เมษายน 1966 — วันแรกบนเซอร์โป
ประตูยานเปิดออก และโลกเปลี่ยน
แสงที่ทะลุเข้ามาไม่เหมือนแสงใดๆ ที่มนุษย์เคยเห็น มันไม่ใช่แสงแดดยามเช้า ไม่ใช่แสงจันทร์ ไม่ใช่แสงไฟ มันเป็นแสงจากดวงอาทิตย์สองดวงที่ส่องลงมาพร้อมกัน ดวงเล็กสีส้มเรืองอยู่ทางทิศตะวันออก ดวงใหญ่สีเหลืองทองขึ้นจากทิศตะวันตก แสงทั้งสองผสมกันกลายเป็นสีม่วงอ่อนที่คลุมทุกอย่าง ท้องฟ้า พื้นดิน ภูเขา แม้แต่อากาศ
จอห์นก้าวลงจากยานเป็นคนแรก
เท้าของเขาสัมผัสพื้นดาวเซอร์โป มันไม่ใช่ทราย ไม่ใช่ดิน แต่เป็นพื้นผิวเรียบลื่นสีเทาอมน้ำตาล ราวกับหินที่ถูกขัดจนเงา แต่มีความอุ่นใต้ฝ่าเท้า อุ่นเกินกว่าปกติ เหมือนยืนอยู่บนหินที่อาบแสดแดดมาทั้งวัน
แรงโน้มถ่วงต่างจากโลก เบากว่า จอห์นรู้สึกได้ทันที ก้าวเท้าแต่ละก้าวเหมือนเดินบนพื้นที่ยืดหยุ่น ร่างกายเบาลอย แต่ไม่ถึงกับลอย แรงโน้มถ่วงของเซอร์โปอยู่ที่ประมาณห้าส่วนสี่ของโลก พอที่ทำให้ทุกอย่างดูเบา แต่ไม่พอที่ทำให้ลอย
เขายกมือบังตา แสงจ้าเกินกว่าจะมองเปลือยตา ดวงอาทิตย์ทั้งสองส่องแสงจากมุมต่างกัน ทำให้ไม่มีเงาเดียว ทุกวัตถุมีเงาสองเงา ซ้อนทับกัน มืดและจาง ราวกับโลกที่ถูกมองผ่านกระจกบานเบา
"แว่นกันแดด" เดวิดพูดจากด้านหลัง "ทุกคนใส่แว่นกันแดดทันที"
ทีมหยิบแว่นกันแดดพิเศษที่เตรียมมาจากโลก ใส่ก่อนก้าวลงจากยาน แว่นทำจากวัสดุกันรังสี มืดกว่าแว่นกันแดดทั่วไป แต่แม้ใส่แล้ว แสงยังจ้า แสงของสองดวงอาทิตย์ไม่ใช่สิ่งที่แว่นมนุษย์ออกแบบมารองรับ
ซาร่าก้าวลงจากยาน เธอมองท้องฟ้า สีม่วงอ่อนที่คลุมทุกอย่าง ไม่มีสีฟ้า ไม่มีสีคราม ท้องฟ้าของเซอร์โปเป็นสีม่วงตลอด ไม่มีขอบเขตระหว่างวันและค่ำ เพราะเมื่อดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งตก อีกดวงยังขึ้น และเมื่อทั้งสองตกพร้อมกัน ก็มีแสงจางๆ ที่กระจายอยู่ในอากาศ ทำให้ความมืดไม่เคยมืดสนิท
"ไม่มีความมืด" ซาร่าจดบันทึก "ดาวดวงนี้ไม่มีความมืด มนุษย์ที่ชินกับการนอนในที่มืด อาจไม่สามารถนอนหลับได้ นี่อาจเป็นปัญหาใหญ่"
ทิวทัศน์ของเซอร์โปไม่เหมือนโลก แต่ก็ไม่เหมือนดาวที่มนุษย์จินตนาการ
พื้นดินเรียบเกือบทั้งหมด ไม่มีต้นไม้สูง มีแต่พืชต่ำๆ สีน้ำตาลแดง คล้ายมอสส์ ปกคลุมพื้นในบางพื้นที่ ภูเขาอยู่ไกลออกไป สีเทาเข้ม รูปทรงมน ไม่มียอดแหลม ราวกับถูกกลึงให้เรียบ ท้องฟ้าเปิดกว้าง ไม่มีเมฆ ไม่มีฝน อากาศแห้ง แห้งมาก
อากาศร้อน ร้อนจัด เดวิดเช็คอุณหภูมิด้วยเครื่องวัดพกพา สี่สิบเจ็ดองศาเซลเซียส ในเวลาที่ดวงอาทิตย์ดวงเล็กยังขึ้นอยู่ต่ำ เมื่อทั้งสองดวงขึ้นพร้อมกัน อุณหภูมิอาจถึงหกสิบองศา
"ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่ออุณหภูมิแบบนี้" เดวิดบอกจอห์น "เราต้องหาที่พักในร่ม หรือใต้ดิน โดยเร็ว"
"ผู้ดูแล" ซึ่งเดินตามพวกเขาลงจากยาน ส่งคลื่นความถี่ผ่านเครื่องสื่อสารของวิกตอเรีย
"พวกเราเตรียมที่พักให้คุณแล้ว" มันบอก "ตามมา"
ที่พักของมนุษย์สิบสองคนอยู่ใต้ดิน
"ผู้ดูแล" นำพวกเขาเดินจากจุดลงจอดของยาน ผ่านพื้นที่ราบ ราวสองร้อยเมตร แล้วมาถึงโครงสร้างที่ไม่เหมือนอาคารใดๆ บนโลก มันเป็นโคมกลมขนาดใหญ่ สีเทาเดียวกับพื้นดาว ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีรอยประกอบ ดูเหมือนถูกหล่อขึ้นมาเป็นชิ้นเดียว เหมือนยานที่พวกเขาเดินทางมา
"ผู้ดูแล" วางมือบนผนัง ส่วนหนึ่งของผนังแยกตัวออก ประตูเปิด แสงสีขาวอุ่นส่องออกมาจากภายใน
ข้างในเย็นกว่าข้างนอกมาก อุณหภูมิราวยี่สิบห้าองศา อากาศสะอาด ไม่มีกลิ่น มีห้องนอนสิบสองห้อง เรียงเป็นวงกลมรอบพื้นที่กลาง แต่ละห้องมีเตียง โต๊ะ และช่องเก็บของ ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์แบบมนุษย์ แต่เป็นแผ่นเรียบที่โผล่ออกจากผนัง ปรับตัวได้
พื้นที่กลางเป็นห้องนั่งเล่น มีโต๊ะกลม ไม่มีเก้าอี้ ชาว Eben ไม่นั่ง แต่มนุษย์ต้องนั่ง จอห์นสังเกตว่าไม่มีอะไรให้นั่ง
"ผู้ดูแล" ส่งคลื่น "พวกคุณต้องการอะไรที่จะนั่งหรือไม่"
วิกตอเรียถอดใจ มันรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร ก่อนที่พวกเขาจะพูด
"ใช่" เธอตอบ
ผนังในพื้นที่กลางค่อยๆ นูนออก ปรับตัว กลายเป็นแผ่นนั่งเรียบ สิบสองที่ ราวกับบ้านสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ต่อหน้าตาพวกเขา
ไมเคิลนั่งลง สัมผัสพื้นนั่ง "มันอุ่น" เขาพูด "และนุ่ม มันปรับตัวตามน้ำหนัก นี่ไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ นี่คือวัสดุที่มีชีวิต"
ชาว Eben มาต้อนรับ
ในชั่วโมงแรกที่มนุษย์เข้าถึงที่พัก มีชาว Eben เดินทางมาถึง ราวยี่สิบตน เดินมาจากทิศทางที่มีโครงสร้างคล้ายกัน อยู่ห่างออกไปราวห้าร้อยเมตร พวกมันเดินเรียงแถว ไม่มีเสียง ไม่มีการพูดจา ไม่มีท่าทางที่มนุษย์รู้จัก
ร่างกายของพวกมันเหมือน EBE-1 ผิวเทาอ่อน ศีรษะใหญ่ ตาดำกลม แต่มีความแตกต่างเล็กๆ บางตนสูงกว่า บางตนเตี้ยกว่า บางตนผิวเทาเข้มกว่า บางตนมีลายบางๆ บนผิว ราวกับเป็นเครื่องหมายบางอย่าง
พวกมันหยุกที่ระยะสิบเมตรจากที่พักของมนุษย์ ยืนนิ่ง ตาดำกลมจ้องมอง สิบสองคนจากโลก
วิกตอเรียเดินไปข้างหน้า ยกมือขึ้น ฝ่ามือเปิด ท่าทาง "ยินดีต้อนรับ" ที่เธอเรียนรู้บนยาน
