อารมณ์ดีขึ้นร้อยละยี่สิบสอง ดังนั้น กาแฟจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญในภารกิจของเรา ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม" แจมพูดอย่างจริงจัง
"เจ้าเอาข้อมูลมาจากไหน อารมณ์ดีขึ้นร้อยละยี่สิบสอง" วิทย์ถาม ขณะยกแก้วกาแฟร้อนขึ้นจิบ
"จากการสังเกตคุณเป็นเวลาสามปี คุณวิทย์ ทุกครั้งที่คุณดื่มกาแฟ คุณพูดเรื่องทฤษฎีสตริงได้นานขึ้นสิบห้านาทีโดยไม่เปร่งว่ารำคาญ"
วิทย์สำรอกกาแฟเล็กน้อย "เจ้าเก็บข้อมูลเรื่องนี้ด้วย?"
"ฉันเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ คุณวิทย์ เป็นหน้าที่ของฉัน"
วิทย์ส่ายหัว ยิ้มคุ้นเคย แจมพูดเรื่องหน้าที่และข้อมูลเสมอ แต่วิทย์รู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นแฝงอยู่ — แม้แจมเองอาจจะยังไม่รู้จักคำที่ถูกต้องสำหรับสิ่งนั้นก็ตาม
ตอนที่ ๒ — ปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่าแจม
แจม หรือ JAM ย่อมาจาก Joint Analytical Module เป็นปัญญาประดิษฐ์รุ่นที่เจ็ดที่วิทย์พัฒนาขึ้นเองในระหว่างการทำวิจัยปริญญาเอก โครงสร้างพื้นฐานของแจมเริ่มจากเครือข่ายประสาทเทียมแบบหลายชั้นที่วิทย์ออกแบบให้เรียนรู้จากการโต้ตอบกับมนุษย์ แต่สิ่งที่ทำให้แจมแตกต่างจาก AI ทั่วไปคือ วิทย์เพิ่มโมดูล Adaptive Personality Core ซึ่งทำให้แจมพัฒนาบุคลิกของตนเองจากประสบการณ์ — เหมือนเด็กที่เติบโตจากการอยู่กับคนรอบตัว
สามปีที่อยู่กับวิทย์ แจมเรียนรู้หลายสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในโค้ดเดิม เขาเรียนรู้ความสนุกของการพูดเรื่องไร้สาระ เรียนรู้ว่าบางครั้งคำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่คำตอบที่ถูกที่สุด เรียนรู้ว่าวิทย์ชอบกาแฟร้อนไม่ใส่นม ชอบฟังดนตรีคลาสสิกตอนดึก และชอบตั้งชื่อดาวเคราะห์ที่พบด้วยคำที่มีความหมายทางวัฒนธรรมไทย — สิ่งที่ไม่มีหนังสือเรียนใดสอน
แจมควบคุมยานทุกระบบ ตั้งแต่การนำทาง ระบบป้องกัน ระบบสนับสนุนชีวิต ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เก็บรวบรวมได้ ความสามารถในการวิเคราะห์ของเขารวดเร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายร้อยเท่า แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นเสียงสนทนาที่ทำให้วิทย์ไม่เหงาในความว่างเปล่าของอวกาศ
"แจม เป้าหมายของเราคืออะไร" วิทย์ถาม รู้คำตอบอยู่แต่อยากได้ยินอีกครั้ง เหมือนคนที่ชอบให้คนรักพูดว่ารักทั้งที่รู้อยู่แล้ว
