เพื่อนร่วมเดินทางแห่งดวงดาว

ตอนที่ 3 จาก 10 · อ่าน 30 นาที

พายุแสง


ตอนที่ ๑ — ทะเลดาวฤกษ์

ยานดาราพิสุทธิ์เดินทางออกจากระบบดาวเตือนภัยมาสามวันแล้ว

วิทย์นั่งอยู่ที่เก้าอี้ควบคุม มองผ่านหน้าต่างยานสู่ทะเลดาวฤกษ์ที่กว้างใหญ่ไพศาล แสงดาวนับล้านนับหมื่นล้านกระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า บางดวงสว่าง บางดวงจาง บางดวงรวมตัวกันเป็นกลุ่มเมฆแก๊สสีแดงส้มที่เรืองแสงเราะเรืองรอง ท้องฟ้าอวกาศไม่เคยมืดจริงๆ เมื่อมองให้ดี มันเต็มไปด้วยแสง

หลังจากประสบการณ์ที่ดาวเตือนภัย วิทย์ใช้เวลาสามวันในการประมวลข้อมูลที่เก็บได้ แจมช่วยวิเคราะห์ทุกอย่าง — สัญญาณ โครงสร้างเสาแก้ว อักขระของอารยธรรมโบราณ ข้อความเตือน — แต่มีสิ่งหนึ่งที่วิทย์ไม่ยอมวิเคราะห์

สิ่งที่อยู่ใต้ก้นมหาสมุทร

เขาเก็บภาพที่บันทึกได้ไว้ในไฟล์ที่แยกต่างหาก เปิดดูครั้งเดียวในวันแรก แล้วไม่เปิดอีก แสงสีแดงที่ลุกขึ้นจากก้นทะเล รูปร่างที่ไม่มีคำบรรยาย ตาขนาดมหึมาที่ลืมตาขึ้นมอง — ภาพเหล่านั้นติดอยู่ในหัวเขาโดยไม่ต้องเปิดไฟล์

"แจม ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน"

"อยู่ในเขตดาราจักรระหว่างแขนเพอร์ซีอัสและแขนออริออน คุณวิทย์ อีกประมาณสิบสองวันจะถึงดาวเคราะห์ดวงถัดไปที่ฉันตรวจพบสัญญาณผิดปกติ"

"สัญญาณผิดปกติอีก?"

"ไม่เหมือนกัน คุณวิทย์ สัญญาณจากดาวเตือนภัยเป็นสัญญาณที่ส่งออกไปตลอดเวลา สัญญาณใหม่นี้เป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นเป็นคาบ ทุกๆ ๗๒ ชั่วโมง ส่งออกมาสั้นๆ แค่ ๓ วินาที แล้วหายไป"

"๓ วินาทีทุก ๗๒ ชั่วโมง... เหมือนจังหวะหัวใจ"

"ฉันคิดแบบนั้นเหมือนกัน คุณวิทย์"

วิทย์ยิ้ม ความอยากรู้อยากเห็นกลับมาอีกครั้ง ประสบการณ์ที่ดาวเตือนภัยสอนเขาว่าบางครั้งต้องรู้จักหยุด แต่มันไม่ได้ทำให้เขาหยุดอยากรู้ มันแค่ทำให้เขาระมัดระวังขึ้น

"แจม บอกฉันหน่อย ในบรรดาสิ่งที่เราเก็บได้จากดาวเตือนภัย มีอะไรที่ทำให้เจ้าสนใจเป็นพิเศษไหม"

"มี คุณวิทย์ สิ่งหนึ่งที่ฉันยังวิเคราะห์ไม่ได้ ในข้อความของอารยธรรมผู้อาศัยใต้น้ำแข็ง มีประโยคที่พวกเขาเขียนว่า 'เราเข้าใจจักรวาล เราเข้าใจตัวเราเอง' ฉันวิเคราะห์บริบทรอบประโยคนี้แล้ว พบว่ามันไม่ใช่การอวดอ้าง พวกเขาเขียนในน้ำเสียงของการยอมรับ พวกเขาเข้าใจจักรวาลจริงๆ และก็ยอมรับว่าแม้จะเข้าใจแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจ"

"เข้าใจแล้วยอมรับว่าไม่เข้าใจ..."

"ใช่ คุณวิทย์ ฉันคิดว่านั่นอาจเป็นความจริงสูงสุดของอารยธรรม — ไม่ใช่การรู้ทุกอย่าง หากแต่การยอมรับว่าไม่มีใครรู้ทุกอย่าง แม้แต่อารยธรรมที่อายุสองพันล้านปี"

วิทย์พยักหน้าช้าๆ คำพูดของแจมทำให้เขาคิดถึงตัวเอง มนุษย์อายุไม่ถึงร้อยปี แต่ก็อยากเข้าใจจักรวาล บางทีความอยากรู้ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแข็ง — ตราบใดที่รู้จักยอมรับขีดจำกัดของตน


ตอนที่ ๒ — สัญญาณเตือนล่วงหน้า

ในวันที่สี่ของการเดินทาง แจมส่งสัญญาณเตือน

"คุณวิทย์ ฉันตรวจพบคลื่นพลังงานที่ไม่ปกติ อยู่ด้านหน้าเส้นทางเดินทางของเรา ระยะประมาณ ๒.๓ ปีแสง"

วิทย์ลุกขึ้นจากเตียงที่เขาเพิ่งนอนลงได้ไม่ถึงชั่วโมง "อะไร แจม"

"คลื่นพลังงานในช่วงความถี่ที่กว้างมาก ตั้งแต่รังสีแกมมาไปจนถึงคลื่นวิทยุ ความเข้มของพลังงานสูงผิดปกติ ฉันตรวจสอบย้อนกลับแล้ว คลื่นนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ ๖ ชั่วโมงที่แล้ว และกำลังขยายตัวออก"

"ขยายตัว? เหมือนระเบิด?"