ชาว Eben ทั้งยี่สิบตนยกมือขึ้นพร้อมกัน ท่าเดียวกัน
แล้วตนหนึ่งเดินออกมาจากแถว ตนที่สูงกว่าเพื่อน ผิวเทาเข้มกว่า มีลายบนผิวที่ซับซ้อนกว่า มันเดินเข้ามาใกล้ หยุดที่ระยะสามเมตรจากวิกตอเรีย แล้วส่งคลื่นความถี่
วิกตอเรียรับฟัง ตาเบิกกว้าง หันไปมองจอห์น
"มันบอกว่า มันคือผู้นำของที่นี่ มันต้อนรับเรา และมันขอให้เราอยู่ในสันติ"
จอห์นก้าวไปข้างหน้า ยืนข้างวิกตอเรีย ยกมือขึ้น ท่าเดียวกับที่เธอทำ
"ขอบคุณ" เขาพูดผ่านเครื่องสื่อสารที่วิกตอเรียปรับให้ "เรามาในสันติ เรามาเพื่อเรียนรู้"
ผู้นำ Eben ยืนนิ่ง ตาดำกลมจ้องมอง แล้วส่งคลื่นอีกครั้ง
วิกตอเรียรับฟัง แล้วยิ้ม
"มันบอกว่า ยินดีที่ได้พบเพื่อนจากดาวที่เพื่อนของเราเคยไป"
เพื่อนของเรา หมายถึง EBE-1
มนุษย์และต่างดาว ยืนอยู่บนดาวดวงเดียวกัน ใต้สองดวงอาทิตย์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งสองเผ่าพันธุ์
ค่ำคืนแรกบนเซอร์โปไม่มืด
ดวงอาทิตย์ดวงเล็กลับลงใต้เส้นขอบฟ้า แต่ดวงใหญ่ยังคงส่องแสง ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีม่วงอ่อนเป็นสีม่วงเข้ม แต่ไม่มืด ไม่มีดาว ไม่มีความมืดสนิท แสงจางๆ คลุมทุกอย่าง ราวกับยามเย็นที่ไม่ยอมกลายเป็นค่ำ
สิบสองคนนั่งอยู่ในพื้นที่กลางของที่พัก เหนื่อย ตึงเครียด ตื่นเต้น และกลัว
บ๊อบพูดขึ้น "ผมมีข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือเราถึงดาวต่างดาวแล้ว ข่าวร้ายคือเราไม่มีที่นอนที่เป็นที่นอน ไม่มีอาหารที่เป็นอาหาร และไม่มีความมืดให้นอนหลับ"
ไม่มีใครหัวเราะ แต่ทุกคนรู้ว่าเขาพูดถูก
เดวิดเริ่มตรวจสุขภาพทุกคน วัดความดัน วัดอุณหภูมิ วัดชีพจร บันทึกทุกอย่าง สถานะของทุกคนยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เขารู้ว่านี่เป็นแค่วันแรก
"ฉันจะตรวจทุกคนทุกวัน" เขาบอก "ฉันจะบันทึกทุกการเปลี่ยนแปลง แม้เล็กน้อย ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันต้องรู้ก่อน"
จอห์นพยักหน้า "ทำไป"
แล้วจอห์นหยิบภาพถ่ายจากกระเป๋าเสื้อ มองภาพถ่ายใต้แสงสีม่วง ภรรยาและลูกสาวสองคน ยิ้มอยู่หน้าบ้าน บ้านบนโลก บ้านที่ตอนนี้ห่างออกไปสามสิบเก้าปีแสง
เขาไม่รู้ว่าบ้านของเขาตอนนี้เป็นเวลากี่โมง ไม่รู้ว่าลูกสาวกำลังทำอะไร ไม่รู้ว่าภรรยากำลังคิดถึงเขาไหม หรือเธอคิดว่าเขาตายแล้วและเริ่มต้นใหม่
"สิบปี" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ "อีกเก้าปีเก้าเดือน"
เขาใส่ภาพถ่ายคืนกระเป๋า ปิดตา พยายามนอนหลับในแสงที่ไม่มืด
ไม่มีใครหลับในคืนแรกบนเซอร์โป