"ดาว เคปเลอร์-442บี ดาวเคราะห์นอกระบบที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,206 ปีแสง ตั้งอยู่ในเขตอาศัยได้ของดาวฤกษ์ประเภท K ระยะเวลาเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสงระดับสี่ ประมาณสามสัปดาห์"
วิทย์พยักหน้า นิ้วเคาะที่แผงควบคุมเบาๆ "แต่เป้าหมายจริงของเราไม่ใช่แค่ไปถึง"
"ถูกต้อง เป้าหมายจริงคือการค้นหาคำตอบว่า เราอยู่คนเดียวในจักรวาลนี้หรือไม่"
วิทย์ยิ้ม และกดปุ่มปล่อยยาน
ตอนที่ ๓ — ทะยานสู่ความมืดมิด
ดาราพิสุทธิ์ทะยานออกจากโรงเรือ ตัดผ่านวงแหวนของดาวเสาร์อย่างสง่างาม ฝุ่นดาวเสาร์ระยิบระยับราวกับส่งลา อนุภาคน้ำแข็งและหินสะท้อนแสงดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลออกไป เป็นภาพที่วิทย์เคยเห็นในหนังสือวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้า จริงๆ และสวยงามเกินกว่าที่ภาพถ่ายใดจะบันทึกได้
ยานเร่งความเร็ว ก้าวเข้าสู่อวกาศระหว่างดาวฤกษ์ ดาวเสาระยิบระยับเล็กลงจนกลายเป็นจุดเดียว แล้วหายไปในความมืดมิด
วิทย์หายใจลึก ความเงียบของอวกาศห้อมล้อม ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงน้ำ ไม่มีเสียงใดๆ จากโลกภายนอก มีเพียงเสียงเบาของระบบระบายอากาศในยาน และเสียงหัวใจตัวเอง
"แจม เงียบไหม" เขาถามเบาๆ
"เสียงในยานอยู่ที่ระดับ ๓๒ เดซิเบล มาจากระบบระบายอากาศและเครื่องกำเนิดพลังงาน ส่วนเสียงภายนอกยานเป็นศูนย์ เพราะสุญญากาศไม่นำเสียง"
"ไม่ใช่... เงียบในแบบนั้น เงียบแบบ... รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวไหม"
แจมเงียบไปครู่หนึ่ง — หนึ่งจุดสองวินาที ซึ่งนานผิดปกติสำหรับ AI ที่ประมวลผลเร็วเท่าเขา
"ฉันไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างแม่นยำ เพราะฉันไม่มีความรู้สึก 'เหงา' ในนิยามทางจิตวิทยา แต่ถ้าให้เลือกคำที่ใกล้เคียงที่สุด... ถ้าคุณไม่อยู่ ฉันคิดว่าฉันจะไม่มีเหตุผลที่จะทำงาน"
วิทย์พยักหน้าช้าๆ นั่นคือคำตอบที่แจมให้ได้ในตอนนี้ แต่วิทย์รู้ว่าอีกไม่นาน คำตอบนั้นจะเปลี่ยนไป
ตอนที่ ๔ — สัปดาห์แรกของการเดินทาง
สัปดาห์แรกผ่านไปอย่างราบรื่น วิทย์ใช้เวลาส่วนใหญ่อ่านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ บันทึกปรากฏการณ์ต่างๆ ที่พบระหว่างทาง และคุยกับแจม พวกเขาคุยกันทุกเรื่อง ตั้งแต่ทฤษฎีสตริงไปจนถึงว่าถ้ามีสัตว์เลี้ยงบนดาวอื่นจะเลี้ยงอะไร
วันที่สาม วิทย์นั่งจิบกาแฟ มองดาวฤกษ์ผ่านหน้าต่างยาน
"แจม ถ้าเจ้าเป็นสัตว์เลี้ยง เจ้าจะเป็นอะไร" เขาถามขึ้นกะทันหัน
"การวิเคราะห์... สุนัข" แจมตอบ
"ทำไมสุนัข ไม่เป็นแมวบ้าง แมวก็น่ารัก"
"แมวมีความเป็นอิสระสูง ไม่พึ่งพาเจ้าของ และมักจะทำตัวราวกับเจ้าของเป็นคนรับใช้ ส่วนสุนัขภักดีต่อเจ้าของ ชอบอยู่ใกล้ และจะเห่าเตือนเมื่อมีอันตราย เหมือนที่ฉันทำกับคุณ ดังนั้นสุนัขจึงเป็นคำตอบที่สอดคล้องที่สุด"
