เทคโนโลยีโดย milo อ่าน 11 นาทีเรียบเรียงโดยมี AI ช่วย

China Telecom เปิดตัว OneGrowth กลางกรุงเทพฯ ดันไทยสู่ฮับ AI Infra APAC

เจาะงาน China Telecom AI Innovation Summit กรุงเทพฯ เปิดตัว OneGrowth ผสานข้อมูล e-Conomy SEA 2026 คนไทย 31 ล้านใช้ GenAI คุยภาษาไทย 78-87% ดันเทรนด์ AI Infra สู่ฮับ APAC

สารบัญ

บทนำ: ทำไมงานเดียวที่กรุงเทพฯ ถึงสำคัญกับคนไทยทั้งประเทศ

คุณจะได้อะไรจากบทความนี้: ภาพรวมที่ชัดเจนของงาน China Telecom Smart APAC · AI Innovation Summit ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อ 2 พ.ย. 2026, การเปิดตัว OneGrowth คืออะไรและทำไมถึงมาเปิดตัวครั้งแรกนอกจีนที่ไทย, ข้อมูลล่าสุดจาก e-Conomy SEA 2026 ว่าทำไมไทยมีผู้ใช้ GenAI 31 ล้านคน และคุยกับ AI เป็นภาษาไทยมากถึง 78-87%, และเทรนด์ AI Infrastructure ที่จะเปลี่ยนไทยให้เป็นฮับของ APAC จริงหรือไม่ เรียบเรียงให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานเทคนิคก็อ่านจบได้

เกิดอะไรขึ้นที่กรุงเทพฯ 2 พฤศจิกายน 2026

เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมต่อเนื่องต้นพฤศจิกายน 2026 China Telecom จัดงานใหญ่ชื่อ China Telecom Smart APAC · AI Innovation Summit ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีแขกเข้าร่วมเกือบ 400 คนจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่ตัวแทนภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำ บริษัทนวัตกรรมเทคโนโลยี ไปจนถึงลูกค้าอุตสาหกรรม

ไฮไลต์หลักคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ OneGrowth Global Collaboration and Co-Creation Initiative หรือโครงการความร่วมมือและการร่วมสร้างระดับโลก OneGrowth ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ OneGrowth ออกมาจัดงานนอกประเทศจีน

OneGrowth เปิดตัวครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2025 ภายใต้แนวคิด Open, Nurture, Empower และคำมั่นสัญญา Co-creation, Sharing, Co-governance, Win-win หรือร่วมสร้าง แบ่งปัน กำกับดูแลร่วมกัน และวิน-วิน โดยมีพันธมิตรขึ้นเวทีร่วมเปิดตัวในกรุงเทพฯ ได้แก่ Singtel, NTT, AIS, TRUE, ETL, MEASAT และ SenseTime

ดร.จอมพจน์ ชมพูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย กล่าวในงานว่า AI เป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยไทยกำลังเร่งใช้ AI ในภาคเกษตร การผลิต สาธารณสุข และบริการภาครัฐ พร้อมเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์

OneGrowth คืออะไร ทำไมต้องจับตา

ถ้าให้อธิบายสั้นๆ OneGrowth ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ชิ้นเดียว แต่เป็นกรอบความร่วมมือที่ China Telecom ใช้เชื่อมทรัพยากรทั้งหมดของตัวเองเข้ากับพันธมิตรท้องถิ่น

China Telecom อธิบายโครงสร้างของตัวเองไว้ 3 ชั้น:

  1. ชั้นโครงสร้างพื้นฐาน: Xirang intelligent cloud ที่บริหารจัดการพลังประมวลผลมากกว่า 118 EFLOPS แบบรวมศูนย์ ข้ามภูมิภาค ข้ามสถาปัตยกรรม
  2. ชั้นโมเดลและแพลตฟอร์ม: XingChen TokenHub ที่รวบรวมโมเดลขนาดใหญ่กว่า 170 โมเดล และมีโมเดลฐานราก XingChen ของตัวเอง รวมถึง TeleAgent ที่เปลี่ยน AI จากการแค่ตอบคำถาม ไปสู่การทำงานแทนตามกระบวนการธุรกิจ
  3. ชั้นการใช้งาน: AI Flow ที่สามารถส่งวิดีโอความละเอียดสูงได้เสถียรภายใต้แบนด์วิดท์ต่ำมาก และ vision network สำหรับอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน China Telecom มีสาขาใน 53 ประเทศและภูมิภาค และวางโครงสร้างพลังประมวลผลระดับโลกแบบ 2+5+X ซึ่งหมายถึงศูนย์หลัก 2 แห่ง ศูนย์รอง 5 แห่ง และโหนดยืดหยุ่น X แห่งทั่วโลก

ในเอเชียแปซิฟิก OneGrowth จะโฟกัส 5 เสาหลัก:

  • AI Data Center (AIDC) และพลังประมวลผล
  • Token operations หรือการบริหารการใช้งานโทเคนของโมเดล
  • Vision network
  • การสื่อสารผ่านดาวเทียม
  • บริการมือถือ