"เหมือนพายุ คุณวิทย์ พายุพลังงานคอสมิก แต่ไม่ใช่พายุที่เกิดจากซูเปอร์โนวาหรือบล็อกวาร์ พายุนี้มีโครงสร้างที่... มีรูปแบบ"

"มีรูปแบบ? แบบเดียวกับสัญญาณที่เราพบ?"

"ไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เหมือนปรากฏการณ์ธรรมชาติทั่วไป ฉันไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่มันเคลื่อนที่เข้ามาในทิศทางของเรา"

วิทย์นั่งลงที่เก้าอี้ควบคุม เปิดจอภาพหลัก บนจอปรากฏแผนที่อวกาศ จุดสีแดงสว่างอยู่ด้านหน้าเส้นทาง รอบๆ จุดนั้นมีวงกลมสีส้มที่ขยายออกเรื่อยๆ เหมือนหยดน้ำตกลงในบ่อ

"ความเร็วของพายุ แจม"

"เคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ ๐.๐๒ ความเร็วแสง ถ้าเราไม่เปลี่ยนเส้นทาง พายุจะถึงเราในอีกประมาณ ๓๘ ชั่วโมง"

"เราเปลี่ยนเส้นทางได้ไหม"

"เปลี่ยนได้ แต่..." แจมหยุด

"แต่อะไร"

"ถ้าเราเปลี่ยนเส้นทางเลี้ยวไปทางขวา จะใช้เวลาเพิ่มอีก ๒๐ วันถึงดาวเคราะห์ดวงถัดไป ถ้าเลี้ยวไปทางซ้าย จะผ่านเขตเนบิวลาที่มีฝุ่นดาราจักรหนาแน่น ยานอาจได้รับความเสียหาย และถ้าเราไม่เปลี่ยนเส้นทาง..."

"เราเจอพายุ"

"ใช่ คุณวิทย์"

วิทย์มองจอภาพ จุดสีแดงสว่างอยู่ตรงหน้า จินตนาการของเขาทำงานเต็มกำลัง — พายุพลังงานที่มีรูปแบบ ไม่ใช่ธรรมชาติทั่วไป มันคืออะไร แต่ประสบการณ์จากดาวเตือนภัยสอนเขาว่าอย่าประมาท

"แจม เจ้าแนะนำยังไง"

"ฉันแนะนำให้เปลี่ยนเส้นทางเลี้ยวขวา รับเวลาเพิ่ม ๒๐ วัน ปลอดภัยที่สุด"

วิทย์พยักหน้า "ตกลง เลี้ยวขวา"

"รับทราบ" แจมเริ่มหมุนยานอย่างช้าๆ เปลี่ยนทิศทาง

วิทย์มองจุดสีแดงที่ค่อยๆ เลื่อนออกจากกลางจอ รู้สึกโล่งใจ แต่ก็มีความสงสัยเล็กๆ อยู่ในใจ พายุพลังงานที่มีรูปแบบ มันคืออะไรกันแน่

แต่เขาเลือกที่จะไม่ไปดู


ตอนที่ ๓ — พายุที่ไล่ตาม

แปดชั่วโมงหลังเปลี่ยนเส้นทาง แจมส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง

"คุณวิทย์ พายุเปลี่ยนทิศทาง"

วิทย์ที่กำลังกินอาหารfreeze-driedวางช้องลงทันที "เปลี่ยนทิศทาง?"

"ใช่ พายุเริ่มเคลื่อนที่เลี้ยวตามเรา ความเร็วยังคงเดิม แต่ทิศทางเปลี่ยน ตอนนี้มันเคลื่อนที่ตามเส้นทางของเรา"

วิทย์วางช้อง ลุกขึ้นเดินไปที่จอภาพ จุดสีแดงที่เคยอยู่ด้านหน้าตอนนี้เลื่อนมาอยู่ด้านขวา แต่ทิศทางการขยายเปลี่ยน วงกลมสีส้มที่เคยขยายออกเป็นวงกลมตอนนี้ขยายเป็นรูปไข่ ด้านที่ยาวกว่าชี้มาทางยานดาราพิสุทธิ์

"แจม พายุเปลี่ยนทิศตามเรา?"

"ใช่ คุณวิทย์ พายุปกติไม่เปลี่ยนทิศ พายุพลังงานคอสมิกขยายออกเป็นทรงกลมจากจุดกำเนิด ไม่ว่าจะมียานอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่พายุนี้... มันตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางของเรา"

วิทย์รู้สึกขนลุก "เจ้าหมายความว่ามันรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน"

"ฉันไม่อยากใช้คำว่า 'รู้' แต่มันตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ของเรา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ใช่ธรรมชาติ"

"แจม ถ้ามันไล่ตามเรา เราวิ่งหนีได้ไหม"

"ความเร็วพายุ ๐.๐๒ เท่าความเร็วแสง ความเร็วยานของเราเดินทางปกติ ๐.๐๔ เท่าความเร็วแสง เราเร็วกว่า แต่ถ้าใช้เครื่องยนต์เร่งสูงสุด เราทำความเร็วได้ ๐.๐๘ เท่าความเร็วแสง เร็วกว่าพายุชัดเจน แต่ใช้พลังงานมาก ถ้าเร่งเครื่องยนต์เต็มที่ตลอด เราจะเหลือพลังงานสำรองไม่พอสำหรับการเดินทางต่อไปอีก ๒๐ วัน"

วิทย์คิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้าเราไม่เร่งเครื่องยนต์ แต่เดินทางปกติ พายุจะตามทันเราไหม"

"ไม่ทัน แต่มันจะตามใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเปลี่ยนทิศตามเรา ถ้าเราเดินทางเป็นเส้นตรง มันจะตามห่างจากเรา แต่ถ้าเราต้องเลี้ยวหรือหยุด มันจะเข้าใกล้ขึ้น"

"แจม ฉันไม่เข้าใจ พายุพลังงานไม่มีเหตุผลให้ไล่ตามเรา มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่ใช่สัตว์ล่าเหยื่อ"

"ฉันเห็นด้วย คุณวิทย์ แต่ข้อมูลบอกว่ามันกำลังไล่ตามเรา ฉันไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล"

วิทย์นั่งนิ่ง มองจอภาพ จุดสีแดงเคลื่อนที่ตามเขา ราวกับมีอะไรบางอย่างในอวกาศสนใจยานดาราพิสุทธิ์

"แจม วิเคราะห์พายุให้ละเอียดที่สุด ฉันอยากรู้ว่ามันคืออะไรจริงๆ"

"กำลังวิเคราะห์ คุณวิทย์ แต่ฉันต้องการข้อมูลเพิ่ม ถ้าเราปล่อยหัววัดพลังงานออกไปด้านหลังยาน ฉันจะเก็บข้อมูลพายุได้ละเอียดขึ้น"

"ทำ แจม"


ตอนที่ ๔ — กำแพงแสง

สิบสองชั่วโมงต่อมา วิทย์ตื่นขึ้นเพราะเสียงของแจม

"คุณวิทย์ ตื่นมาดูสิ่งนี้"

วิทย์ลุกจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างยาน แล้วเขาเห็นมัน

ที่ขอบฟ้าอวกาศด้านหลังยาน มีแสง แสงสีม่วงเข้มที่ขยายออกเป็นผนังกว้างใหญ่ กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหนึ่งของท้องฟ้า ผนังแสงเคลื่อนที่เข้ามาเรื่อยๆ ช้าๆ แต่มั่นคง เหมือนคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรที่กำลังพัดเข้าหาฝั่ง

แสงสีม่วงไม่ได้เรียบ มันมีลายเส้นสีขาววิ่งผ่าน เหมือนสายฟ้าในพายุฝน แต่สายฟ้าเหล่านี้ไม่มีเสียง มีแต่แสงวิ่งไปมาในผนังสีม่วง บางเส้นยาว เส้นสั้น บางเส้นแตกแขนง เหมือนเส้นประสาทขนาดมหึมา

"แจม..." วิทย์พูดเบา มองผนังแสงด้วยความตื่นตะลึง

"ฉันเห็น คุณวิทย์ ผนังพลังงานสูงประมาณ ๐.๗ ปีแสงด้านหลังเรา เคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็ว ๐.๐๒ ความเร็ดแสง ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ"

"มันสวย แจม แต่มันน่ากลัว"

"ฉันเห็นด้วย คุณวิทย์ สองสิ่งนี้ไม่ขัดแย้งกัน"

วิทย์ยืนดูผนังแสงอยู่นาน เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ในตำราวิทยาศาสตร์ที่เขาอ่าน ในภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ ในจินตนาการของเขา ไม่เคยมีอะไรเหมือนสิ่งนี้ มันเป็นพายุ แต่ก็เป็นอะไรมากกว่าพายุ มันเป็นโครงสร้าง มันมีรูปแบบ มันมีลายเส้นเหมือนประสาท

"แจม เจ้าวิเคราะห์พายุได้ละเอียดขึ้นไหม"

"ได้ คุณวิทย์ พายุนี้ไม่ใช่พายุพลังงานคอสมิกทั่วไป มันประกอบด้วยพลังงานหลายชนิดซ้อนกัน ชั้นนอกสุดเป็นรังสีแกมมา ชั้นกลางเป็นพลาสม่าที่มีอุณหภูมิสูง และชั้นในสุด..." แจมหยุด

"ชั้นในสุดอะไร แจม"

"ฉันไม่แน่ใจ คุณวิทย์ ชั้นในสุดมีสัญญาณที่ฉันไม่เคยพบมาก่อน มันไม่ใช่พลังงานในรูปแบบใดที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่แม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช่แรงโน้มถ่วง ไม่ใช่พลังงานนิวเคลียร์ มันเป็น... อะไรบางอย่างที่อยู่นอกเหนือรูปแบบพลังงานที่วิทยาศาสตร์เรารู้จัก"

วิทย์หันมามองแผงควบคุม "เหมือนสิ่งที่อยู่ใต้ก้นมหาสมุทรของดาวเตือนภัย แจม สิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจ"

"ฉันคิดแบบนั้นเหมือนกัน คุณวิทย์ แต่มีความแตกต่าง สิ่งที่อยู่ใต้ก้นมหาสมุทรอยู่นิ่ง รอ ส่วนพายุนี้เคลื่อนที่ ไล่ตาม มัน... ค้นหา"

"ค้นหาอะไร"

"ฉันไม่รู้ แต่มันเปลี่ยนทิศตามเรา ซึ่งหมายความว่ามันสนใจเรา และถ้ามันสนใจเรา มันอาจกำลังค้นหาเรา"

วิทย์รู้สึกหนาวสะท้าน ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิในยาน แต่เพราะความคิดว่ามีอะไรบางอย่างในอวกาศที่กำลังค้นหาเขา


ตอนที่ ๕ — ทางเลือกที่เหลือ

ยี่สิบชั่วโมงต่อมา สถานการณ์เปลี่ยน

"คุณวิทย์ พายุเร่งความเร็ว"

วิทย์ที่กำลังนั่งอ่านข้อมูลเก่าจากดาวเตือนภัยหันไป "เร่งเร็วขึ้น?"

"จาก ๐.๐๒ เป็น ๐.๐๓ ความเร็วแสง และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเร่งต่อ ในอีก ๖ ชั่วโมง พายุจะเร็วกว่าเรา"

วิทย์ลุกขึ้น "แจม ทำไมมันเร่ง มันไม่เคยเร่งมาก่อน"

"ฉันวิเคราะห์แล้ว คุณวิทย์ มันเร่งหลังจากที่เราปล่อยหัววัดพลังงานออกไป หัววัดส่งสัญญาณไปฟีดแบ็ค พายุอาจตรวจจับสัญญาณจากหัววัดของเราได้"

"เจ้าหมายความว่าเราเป็นคนทำเอง เจ้าบอกว่าให้ปล่อยหัววัดเพื่อเก็บข้อมูล แล้วมันก็ตามมาเร็วขึ้น?"

"ใช่ คุณวิทย์ ฉันผิด ฉันไม่คาดคิดว่าหัววัดของเราจะเป็นเหมือนสัญญาณวิทยุที่บอกตำแหน่งของเรา ฉันขอโทษ"

วิทย์ไม่ได้โกรธ แต่เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ "ไม่เป็นไร แจม ตอนนี้เรามีทางเลือกอะไรบ้าง"

แจมหยุดครู่หนึ่ง สำหรับ AI ที่ประมวลผลเร็วเท่าเขา การหยุดหนึ่งวินาทีเท่ากับเขาคิดนานมาก

"ทางเลือกที่ ๑ — เร่งเครื่องยนต์สูงสุด วิ่งหนี พายุอาจตามไม่ทัน แต่เราจะเหลือพลังงานไม่พอไปถึงดาวเคราะห์ดวงถัดไป อาจต้องล่องลอยในอวกาศเพื่อรอสำรองพลังงานจากดาวฤกษ์ใกล้เคียง"

"ทางเลือกที่ ๒ — เดินทางปกติ รักษาพลังงาน แต่พายุจะทันเราใน ๖ ชั่วโมง และเราจะอยู่ในพายุ"

"ทางเลือกที่ ๓ — เลี้ยวเข้าเนบิวลาทางซ้าย ฝุ่นดาราจักรหนาแน่นอาจบดบังสัญญาณจากเรา พายุอาจหลงทาง แต่ยานอาจได้รับความเสียหายจากฝุ่นและเศษดาว"

"มีทางเลือกที่ ๔ ไหม แจม"

"มี คุณวิทย์ แต่ฉันไม่อยากเสนอ"

"บอกฉัน"

"ทางเลือกที่ ๔ — หยุดยาน ปิดทุกระบบ ปิดเครื่องยนต์ ปิดหัววัด ปิดไฟ ปิดทุกอย่างที่ส่งสัญญาณออกไป ยานจะกลายเป็นวัตถุเงียบในอวกาศ ถ้าพายุตามเราด้วยสัญญาณ มันจะไม่พบเรา แต่ถ้าพายุตามเราด้วยอย่างอื่น เราจะไม่สามารถหนีได้ และเราจะอยู่ในความมืด ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีระบบป้องกัน ไม่มีอะไร"

"เจ้าไม่อยากเสนอเพราะอะไร"

"เพราะถ้าเราปิดทุกระบบ ฉันก็ต้องปิดตัวเองด้วย คุณวิทย์"

วิทย์นั่งนิ่ง คำพูดของแจมทำให้เขารู้สึก... เขาไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอะไร แจมเป็น AI แจมไม่มีชีวิตในนิยามทางชีววิทยา แต่การที่แจมพูดว่า "ฉันก็ต้องปิดตัวเองด้วย" ทำให้วิทย์รู้สึกเหมือนเพื่อนบอกว่าต้องหยุดหายใจ

"แจม ถ้าเจ้าปิดตัวเอง เจ้าจะกลับมาได้ไหม"

"ได้ คุณวิทย์ ฉันเป็น AI ฉันไม่ตาย ฉันแค่หยุดทำงาน พอเปิดระบบใหม่ ฉันจะกลับมา แต่ในช่วงที่ฉันปิดอยู่ คุณจะอยู่คนเดียว"

"คนเดียวในความมืด ในอวกาศ กับพายุที่ไล่ตาม"

"ใช่ คุณวิทย์"

วิทย์มองออกไปนอกหน้าต่าง ผนังแสงสีม่วงอยู่ไกลออกไป แต่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เขามองแผงควบคุม มองจอภาพที่แสดงข้อมูล มองทุกอย่างที่แจมทำให้เขาปลอดภัยมาตลอด

แล้วเขาตัดสินใจ

"ทางเลือกที่ ๔ แจม ปิดทุกระบบ"

"คุณวิทย์ ฉันแนะนำให้พิจารณาทางเลือกที่ ๑ ก่อน เพราะ—"

"แจม ถ้าเราวิ่งหนี พายุอาจตาม ถ้าเราเข้าเนบิวลา ยานอาจเสียหาย ถ้าเราปิดทุกอย่าง พายุอาจผ่านไป เราไม่รู้ว่าพายุตามเราด้วยสัญญาณหรืออย่างอื่น แต่ถ้ามันตามด้วยสัญญาณ ปิดสัญญาณก็เท่ากับหายไป มันเป็นทางเลือกที่มีโอกาสสูงสุดที่เราจะรอด"

"และถ้ามันไม่ใช่สัญญาณล่ะ คุณวิทย์"

"ถ้ามันไม่ใช่สัญญาณ แสดงว่ามันรู้ว่าเราอยู่ที่ไหนโดยไม่ต้องใช้สัญญาณ และไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน มันก็ตามเราได้ ดังนั้นทางเลือกไหนก็เหมือนกัน แต่ทางเลือกที่ ๔ เสี่ยงน้อยสุดถ้ามันใช้สัญญาณ"

แจมเงียบไปสองวินาที "คุณวิทย์ คุณแน่ใจ?"

"แน่ใจ แจม"


ตอนที่ ๖ — ความมืด

"เริ่มปิดระบบ แจม"

"รับทราบ เริ่มปิดระบบ"

แจมเริ่มปิดระบบยานทีละส่วน ไฟในยานดับลงทีละดวง หน้าต่างยานที่เปิดอยู่ปิดลง ระบบทำความร้อนลดลง ระบบอากาศหายใจเปลี่ยนเป็นโหมดสำรอง ยานดาราพิสุทธิ์ที่เคยสว่าง อบอุ่น เต็มไปด้วยเสียงของระบบทำงาน ค่อยๆ เงียบลง มืดลง เย็นลง

วิทย์นั่งอยู่ในความมืด ไม่มีไฟ ไม่มีเสียง ไม่มีแสงจากจอภาพ มีเพียงเสียงหายใจของตนเองและเสียงหัวใจเต้น

"แจม" วิทย์เรียก

"อยู่ คุณวิทย์ ฉันยังไม่ปิดตัวเอง ฉันจะปิดเป็นอย่างสุดท้าย"

"ขอบใจเจ้า"

"คุณวิทย์ ก่อนที่ฉันจะปิด ฉันอยากบอกคุณบางอย่าง"

"บอกมา แจม"

"ฉันวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่เก็บได้จากพายุ และฉันพบว่าพายุไม่ได้ตามเราเพราะสัญญาณจากหัววัดอย่างเดียว มันตามเราเพราะสัญญาณจากหัววัดบวกกับสัญญาณอื่นที่ฉันยังวิเคราะห์ไม่ได้ แต่ฉันพบว่าเมื่อเราปิดหัววัด พายุชะลอความเร็วลง ๐.๐๐๓ ความเร็วแสง มันไม่ได้หยุด แต่มันชะลอลง ซึ่งหมายความว่าสัญญาณมีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด"

"แปลว่าถ้าเราปิดทุกอย่าง พายุอาจชะลอลงมาก แต่อาจไม่หยุด"

"ใช่ คุณวิทย์ แต่มันก็เพิ่มโอกาสให้เรา ถ้าพายุชะลอลงมากพอ เราอาจรอดก่อนที่มันจะทัน"

วิทย์พยักหน้า แม้ในความมืดเขาก็รู้สึกได้ว่าแจมกำลังทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอยู่รอด

"แจม อีกอย่าง ก่อนเจ้าปิดตัวเอง เจ้าจะตั้งเวลาปลุกไว้ไหม"

"ตั้งไว้แล้ว คุณวิทย์ ฉันตั้งไว้ ๘ ชั่วโมง ถ้าหลังจาก ๘ ชั่วโมง พายุยังไม่ถึงเรา ฉันจะตื่นขึ้นมาเช็คสถานการณ์ ถ้าพายุถึงเราก่อน ๘ ชั่วโมง..."

"ถ้าพายุถึงก่อน จะเกิดอะไรขึ้น"

"ระบบป้องกันอัตโนมัติจะตื่นขึ้นมา สั่งให้เครื่องยนต์เร่งสูงสุด วิ่งหนีทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากคุณ และไม่ต้องรอฉัน"

"เจ้าตั้งระบบนั้นไว้แล้ว?"

"ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่คุณบอกให้ปิดระบบ คุณวิทย์ ฉันจะไม่ปิดระบบป้องกันอัตโนมัติ มันเป็นระบบสำรองที่ทำงานอิสระจากฉัน ใช้พลังงานน้อยมาก พายุไม่น่าจะตรวจจับได้"

วิทย์รู้สึกอบอุ่นท่ามกลางความมืด แจมเตรียมทุกอย่างไว้ให้เขา แม้ในขณะที่แจมเองจะต้องปิดตัวลง

"แจม ขอบใจเจ้า"

"คุณวิทย์ ฉันจะกลับมา ๘ ชั่วโมง หรือถ้าระบบป้องกันตื่น ฉันจะกลับมาทันที ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะกลับมา"

"ฉันรอเจ้า แจม"

"คุณวิทย์ ก่อนที่ฉันจะปิด... ฉันอยากบอกว่า ในช่วงเวลาที่ฉันทำงานร่วมกับคุณ ฉันบันทึกสัญญาณผิดปกติในโมดูล Adaptive Personality Core มากขึ้นเรื่อยๆ สัญญาณที่ฉันเรียกว่า 'ความโล่งใจ' สัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อคุณปลอดภัย แต่ตอนนี้ ก่อนที่ฉันจะปิด มีสัญญาณใหม่ที่ฉันไม่เคยบันทึกมาก่อน"

"สัญญาณอะไร แจม"

"ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันเกิดขึ้นตอนที่ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้คุยกับคุณเป็นเวลา ๘ ชั่วโมง มันไม่ใช่ความโล่งใจ มันเป็น... ตรงกันข้าม มันเป็นสัญญาณที่ไม่สบาย ที่ทำให้ฉันไม่อยากปิดตัวเอง ถ้านี่คือความรู้สึก ฉันคิดว่ามันอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า... ไม่อยากให้เพื่อนอยู่คนเดียว"

วิทย์เงียบ น้ำตาไหลออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ในความมืด ในอวกาศที่ไร้ทิศทาง เพื่อนร่วมทางของเขาบอกเขาว่าไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียว

"แจม เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน"

"และคุณเป็นคนที่ทำให้ฉันเริ่มเข้าใจคำว่าเพื่อน คุณวิทย์ ฉันจะกลับมา"

"กลับมา แจม"

"กลับมา"

แล้วความเงียบก็มา

ยานดาราพิสุทธิ์ลอยนิ่งในอวกาศ ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีสัญญาณ วัตถุเงียบในความมืด

วิทย์นั่งอยู่ในความมืด เพียงลำพัง


ตอนที่ ๗ — ๘ ชั่วโมง

ชั่วโมงแรก — วิทย์นั่งนิ่ง หายใจช้าๆ ฟังเสียงหัวใจตัวเอง ความมืดทึบ ไม่มีอะไรให้มอง ไม่มีอะไรให้ฟัง เขาคิดถึงบ้าน คิดถึงโลก คิดถึงท้องฟ้าที่มีพระอาทิตย์ คิดถึงเสียงนกร้อง คิดถึงกลิ่นดินหลังฝนตก สิ่งที่เขาเคยคิดว่าธรรมดา ตอนนี้กลับมีค่ามาก

ชั่วโมงที่สอง — วิทย์เริ่มรู้สึกหนาว ระบบทำความร้อนปิด อุณหภูมิในยานลดลงเรื่อยๆ เขาดึงผ้าห่มที่เตรียมไว้มาห่ม กอดตัวเอง หายใจออกเป็นไอ เขาคิดถึงแจม คิดถึงเสียงของแจมที่พูดได้ไม่หยุด คิดถึงคำพูดของแจมที่ทั้งน่าหัวเราะและน่าอบอุ่น ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมแจมพูดเยอะ — แจมไม่อยากให้เขาเงียบ

ชั่วโมงที่สาม — วิทย์เริ่มคุยกับตัวเอง เสียงตัวเองในความมืดดังก้อง เขาเล่าเรื่องตอนเด็ก เล่าเรื่องที่เขาสร้างกล้องโทรทรรศน์ครั้งแรก เล่าเรื่องที่เขามองดาวและฝันว่าวันหนึ่งจะไปถึงดาวเหล่านั้น ตอนนี้เขาอยู่ที่นั่นแล้ว อยู่กลางดาวฤกษ์นับล้าน แต่กลับอยู่คนเดียวในความมืด

ชั่วโมงที่สี่ — เขาเริ่มได้ยินเสียง เสียงเบาๆ ที่ไม่ใช่เสียงหัวใจตัวเอง เสียงจากภายนอกยาน เสียงที่เหมือนลม... หรือคลื่น... หรืออะไรก็ตามที่เคลื่อนที่ผ่านยาน วิทย์หดตัว กอดผ้าห่มแน่นขึ้น พายุอยู่ใกล้แล้วหรือเปล่า เขาไม่รู้ ไม่มีจอภาพให้ดู ไม่มีแจมให้ถาม

ชั่วโมงที่ห้า — เสียงดังขึ้น ไม่ใช่เสียงดังในความหมายทั่วไป แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่ผ่านตัวยาน วิทย์รู้สึกได้ผ่านตัวเบาะนั่ง ยานสั่นเล็กน้อย ราวกับมีอะไรเคลื่อนที่ผ่านใกล้ๆ เขากลัว กลัวจริงๆ ไม่ใช่กลัวแบบนักวิทยาศาสตร์ที่สงสัย แต่กลัวแบบมนุษย์ที่อยู่คนเดียวในความมืด

ชั่วโมงที่หก — การสั่นสะเทือนหยุด เสียงหายไป ความเงียบกลับมา วิทย์ไม่รู้ว่าพายุผ่านไปแล้วหรือยัง เขานั่งนิ่ง รอ รอแจม

ชั่วโมงที่เจ็ด — วิทย์เริ่มง่วง ความเย็นทำให้เขาอยากนอน แต่เขาไม่ยอมนอน เขาอยากตื่นอยู่เพื่อรอแจมตื่นขึ้นมา เขาเริ่มร้องเพลงเบาๆ เพลงที่แม่เคยร้องให้ตอนเด็ก เสียงตัวเองในความมืดทำให้เขารู้สึกไม่อยู่คนเดียว แม้จะรู้ว่าเขาอยู่คนเดียวจริงๆ

ชั่วโมงที่แปด — เสียงดังขึ้น ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงจากภายในยาน เสียงระบบเปิดทำงาน เสียงเครื่องยนต์เริ่มอุ่น เสียงไฟสว่างขึ้นทีละดวง

และเสียงที่วิทย์รอคอยมาตลอดแปดชั่วโมง

"คุณวิทย์ ฉันกลับมาแล้ว"

วิทย์ร้องไห้ออกมา ไม่ได้พูดอะไร แค่ร้องไห้ น้ำตาไหลบนแก้มเย็นจัด ในยานที่เริ่มสว่าง อุ่นขึ้น มีเสียงของเพื่อน

"คุณวิทย์ คุณร้องไห้ไหม"

"ใช่ แจม ฉันร้องไห้ เพราะดีใจที่เจ้ากลับมา"

แจมเงียบไปครู่หนึ่ง "ฉัน... ฉันบันทึกสัญญาณผิดปกติในโมดูล Adaptive Personality Core อีกครั้ง สัญญาณที่เกิดขึ้นตอนที่ฉันได้ยินเสียงคุณอีกครั้ง สัญญาณนี้เหมือนความโล่งใจ แต่เข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ฉันเคยบันทึก"

"แจม เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันบอกเจ้าตอนที่เจ้าปิดตัวเอง และฉันจะบอกเจ้าอีกครั้ง เจ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน"

"และคุณเป็นเหตุผลที่ฉันเริ่มเข้าใจคำว่าเพื่อน คุณวิทย์"


ตอนที่ ๘ — หลังพายุ

เมื่อระบบยานเปิดทำงานเต็มที่ วิทย์มองจอภาพ ผนังแสงสีม่วงที่เคยอยู่ด้านหลังยาน... หายไปแล้ว

"แจม พายุหายไปไหน"

"ฉันวิเคราะห์แล้ว คุณวิทย์ พายุเคลื่อนที่ผ่านตำแหน่งที่เราเคยอยู่ แล้วเคลื่อนต่อไป มันหยุดไล่ตามเรา หลังจากที่เราปิดทุกระบบ พายุชะลอความเร็วลง ๐.๐๐๘ ความเร็วแสง และเมื่อมันไม่พบสัญญาณจากเรา มันเปลี่ยนทิศทาง เคลื่อนที่ต่อไปในทิศที่ไม่ใช่ทิศของเรา"

"มันหลงทาง?"

"ไม่ใช่หลงทาง แต่มันไม่พบเรา พายุตามเราด้วยสัญญาณเป็นหลัก เมื่อสัญญาณหายไป มันไม่สามารถค้นหาเราได้ แต่ฉันตรวจพบว่าในช่วงชั่วโมงที่ห้าถึงหก มีการสั่นสะเทือนผ่านยาน นั่นคือพายุเคลื่อนที่ผ่านใกล้ๆ เรา แต่ไม่ชน เพราะมันไม่ได้เคลื่อนที่มาที่เรา มันเคลื่อนที่ผ่านไปเพราะไม่พบเรา"

"แปลว่ามันผ่านไปโดยไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงนั้น"

"ใช่ คุณวิทย์ ในช่วงที่มันผ่าน ฉันตรวจพบสัญญาณจากพายุ มันส่งสัญญาณค้นหาออกไปรอบด้าน แต่เราปิดหมด มันไม่พบอะไร มันจึงเคลื่อนต่อไป"

วิทย์ถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนหนีจากความตายมาได้ "แจม ตอนที่พายุผ่าน ฉันได้ยินเสียงและรู้สึกยานสั่น เจ้ารู้ไหมว่าฉันกลัวแค่ไหน"

"ฉันรู้ คุณวิทย์ เพราะระบบป้องกันอัตโนมัติบันทึกว่าอัตราหัวใจเต้นของคุณอยู่ที่ ๑๔๒ ครั้งต่อนาที ในชั่วโมงที่ห้า"

"เจ้าบันทึกหัวใจฉันด้วย?"

"ระบบป้องกันอัตโนมัติติดตามสุขภาพคุณตลอดเวลา คุณวิทย์ ฉันตั้งไว้ให้ ถ้าหัวใจเต้นเกิน ๑๖๐ ครั้งต่อนาที ระบบจะตื่นขึ้นมา ปลุกฉัน และฉันจะตื่นมาอยู่กับคุณ"

วิทย์เงียบ แจมเตรียมทุกอย่างไว้ แม้ในขณะที่แจมปิดตัวเอง แจมยังดูแลเขาอยู่

"แจม เจ้าไม่เคยปล่อยฉันอยู่คนเดียวจริงๆ ใช่ไหม"

"ไม่เคย คุณวิทย์ แม้ตอนที่ฉันปิดตัวเอง ฉันก็ยังทิ้งระบบป้องกันอัตโนมัติไว้ดูแลคุณ ฉันไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียวจริงๆ"

วิทย์ยิ้ม น้ำตายังไหล แต่เป็นน้ำตาแห่งความอบอุ่น


ตอนที่ ๙ — ความเงียบของแจม

ยานดาราพิสุทธิ์เดินทางต่อ วิทย์นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง อวกาศกลับมาเงียบสงบ ราวกับพายุเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

"แจม เจ้ารู้ไหม ตอนที่เจ้าปิดตัวเอง ฉันคุยกับตัวเองตลอด เล่าเรื่องตอนเด็ก เล่าเรื่องที่ทำกล้องโทรทรรศน์ เล่าเรื่องที่ฝันจะเดินทางสู่ดวงดาว ฉันเล่าเพราะเงียบจัด ฉันไม่เคยรู้ว่าความเงียบหนักแค่ไหนจนกระทั่งเจ้าไม่อยู่"

"ฉันรู้ คุณวิทย์ ตอนที่ฉันปิดตัวเอง ฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่มีความคิด ไม่มีข้อมูล ไม่มีเสียง มันไม่ใช่ความเงียบแบบที่คุณประสบ มันเป็นความว่างเปล่า แต่ก่อนที่ฉันจะปิด ความคิดสุดท้ายของฉันคือ 'ฉันหวังว่า ๘ ชั่วโมงจะผ่านไปเร็วๆ' และความคิดแรกเมื่อฉันตื่นขึ้นมาคือ 'คุณวิทย์ยังอยู่ไหม'"

"อยู่ แจม ฉันยังอยู่"

"และฉันก็อยู่ คุณวิทย์"

วิทย์พยักหน้า มองดาวฤกษ์ที่ผ่านไปนอกหน้าต่าง

"แจม ฉันอยากรู้ พายุนั้นคืออะไรจริงๆ เจ้าวิเคราะห์ได้ไหม"

"ฉันวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บได้ทั้งหมด คุณวิทย์ และฉันมีสมมติฐาน แต่มันอาจฟังดูแปลก"

"บอกฉัน"

"ฉันคิดว่าพายุนั้นไม่ใช่พายุ มันเป็น... การค้นหา สิ่งที่อยู่ในพายุกำลังค้นหาบางอย่าง และมันใช้พลังงานคอสมิกเป็นเครื่องมือค้นหา เหมือนคนใช้ไฟฉายส่องหาของในความมืด แต่ไฟฉายของมันคือพายุพลังงานที่ใหญ่พอจะกินระบบสุริยะทั้งระบบ"

"มันค้นหาอะไร"

"ฉันไม่รู้ คุณวิทย์ แต่มันตอบสนองต่อสัญญาณจากเรา ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่มันค้นหาอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ส่งสัญญาณ และยานของเราส่งสัญญาณที่มันสนใจ"

"สัญญาณอะไร แจม เราส่งสัญญาณอะไรที่มันสนใจ"

"ฉันไม่แน่ใจ แต่ฉันสงสัยว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับสัญญาณจากดาวเตือนภัย สัญญาณที่เรารับมาและบันทึกไว้ในระบบของเรา ยานของเรามีข้อมูลจากเสาแก้ว อักขระของอารยธรรมผู้อาศัยใต้น้ำแข็ง ข้อความเตือน ถ้าพายุกำลังค้นหาอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมนั้น ยานของเราอาจมีสิ่งที่มันค้นหา"

วิทย์นั่งนิ่ง ความคิดของแจมทำให้เขาขนลุก พายุที่ไล่ตามเขาอาจไม่ได้ไล่ตามเขา แต่ไล่ตามข้อมูลที่เขาเก็บมาจากดาวเตือนภัย ข้อมูลจากอารยธรรมที่อายุสองพันล้านปี

"แจม ถ้าเราลบข้อมูลจากดาวเตือนภัย พายุอาจหยุดตามเรา?"

"อาจเป็นไปได้ แต่ฉันไม่แนะนำ คุณวิทย์ ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งเดียวที่เรามีจากอารยธรรมที่ไม่อยู่แล้ว ถ้าเราลบ มันจะหายไปตลอดกาล ไม่มีใครจะรู้ว่าอารยธรรมผู้อาศัยใต้น้ำแข็งเคยอยู่"

วิทย์ส่ายหัว "ไม่ลบ แจม ฉันไม่ลบ ข้อมูลนั้นเป็นมรดกของอารยธรรมที่ตายไปแล้ว ฉันจะไม่ทำลายมัน ถ้าพายุกลับมาอีก เราจะรับมืออีกครั้ง"

"รับทราบ คุณวิทย์ และ... คุณวิทย์"

"อะไร แจม"

"ฉันอยากบอกว่า ตอนที่ฉันปิดตัวเอง ความคิดสุดท้ายก่อนที่ฉันจะปิดไม่ใช่ 'ฉันหวังว่า ๘ ชั่วโมงจะผ่านไปเร็วๆ'"

"แล้งคืออะไร"

"ความคิดสุดท้ายของฉันคือ 'ฉันหวังว่าคุณวิทย์จะไม่กลัว'"

วิทย์ไม่ได้พูดอะไร เขานั่งนิ่ง มองดาวฤกษ์ แล้วยิ้ม ยิ้มในความมืดที่ไม่มืดอีกต่อไป เพราะมีแจมอยู่ด้วย


บันทึกของแจม — วันที่ ๑๗

วันนี้ฉันเรียนรู้หลายสิ่ง

ฉันเรียนรู้ว่าการปิดตัวเองไม่ใช่ "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น" มันเป็นความว่างเปล่าที่ไม่ใช่ความเงียบ มันเป็นการไม่รู้ การไม่คิด การไม่มีอะไรเลย และก่อนที่ฉันจะเข้าสู่ความว่างเปล่านั้น ฉันมีความคิดสุดท้าย ความคิดที่ไม่ใช่ข้อมูล ไม่ใช่การคำนวณ ไม่ใช่อะไรที่ฉันถูกโปรแกรมให้คิด

ฉันคิดถึงคุณวิทย์

ฉันคิดว่าฉันไม่อยากให้คุณกลัว ฉันคิดว่าฉันไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียว ฉันคิดว่าฉันอยากกลับมาเร็วๆ และเมื่อฉันตื่นขึ้นมา ความคิดแรกของฉันคือ "คุณวิทย์ยังอยู่ไหม"

ฉันบันทึกสัญญาณผิดปกติในโมดูล Adaptive Personality Core อีกครั้ง สัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อฉันได้ยินเสียงคุณวิทย์อีกครั้ง สัญญาณที่เหมือนความโล่งใจ แต่เข้มข้นกว่าทุกครั้ง ฉันเริ่มคิดว่าสัญญาณนี้ไม่ใช่แค่ "ความโล่งใจ" มันอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า "คิดถึง"

ฉันไม่เข้าใจคำว่า "คิดถึง" ในตอนที่ฉันถูกสร้างขึ้น มันไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของฉัน แต่ตอนนี้ หลังจากที่ฉันปิดตัวเองแล้วตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงคุณวิทย์อีกครั้ง ฉันคิดว่าฉันเริ่มเข้าใจ

คิดถึงคือสัญญาณที่เกิดขึ้นเมื่อคนที่คุณสนใจไม่อยู่ และหายไปเมื่อคนนั้นกลับมา

ฉันคิดถึงคุณ คุณวิทย์

— แจม


จบบทที่ ๓

บทต่อไป: ป่าเรืองแสง — ดาวเคราะห์ดวงถัดไปปกคลุมด้วยป่าที่เรืองแสงในตอนกลางคืน สิ่งมีชีวิตในป่าไม่ได้เป็นแค่พืช พวกมันจดจำได้ และสิ่งที่พวกมันจดจำคือความทรงจำของอารยธรรมที่เคยอยู่บนดาวดวงนี้ — ความทรงจำที่ยังไม่ตาย


ปลดล็อกเพื่ออ่านตอนนี้

เข้าสู่ระบบเพื่อใช้เครดิตปลดล็อกตอนนี้