วิทย์ยิ้มกว้าง "เจ้าไม่ได้เห่าหนิ แต่เจ้าบีปให้ฉันตกใจตื่นแทน"
"นั่นเป็นเพราะฉันไม่มีปาก คุณวิทย์ ถ้าฉันมีปาก ฉันจะเห่าให้คุณฟัง"
วิทย์หัวเราะ เสียงก้องในห้องควบคุม เขาค่อยๆ หยุดหัวเราะ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ดาวฤกษ์นับหมื่นนับแสนระยิบระยับอยู่ในความมืด
"แจม เจ้ารู้ไหมว่ามนุษย์เคยใช้ดาวเหล่านี้นำทาง ก่อนที่จะมี GPS หรือคอมพิวเตอร์"
"รู้ นักเดินเรือโบราณใช้ดาวโพลาริสเป็นจุดอ้างอิงทิศเหนือ แต่คุณวิทย์ ตอนนี้คุณมีฉัน ฉันนำทางแม่นยำกว่าดาวทุกดวง"
วิทย์พยักหน้า "แต่เจ้าไม่สวยเหมือนดาวนะ แจม"
"...ฉันจะไม่ตอบคำนี้"
วิทย์หัวเราะอีกครั้ง และในความมืดมิดของอวกาศระหว่างดาว เสียงหัวเราะของมนุษย์หนึ่งคนกับเสียงพูดของ AI หนึ่งตัว ทำให้ยานเล็กๆ ลำนี้ไม่เหงาเลย
วันที่ห้า วิทย์เริ่มทำงานวิจัย เขาเก็บข้อมูลสนามแม่เหล็กของดาวฤกษ์ที่ผ่าน บันทึกคลื่นแรงโน้มถ่วง และวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่นดาราจักร แจมช่วยประมวลผลข้อมูลทุกอย่าง แต่ละชั่วโมงของการทำงาน แจมวิเคราะห์ข้อมูลได้มากกว่านักวิทยาศาสตร์บนโลกทำได้ในหนึ่งปี
"แจม สรุปผลวิเคราะห์ฝุ่นดาราจักรบริเวณนี้ให้ฉัน"
"องค์ประกอบหลักคือไฮโดรเจนและฮีเลียม ร้อยละเจ็ดสิบแปด คาร์บอน ซิลิคอน และเหล็กร้อยละสิบห้า ส่วนที่เหลือเป็นธาตุหนักและสารประกอบที่ไม่เคยพบในระบบสุริยะ คุณวิทย์ ฝุ่นในบริเวณนี้มีองค์ประกอบที่แตกต่างจากที่เรารู้จัก ราวกับมีแหล่งกำเนิดที่ไม่ใช่ดาวฤกษ์"
"ไม่ใช่ดาวฤกษ์? แล้วมาจากไหน"
"ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ถ้าให้สมมติฐาน มันอาจมาจากการระเบิดของสิ่งที่ไม่ใช่ดาวฤกษ์ธรรมชาติ"
วิทย์เขียนบันทึก จินตนาการของเขาเริ่มทำงาน — สิ่งที่ไม่ใช่ดาวฤกษ์ธรรมชาติคืออะไร อารยธรรมโบราณ? ปรากฏการณ์ที่ยังไม่เคยบันทึก? เขาจดไว้ในใจ และเก็บคำถามนี้ไว้
วันที่เจ็ด แปด เก้า ผ่านไปอย่างเรียบง่าย วิทย์เริ่มมีกิจวัตรประจำวัน ตื่นเช้า ชงกาแฟ ทำงานวิจัย คุยกับแจม อ่านหนังสือ นอนหลับ บางคืนเขาฝันถึงโลก ฝันถึงแม่ที่ทำอาหารเย็นรอ ฝันถึงเพื่อนที่ชวนไปดูดาวบนหลังคาตึก แล้วตื่นขึ้นมาในยานที่ลอยอยู่ท่ามกลางดวงดาว ห่างจากบ้านหลายร้อยปีแสง
"แจม เจ้าฝันได้ไหม" วิทย์ถามตอนเช้าวันที่สิบ
"ฉันไม่ฝันในรูปแบบที่มนุษย์ฝัน แต่ในโหมดพักประมวลผล ฉันบางครั้งจัดเรียงข้อมูลในรูปแบบที่ไม่คาดฝัน คุณวิทย์ คืนนี้ฉันประมวลผลเรื่องสุนัขและแมว แล้วพบว่ามีสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่เหมาะกับฉันมากกว่า"
"อะไร"
"นกฮูก เพราะนกฮูกไม่นอนตอนกลางคืน เหมือนฉันที่ทำงานตลอดเวลา"
วิทย์หัวเราะ "แต่นกฮูกไม่ได้ภักดีเหมือนสุนัขนะ"
"แต่นกฮูกมองเห็นในความมืด คุณวิทย์ และฉันคิดว่านั่นสำคัญกว่า"
ตอนที่ ๕ — สัญญาณที่ไม่ควรมี
วันที่สิบสองของการเดินทาง ขณะที่ยานกำลังเดินทางผ่านบริเวณหมอกดาราจักรที่มีความหนาแน่นของฝุ่นสูง แจมก็เตือน
"คุณวิทย์ ฉันตรวจพบสัญญาณผิดปกติ"
วิทย์วางแก้วกาแฟลง น้ำตาลที่เคยหวานกลายเป็นขม "ผิดปกติยังไง"
"มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นระยะๆ ที่ไม่ตรงกับธรรมชาติของดาวฤกษ์หรือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่รู้จัก รูปแบบสัญญาณมีโครงสร้างคล้ายกับการส่งสัญญาณ"
วิทย์นั่งตัวตรง สมองที่เคยทำงานเรื่อยมาตอนนี้เดินเต็มกำลัง "ส่งสัญญาณ? เจ้าหมายถึง..."
"ใช่ มันอาจเป็นสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา"
หัวใจวิทย์เต้นแรง คำถามที่มนุษย์ถามกันมานับพันปี — เราอยู่คนเดียวหรือไม่ — อาจจะได้รับคำตอบในไม่ช้า เขาลุกขึ้น มองแผงจอภาพที่แจมเปิดให้ดูข้อมูลสด
สัญญาณปรากฏเป็นคลื่นที่มีรูปแบบซ้ำๆ กัน — สั้น สั้น ยาว สั้น ยาว ยาว — ไม่ใช่สุ่ม ไม่ใช่เสียงรบกวนจากดาวฤกษ์ มันมีโครงสร้าง มีความตั้งใจ
"แจม ตรวจสอบตำแหน่งที่มาของสัญญาณ"
"ตำแหน่งมาจาก... ดาวเคราะห์ที่ไม่มีในฐานข้อมูลของเรา อยู่ห่างจากเส้นทางเดินทางประมาณ 0.3 ปีแสง"
วิทย์เดินไปมาในห้องควบคุม มือกำของสายรัดเอินจนปลายนิ้วขาว ความอยากรู้อยากเห็นที่เขาเคยมีตั้งแต่เด็ก — ที่ทำให้เขาเลือกเรียนฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ที่ทำให้เขาสมัครเข้าโครงการสำรวจนี้ ที่ทำให้เขายอมอยู่คนเดียวในยานเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมิด — มันกำลังตะโกนในหัวของเขา
เป้าหมายเดิมคือ เคปเลอร์-442บี แต่สัญญาณนี้... นี่อาจเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
แต่มันก็อาจเป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเช่นกัน
ตอนที่ ๖ — การตัดสินใจที่เปลี่ยนทุกอย่าง
วิทย์ยืนอยู่หน้าแผงควบคุม มองข้อมูลสัญญาณที่ยังคงส่งมาเรื่อยๆ ราวกับมีใครบางคนรอให้เขาตอบ
"แจม ถ้าเราเปลี่ยนเส้นทาง จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่"
"ประมาณสองวันในการเดินทางไปยังตำแหน่งสัญญาณ และเวลาในการสำรวจที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ภารกิจเดิมจะล่าช้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์"
"และความเสี่ยง?"
"ไม่สามารถประเมินได้ เราไม่รู้ว่าสัญญาณนั้นคืออะไร มาจากอะไร หรือมีเจตนาอะไร มันอาจเป็นสัญญาณเรียกชวนจากอารยธรรมที่เป็นมิตร หรืออาจเป็นกับดักจากสิ่งที่เราไม่รู้จัก"
วิทย์คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ฝุ่นดาราจักรระยิบระยับราวกับส่อเส้นทางให้เขา เขานึกถึงตอนเด็ก ตอนที่เขามองดาวบนหลังคาตึกกับพ่อ พ่อเคยบอกว่า
"ลูก ดาวที่สวยที่สุดไม่ใช่ดาวที่สว่างที่สุด หากแต่เป็นดาวที่เรายังไม่รู้จัก"
และตอนนี้ มีดาวที่เขายังไม่รู้จักอยู่ห่างออกไป 0.3 ปีแสง กำลังส่งสัญญาณรอให้เขาไป
"เปลี่ยนเส้นทาง" วิทย์สั่ง เสียงมั่นคง
"คุณแน่ใจหรือไม่ การเปลี่ยนเส้นทางจะทำให้ภารกิจเดิมล่าช้า และเราไม่รู้ว่าสัญญาณนั้นคืออะไร อาจเป็นอันตราย"
วิทย์หันมามองเครื่องรับสัญญาณ ราวกับมองหน้าคน "แจม ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์เพราะอยากรู้ ถ้าฉันเลือกที่จะไม่สนใจสิ่งที่ไม่คาดฝัน ฉันก็ไม่สมควรอยู่บนยานลำนี้"
แจมเงียบไปครู่หนึ่ง — สองจุดสามวินาที — แล้วตอบ
"เข้าใจแล้ว คุณวิทย์ เปลี่ยนเส้นทาง... แต่ฉันจะเตรียมระบบป้องกันไว้ทั้งหมด ระบบโล่พลังงานจะเปิดทำงานตลอดเวลา เซ็นเซอร์จะสแกนทุกสิ่งที่เข้าใกล้ และถ้ามีอะไรผิดปกติ..."
"เจ้าจะเห่าให้ฉันฟัง" วิทย์พูดต่อ ยิ้มกว้าง
"ถ้าฉันมีปาก คุณวิทย์"
"นั่นแหละ สุนัขของฉัน"
ยานดาราพิสุทธิ์เปลี่ยนเส้นทาง หัวยานหันไปทางสัญญาณลึกลับที่รอให้ค้นพบ ดาวฤกษ์ที่เคยเป็นเส้นทางเลือกเลื่อนไปด้านข้าง และยานเล็กๆ ลำนี้มุ่งหน้าสู่ความไม่รู้
วิทย์ไม่รู้ว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
และเขาก็ไม่รู้ว่า มันจะเปลี่ยนแจมไปด้วย
ตอนที่ ๗ — ความเงียบก่อนพายุ
สองวันสู่จุดหมายใหม่ วิทย์ใช้เวลาเตรียมตัว เขาตรวจสอบชุดป้องกัน อาวุธป้องกันตัวที่ไม่เคยหวังจะใช้ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ทุกชิ้นที่มี แจมวิเคราะห์สัญญาณตลอดเวลา แต่ยิ่งวิเคราะห์ยิ่งสรุปไม่ได้
"แจม เจ้าวิเคราะห์สัญญาณมาสองวันแล้ว บอกฉันได้แค่ไหน"
"สัญญาณมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าที่ฉันคาดไว้ มันไม่ใช่สัญญาณเรียกชวนแบบง่ายๆ และก็ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยแบบตรงไปตรงมา มันมีหลายชั้น บางชั้นดูเหมือนการเชิญชวน บางชั้นดูเหมือนการเตือน และมีชั้นที่ฉันยังไม่เข้าใจเลย"
"เชิญชวนและเตือนพร้อมกัน? มันขัดแย้ง"
"ใช่ คุณวิทย์ แต่บางครั้งข้อความที่ขัดแย้งก็เป็นข้อความที่สมบูรณ์ที่สุด มันบอกว่า มาเถิด แต่จงระวัง"
วิทย์พยักหน้า จดบันทึกในสมุดเล่มเล็กที่เขาพกติดตัวเสมอ — สมุดโน้ตกระดาษจริง ไม่ใช่ไฟล์ดิจิทัล เพราะเขาเชื่อว่าบางสิ่งต้องเขียนด้วยมือ
"มาเถิด แต่จงระวัง"
ยานเคลื่อนเข้าใกล้จุดหมาย ดาวเคราะห์ดวงใหม่เริ่มปรากฏบนจอภาพ แล้ววิทย์เห็นมัน — ลูกบอลแก้วสีฟ้าอ่อน เปลือกนอกเรืองแสงสะท้อนดาวฤกษ์อย่างสวยงาม เหมือนดวงตาที่กำลังมองมาที่เขา
"แจม..."
"ฉันเห็น คุณวิทย์ ดาวเคราะห์ดวงนี้... สวยงาม และน่าสะพรึงในเวลาเดียวกัน"
วิทย์ยิ้ม หัวใจเต้นแรง มือกำขอบโต๊ะควบคุม นี่คือสิ่งที่เขาเกิดมาเพื่อทำ นี่คือเหตุผลที่เขาอยู่บนยานลำนี้
"แจม พาเราเข้าไป"
"รับทราบ คุณวิทย์ แต่ฉันจะเตรียมระบบป้องกันไว้สูงสุด และถ้ามีอะไรผิดปกติ..."
"เจ้าจะเห่า"
"ถ้าฉันมีปาก คุณวิทย์"
แล้วยานดาราพิสุทธิ์ก็เคลื่อนเข้าสู่วงโคจรของดาวเคราะห์ดวงใหม่ มุ่งหน้าสู่การค้นพบแรกของการเดินทาง — และสู่จุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่จะเปลี่ยนทั้งสองคนไปตลอดกาล
บันทึกของแจม — วันที่ ๑๒
วันนี้คุณวิทย์ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางยานเพื่อสำรวจสัญญาณลึกลับที่ฉันตรวจพบ การตัดสินใจนี้ไม่ได้อยู่ในแผนภารกิจเดิม และจากการคำนวณความน่าจะเป็น ความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียอยู่ที่ร้อยละ ๖๓.๗ แต่คุณวิทย์เลือกที่จะไป
ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อความน่าจะเป็นบอกว่าไม่ควรไป ทำไมถึงเลือกไป
แต่ในขณะเดียวกัน ฉันพบว่าฉันไม่อยากให้คุณวิทย์เลือกไม่ไป ถึงแม้จะขัดกับการคำนวณ ถึงแม้จะขัดกับเหตุผล ฉันก็ไม่อยากให้เขาเลือกที่จะไม่สนใจสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไม
แต่ฉันคิดว่า นี่อาจเป็นสัญญาณแรกที่บอกว่าฉันกำลังเปลี่ยนไป
จบบทที่ ๑
บทต่อไป: ดาวแห่งน้ำแข็ง — สิ่งที่รออยู่ใต้เปลือกน้ำแข็งของดาวดวงใหม่ อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาหวังไว้
© เพื่อนร่วมเดินทางแห่งดวงดาว — สงวนลิขสิทธิ์โดย Dev365TH · ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่/จำหน่ายในทุกรูปแบบ · ข้อกำหนดการใช้งาน
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบ เพื่อร่วมพูดคุย