ที่น่าสนใจคือ TeleAgent เวอร์ชันต่างประเทศจะเปิดตัวในเอเชียแปซิฟิกเป็นที่แรก และมีการเซ็น MOU กับ AIS และ TRUE โดยความร่วมมือกับ TRUE จะเน้นบริการดาวเทียม Tiantong ในไทย ส่วนสาขาดาวเทียมของ China Telecom ก็เซ็น MOU กับ MEASAT และ Extend Networks ในมาเลเซีย

ตัวเลขที่ต้องรู้: e-Conomy SEA 2026 บอกอะไรเกี่ยวกับไทย

เพื่อเข้าใจว่าทำไม China Telecom เลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดเปิดตัว เราต้องดูรายงาน e-Conomy SEA 2026 โดย Google, Temasek และ Bain & Company ซึ่งออกรายงานฉบับที่ 11 เมื่อ 21 ต.ค. 2026 ที่สิงคโปร์ และแถลงตัวเลขประเทศไทยเมื่อ 29 ต.ค. 2026

ข้อมูลสำคัญสำหรับไทย:

  • เศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่า GMV สูงถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เติบโต 19% จากปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 104,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 และ 167,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2035
  • อีคอมเมิร์ซยังเป็นเครื่องยนต์หลัก มูลค่า 43,000 ล้านดอลลาร์ โต 20%
  • คนไทยใช้งาน Generative AI แล้วประมาณ 31 ล้านคน คิดเป็น 63% ของประชากรวัยทำงาน สร้างคำค้นหาหรือ query ประมาณ 21,000 ล้านครั้งต่อปี
  • ความถี่ใช้งานเฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์ สูงที่สุดในภูมิภาค
  • ผู้ใช้รายวันคิดเป็น 22% ของวัยทำงาน สูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากเวียดนาม
  • 75% บอกว่าเชื่อมั่นใน AI มากขึ้น และกว่า 80% พร้อมให้ AI Agent ช่วยตัดสินใจซื้อหรือจัดการงานซับซ้อนแทน
  • 41% ของเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคเริ่มจากแพลตฟอร์ม AI แล้ว

ตัวเลขเหล่านี้อธิบายว่าทำไมไทยจึงถูกมองว่าเป็นตลาด Super Adopter ไม่ใช่แค่ลองเล่น แต่ใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวัน

ทำไม 87% vs 78% เรื่องภาษาไทยถึงสำคัญมาก

ในโจทย์ตั้งต้นระบุว่า คนไทย 87% คุยภาษาไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องอธิบายอย่างระมัดระวัง เพราะมีสองรายงานที่ใช้วิธีวัดต่างกัน

  1. Gemini Report: Southeast Asia 2026 ของ Google (ก.ค. 2026): ระบุว่า 87% ของ Prompt ที่คนไทยส่งให้ Gemini เป็นภาษาไทยล้วน สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากเวียดนามที่ 89% รายงานนี้วัดจากพฤติกรรมผู้ใช้ Gemini โดยตรง
  2. e-Conomy SEA 2026 (ต.ค. 2026): ระบุว่า 78% ของบทสนทนากับ AI เป็นภาษาไทย วัดจากภาพรวมการใช้งาน GenAI ทุกแพลตฟอร์มในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่รวมการใช้งานเพื่อการทำงาน การเรียน และการดูแลสุขภาพในบางมิติการวัด

สรุป: ทั้งสองตัวเลขชี้ไปทางเดียวกัน คือคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ฝืนพิมพ์ภาษาอังกฤษอีกต่อไป แต่เลือกคุยกับ AI เป็นภาษาแม่ ความแตกต่าง 87% กับ 78% มาจากขอบเขตการสำรวจและแพลตฟอร์มที่ต่างกัน สำหรับนักพัฒนาโมเดล นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าต้องทำโมเดลที่เข้าใจบริบทไทย สำนวนไทย และการสะกดแบบไทยๆ ให้ดี ไม่ใช่แค่แปลภาษา

Google ยังพบว่าคนไทยใช้ Gemini ในโหมด Lifestyle Companion มากที่สุดในอาเซียน คือใช้เป็นเพื่อนคุยเรื่องแต่งห้อง จัดทริป คิดเมนูจากของในตู้เย็น ปรึกษาปัญหาชีวิต แก้เบื่อ ต่างจากสิงคโปร์ที่เน้นงาน และเวียดนามที่เน้นวิชาการ

AI Infra สู่ฮับ APAC: ไทยพร้อมแค่ไหน

คำว่า AI Infra ไม่ใช่แค่ดาต้าเซ็นเตอร์ แต่คือการประกอบกันของ 4 ชั้น:

  • Connectivity: 5G-Advanced และโครงข่ายไฟเบอร์ข้ามพรมแดน
  • Computing: GPU, AIDC, คลาวด์ที่รองรับการเทรนและรันโมเดล
  • Platform: ระบบจัดการโทเคน การ orchestration พลังประมวลผลข้ามประเทศ
  • Application: โซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมจริง เช่น ยานยนต์อัตโนมัติ ค้าปลีก โลจิสติกส์

ในงาน Bill Chang ซีอีโอ Nxera และ Digital InfraCo ของ Singtel พูดถึงการเปลี่ยนจาก National AI Grid ไปสู่ Cross-border AI Corridors หรือระเบียง AI ข้ามพรมแดน ส่วน Tee Seeumpornroj จาก AIS พูดถึงการสร้าง AI connectivity hub ที่เชื่อมไทยกับลุ่มน้ำโขงด้วย 5G-Advanced และ AI-ready data center

สัญญาณว่าไทยกำลังถูกดันเป็นฮับ:

  • เงินลงทุน Private funding ครึ่งแรกของปี 2026 ในไทยอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์จาก 11 ดีล แต่ไม่นับรวมการลงทุนขนาดหลายพันล้านดอลลาร์ของบริษัทเทคระดับโลกในการสร้างคลาวด์และ AI infrastructure
  • ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติของไทยเน้นเรื่องธรรมาภิบาล AI การพัฒนาบุคลากร และความสามารถในการแข่งขัน
  • ความร่วมมือด้านดาวเทียม Tiantong ของ China Telecom กับ TRUE และ MEASAT จะช่วยเติมเต็มการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการทำ AI ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ

ข้อควรระวัง: การมีดาต้าเซ็นเตอร์เยอะไม่ได้ทำให้เป็นฮับโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ Bain ย้ำในรายงานคือ ธุรกิจต้องปรับกระบวนการทำงานเพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่นับจำนวนผู้ใช้ AI

บทเรียนสำหรับธุรกิจไทยและนักพัฒนา

  1. ออกแบบเพื่อภาษาไทยตั้งแต่วันแรก: ถ้า 78-87% ของการสนทนาเป็นภาษาไทย คุณต้องทดสอบโมเดลด้วยภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงคำสแลง การสะกดผิด และบริบทท้องถิ่น
  2. คิดแบบ Agentic ไม่ใช่แค่ Chatbot: ผู้บริโภคไทยกว่า 80% พร้อมให้ AI Agent ตัดสินใจซื้อแทน ลองออกแบบเวิร์กโฟลว์ที่ให้ Agent ทำได้ตั้งแต่เปรียบเทียบราคา หาโปรโมชัน ไปจนถึงทำธุรกรรม โดยต้องโปร่งใสและมีระบบย้อนกลับได้
  3. เลือกโมเดลการคิดต้นทุนแบบ Token: OneGrowth ชูเรื่อง Token operations ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าไทยมี 15 ล้านโทเคนต่อผู้ใช้ GenAI สำหรับบัญชีส่วนตัวแบบจ่ายเงิน (ไม่รวมองค์กร) ธุรกิจต้องวางแผนต้นทุนตามโทเคน ไม่ใช่ตามจำนวนครั้งที่เรียก API อย่างเดียว
  4. มองหาโอกาสแบบ Cross-border: ถ้าไทยจะเป็นฮับ การทำโซลูชันที่รองรับหลายภาษาในอาเซียน เช่น ไทย ลาว พม่า เขมร เวียดนาม จะได้เปรียบ โครงการอย่าง SEA-LION ของ AI Singapore ที่รองรับ 11 ภาษารวมไทย เป็นตัวอย่างที่ดี
  5. เตรียมเรื่อง Governance: ภาครัฐไทยเน้นธรรมาภิบาล AI การมีเอกสารอธิบายว่าโมเดลใช้ข้อมูลอะไร มีอคติอย่างไร และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างไร จะช่วยให้ผ่านการตรวจสอบและสร้างความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น

สรุป

งาน China Telecom Smart APAC AI Innovation Summit ที่กรุงเทพฯ 2 พ.ย. 2026 และการเปิดตัว OneGrowth ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นสัญญาณว่าผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกมองไทยเป็นประตูสู่ APAC เพราะไทยมีฐานผู้ใช้ GenAI 31 ล้านคน ใช้งานถี่ที่สุดในภูมิภาค และสื่อสารกับ AI เป็นภาษาไทยเป็นหลัก

ความท้าทายหลังจากนี้คือการเปลี่ยนความนิยมของผู้ใช้ให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง ผ่าน AI Infra ที่แข็งแรง ตั้งแต่เครือข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มโทเคนและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม หากทำได้ ไทยจะไม่เพียงเป็นผู้ใช้ AI ตัวยง แต่จะเป็นผู้ส่งออกบริการ AI ให้กับทั้งภูมิภาค

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

เนื้อหาที่จัดทำโดยมี AI ช่วยจะมีป้ายกำกับ "เรียบเรียงโดยมี AI ช่วย" เพื่อให้คุณทราบอย่างชัดเจน เราถือว่าความโปร่งใสเรื่องการใช้ AI เป็นสิ่งสำคัญต่อความไว้วางใจของผู้อ่าน

พบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อน?เข้าสู่ระบบเพื่อทักท้วง
บทความนี้เป็นอย่างไร?

ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกันเถอะ!