แสงสีทองอร่ามจากดวงอาทิตย์ที่อยู่ห่างออกไป 37,000 กิโลเมตรสะท้อนผ่านหน้าต่างห้องควบคุมของยานพนักงานกวาดอวกาศ หมายเลข SS-976 — ยานที่ผมตั้งชื่อตามอายุของตัวเอง ไม่ใช่เพราะหยิ่งยโส แต่เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยังมีความหมายอยู่ในวัยที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสไปถึง
ยานลำนี้เดินทางผ่านแถบดาวเคราะห์น้อยอย่างช้าๆ ท่ามกลางก้อนหินนับล้านที่ลอยอยู่ในวงโคจรระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี บางก้อนใหญ่เท่าดวงจันทร์ บางก้อนเล็กเพียงเม็ดทราย แต่ละก้อนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและทิศทางที่แตกต่างกัน ทำให้การเดินทางในแถบนี้เป็นงานที่ต้องอาศัยสมาธิสูงและปฏิกิริยาที่รวดเร็ว
ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้นักบิน มือซ้ายถือแคปซูลทรงกระบอกขนาดเล็ก ที่ผมเพิ่งเก็บกู้มาจากอุกาบาตเมื่อครู่นี้ ส่วนมือขวาวางอยู่บนพื้นผิวของไข่ใบเล็กที่รอบๆ เปลือกมีลวดลายเรขาคณิตซับซ้อน เหมือนลายเซ็นของอารยธรรมที่เก่าแก่กว่าอารยธรรมใดๆ ที่ผมเคยพบมาตลอด 976 ปี
ภาพนิมิตรยังติดอยู่ในหัว
ผมเห็นดาวฤกษ์สีฟ้าอันเป็นประกายเรืองรอบตัว บรรยากาศราวกับอยู่ใต้น้ำลึก แสงสีครามกระจายไปทั่ว แล้วก็มีเสียง — เสียงที่ไม่ใช่เสียงพูด ไม่ใช่เสียงเพลง แต่เป็นความรู้สึกที่ถูกส่งตรงเข้ามาในจิต มันบอกอะไรบางอย่าง ความรู้สึกเดียวที่ผมรับได้อย่างชัดเจนคือ — ช่วยฉัน
"Ealis," ผมเรียกชื่อเอไอประจำยานด้วยเสียงเบา "วิเคราะห์ไข่นี้ให้ผมหน่อย"
เสียงตอบกลับมาทันที เสียงของ Ealis เป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูสงบและอบอุ่น ผมตั้งค่าเสียงให้เหมือนกับเสียงของคนที่ผมรู้จักเมื่อนานมาแล้ว คนที่จากไปตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเริ่มงานกวาดอวกาศ
"กำลังสแกนครับ" Ealis ตอบ "โครงสร้างเปลือกประกอบด้วยสารออร์แกนิกผสมกับโลหะที่ผมไม่สามารถระบุได้ในฐานข้อมูล อุณหภูมิพื้นผิว 3.7 องศาเซลเซียส ภายในมีการเคลื่อนไหวของสสารบางอย่าง แต่ไม่ใช่การเต้นของหัวใจตามรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่ผมรู้จัก"
"หมายความว่ามีชีวิตอยู่ข้างใน?"
"มีความเป็นไปได้สูงครับ แต่รูปแบบพลังงานภายในไม่ตรงกับสิ่งมีชีวิตใดๆ ในบันทึกของสหพันธ์ฯ หรือของสิ่งมีชีวิตต่างดาว 217 สายพันธุ์ที่มนุษย์เคยสื่อสารด้วย"
ผมพลิกไข่ในมืออีกครั้ง ลายเส้นบนเปลือกเปลี่ยนทิศทางเมื่อสัมผัสกับความร้อนจากมือผม เหมือนมันกำลังตอบสนองต่อผม
"Ealis เตรียมเส้นทางกลับฐาน และอย่าบันทึกข้อมูลการสแกนไข่นี้ลงระบบกลางนะ ให้เก็บไว้ในระบบภายในของเราเท่านั้น"
"รับทราบครับ" Ealis ตอบสั้นๆ ไม่มีคำถาม ผมชอบตรงนี้ของ Ealis — เธอรู้ว่าเมื่อไรควรถาม เมื่อไรควรเงียบ
ยาน SS-976 หมุนทิศทางอย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์พ่นไอสีฟ้าอ่อนออกจากท่อขับดันด้านท้าย ผลักยานให้เลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างดาวเคราะห์น้อยสองก้อนที่อยู่ห่างกันเพียง 40 เมตร การเดินทางกลับฐานใช้เวลาประมาณ 20 นาที ฐานของผมตั้งอยู่บนดาวเคราะห์น้อยขนาดกลางที่ผมขุดสร้างขึ้นเองเมื่อ 200 ปีก่อน ทำให้มันเป็นได้ทั้งที่อยู่อาศัย ที่เก็บชิ้นส่วนยาน และที่ซ่อมแซมยาน
ยานของผมติดตามตำแหน่งฐานตลอดเวลา สัญญาณตำแหน่งถูกเข้ารหัสด้วยระบบของตัวเอง ไม่ได้ใช้ระบบกลางของสหพันธ์ฯ ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถตรวจจับได้ แม้แต่หน่วยงานรัฐบาลก็ตาม ผมเรียนรู้บทเรียนนี้มาแล้วเมื่อ 500 ปีก่อน
ฐานปรากฏขึ้นในสายตาเมื่อยานเลี้ยวผ่านดาวเคราะห์น้อยก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง มันดูเหมือนหินก้อนธรรมดาจากภายนอก แต่ภายในคือโพรงที่ผมขุดและสร้างขึ้น มีห้องนอน 4 ห้อง ห้องควบคุม ห้องเก็บชิ้นส่วน ห้องประชุม และห้องเก็บแกนพลังงานที่ผมล็อกไว้ด้วยระบบ 7 ชั้น
ยานเข้าเทียบท่าที่ช่องเชื่อมด้านบนของฐาน เสียงลมดันอากาศหลุดออกดังวูบเบาๆ ประตูยานเปิดออก ผมเดินออกมาพร้อมกับแคปซูลและไข่ในมือ
"ทุกคนมาประชุมด่วน" ผมกดอินเทอร์คอมประกาศไปทั่วฐาน "ห้องประชุม 5 นาที"
สี่ชั่วโมงก่อน ผมออกสำรวจตามปกติ แต่วันนี้ไม่ธรรมดา วันนี้ผมพบสิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ลูกทีมของผมมี 3 คน ทุกคนถูกคัดเลือกด้วยเกณฑ์เดียว — ความอดทน งานกวาดอวกาศในแถบดาวเคราะห์น้อยไม่ใช่งานที่ต้องการความกล้า แต่ต้องการคนที่นั่งเฉยๆ ในยานเดือนๆ โดยไม่บ้า แล้วทำงานได้แม่นยำในวินาทีที่ต้องทำ
คนแรก — รีอา หญิงสาวอายุ 34 ปี ชาวดาวอังคารรุ่นที่ 3 ผิวสีแทงอันเกิดจากการปรับตัวของมนุษย์ที่อาศัยบนดาวอังคารมาหลายชั่วอายุ เธอเป็นวิศวกรซ่อมบำรุงยาน มือหนึ่งของเธอเป็นแขนกลที่เธอสร้างขึ้นเองหลังจากอุบัติเหตุเมื่อ 4 ปีก่อน รีอาพูดน้อย แต่ทำงานได้แม่นยำราวกับเครื่องจักร
คนที่สอง — โซล ชายวัย 52 ปี อดีตทหารอวกาศของสหพันธ์ฯ เกษียณเพราะ "ไม่ชอบคำสั่ง" ตามคำพูดของเขาเอง โซลเป็นคนขับยานสำรองและดูแลระบบป้องกัน เขามีรอยแผลเป็นยาวจากไหปลาร้าถึงข้อมือ ผลงานของการรบในสงครามดาวเคราะห์น้อยครั้งที่ 7 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีก่อน โซลไม่ค่อยพูดเรื่องอดีต แต่พอพูดถึงเรื่องยาน เขาจะกลายเป็นคนละคน
คนที่สาม — มิกา หญิงสาวอายุ 28 ปี ลูกครึ่งมนุษย์-ไซเบอร์เนติก เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสแกนและวิเคราะห์ข้อมูล สมองของเธอถูกเสริมด้วยโปรเซสเซอร์นาโนที่ทำให้เธอประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าคนทั่วไป 50 เท่า มิกาเป็นคนตาใสที่สุดในทีม เธอเห็นอะไรที่คนอื่นมองข้าม
สามคนนี้บวกกับผมคือทีมกวาดอวกาศหมายเลข SS-976 ทีมเล็กแต่ฝีมือดี เราทำงานด้วยกันมา 3 ปี พอที่จะรู้ว่ากันและกันคิดอะไรโดยไม่ต้องพูด
ห้องประชุมของฐานเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาด 4×4 เมตร โต๊ะกลมตรงกลางทำจากแผ่นโลหะที่ผมเก็บจากซากยานสำรวจดาวพฤหัสฯ รุ่นแรก ผมวางไข่และแคปซูลลงบนโต๊ะ
รีอาเดินเข้ามาก่อน เธอเหลือบมองไข่แล้วหยุดชะงัก มือของเธอ — ทั้งมือจริงและมือกล — หยุดนิ่งกลางอากาศ
"นั่น... ไข่?"
"ใช่" ผมตอบสั้นๆ
โซลเดินตามเข้ามา สายตาเขาสแกนไข่และแคปซูลในวินาทีเดียว แล้วมองผม "เก็บจากไหน?"
"อุกาบาตก้อนเล็กใกล้ฐาน แคปซูลเกาะยานขนส่งระหว่างระบบสุริยะใกล้ชิดมา แล้วโดดไปเกาะอุกาบาต"
มิกาเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เธอนั่งลง เธอไม่ได้มองไข่ แต่มองแคปซูล เธอเปิดสแกนเนอร์ในตัวแล้วส่ายหัว
"แคปซูลรุ่นนี้... ผมไม่เคยเห็นในระบบ" มิกาพูด "ไม่ใช่ของสหพันธ์ฯ ไม่ใช่ของอาณาจักรการค้าเสรี ไม่ใช่ของกลุ่มอาณานิคมอิสระ"
"แปลว่ามาจากนอกระบบสุริยะ" โซลสรุป
"แปลว่ามาจากไกล" รีอาแก้ "ไกลมาก"
ผมนั่งลง วางมือทั้งสองบนโต๊ะแล้วมองไปที่ลูกทีมทั้งสามคน
"ก่อนอื่น ผมจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนผมไปสำรวจแคปซูล"
ผมเล่าตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เห็นแคปซูลเกาะยานขนส่ง จนถึงตอนที่ผมหยิบไข่ขึ้นมาและเกิดนิมิตร เล่าทุกอย่างอย่างละเอียด ไม่มีอะไรถูกข้าม
ห้องเงียบไปชั่วขณะ
"นิมิตร?" โซลถาม เสียงเขาฟังดูไม่ไว้ใจ "คุณแน่ใจว่าไม่ใช่อาการข้างเคียงจากการแช่แข็ง?"
"ผมแช่แข็งและฟื้นตัวมา 47 ครั้งใน 976 ปี ผมรู้ดีว่าอาการข้างเคียงเป็นยังไง" ผมตอบ "นี่ไม่ใช่อาการ มันเป็นการสื่อสาร"
"การสื่อสารจากไข่?" รีอาเลิกคิ้ว
"ผมรู้ว่ามันฟังดูบ้า" ผมยอมรับ "แต่ผมรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างข้างในต้องการความช่วยเหลือ ความรู้สึกมันชัดเจนเหมือนมีคนเอามือมาจับมือผมแล้วบอกว่า 'ช่วยฉัน'"
มิกาเอนกายไปข้างหน้า เธอเปิดโปรเซสเซอร์นาโนแล้วสแกนไข่อีกครั้ง
"มีคลื่นพลังงานอ่อนๆ ออกมาจากไข่" เธอพูดช้าๆ "ความถี่ต่ำมาก ไม่ใช่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ใช่คลื่นเสียง เป็นคลื่นชนิดที่... ผมไม่เคยเจอ"
"Ealis" ผมเรียก "คุยกับมิกาหน่อย แลกเปลี่ยนข้อมูลสแกน"
"ได้ครับ" เสียง Ealis ดังจากลำโพงในห้องประชุม "มิกา ผมส่งข้อมูลสแกนให้"
ข้อมูลไหลผ่านระบบ มิกาหลับตาประมวลผลอยู่ 30 วินาที แล้วเปิดตา
"สรุปคือ — มีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างใน แต่รูปแบบพลังงานไม่ตรงกับสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่มนุษย์เคยบันทึกไว้ ทั้ง 217 สายพันธุ์"
"สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่" โซลพูดเสียงเบา "จากนอกระบบสุริยะ"
"หรือจากนอกกาแลคซี่" รีอาเสริม
ผมพยักหน้า "และมันต้องการความช่วยเหลือ"
ระหว่างที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันถึงที่มาของไข่ ผมก็เปิดทีวีขึ้นมาดู ไม่ใช่เพราะอยากดู แต่เพราะผมอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกเมื่อเร็วๆ นี้ไหม ผมอยู่แถบดาวเคราะห์น้อยห่างจากโลก 36,000 กิโลเมตร ข่าวจากโลกถึงผมช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมงเพราะไม่ได้ใช้วาร์ปคอร์สื่อสาร
หน้าจอเปิดขึ้น ภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นโลก ผู้ประกาศข่าวเป็นหญิงสาวชาวโลก ผมไม่รู้จัก ทุก 50 ปีผมจะกลับโลกทีนึง พักสั้นๆ แล้วกลับขึ้นมาทำงานต่อ คนที่ผมรู้จักที่เหลืออยู่บนโลกนับบนนิ้วมือได้
"— ข่าวด่วนจากสถานีฯ หน่วยงานวิจัยอวกาศระหว่างระบบสุริยะ หรือ IISRA ประกาศตามหาวัตถุลึกลับที่เข้าสู่ระบบสุริยะเมื่อ 3 วันที่แล้ว วัตถุดังกล่าวถูกตรวจจับโดยดาวเทียมเฝ้าระวังระบบสุริยะรุ่นที่ 12 และล่าสุดปรากฏว่ามันเกาะยานขนส่งระหว่างระบบสุริยะใกล้ชิด"
ผมวางมือจากโต๊ะ หันไปจ้องจอทีวี
ผู้ประกาศอ่านต่อ "IISRA เปิดเผยว่า วัตถุดังกล่าวเป็นแคปซูลที่ไม่ได้จดทะเบียนในระบบใดๆ ทั้งสิ้น และภายในแคปซูลมีวัตถุที่มีลักษณะคล้ายไข่สิ่งมีชีวิต"
หัวใจผมเต้นแรงขึ้น
"IISRA ประกาศรางวัลสำหรับผู้ที่พบเห็นหรือส่งมอบแคปซูลและไข่ดังกล่าว รางวัลคือ — สิทธิ์ในการเข้าถึงเทคโนโลยีข้ามดาวเคราะห์ระดับสูง รวมถึงเครดิตพลังงาน 10 ล้านยูนิต และสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ของสหพันธ์ฯ ซึ่งเป็นรางวัลที่ไม่เคยมีผู้ใดได้รับมาก่อนในประวัติศาสตร์ 400 ปีของการสื่อสารระหว่างดาว"
ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นภาพจำลองแคปซูลและไข่ที่ IISRA สร้างขึ้นจากข้อมูลดาวเทียม แคปซูลในภาพมีรูปร่างเหมือนกระป๋องทรงกระบอก ส่วนไข่มีลายเส้นเรขาคณิต
ห้องประชุมเงียบสนิท
ทุกคนในห้องรู้ว่าไข่ใบที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าคือไข่ใบเดียวกับที่ข่าวกำลังตามหา
"10 ล้านยูนิตพลังงาน" โซลพูดเสียงเบา "และสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์"
"ไม่ใช่แค่นั้น" มิกาเสริม "เทคโนโลยีข้ามดาวเคราะห์ระดับสูง นั่นหมายถึงเทคโนโลยีที่สหพันธ์ฯ ไม่เปิดให้พลเมืองทั่วไป"
"รางวัลมหาศาล" รีอาสรุปสั้นๆ
ผมยังนั่งเงียบ มองไข่บนโต๊ะ ลายเส้นบนเปลือกยังเคลื่อนไหวช้าๆ เหมือนการหายใจ
"ผมจะไม่เอาไข่ไปให้ใคร" ผมพูดเสียงเรียบ
ลูกทีมทั้งสามหันมามองผม
"ทำไม?" โซลถามตรงๆ สายตาเขาจริงจัง "คุณรู้ว่ารางวัลมันคืออะไรไหม 10 ล้านยูนิตพลังงาน พวกเราทำงานกวาดอวกาศ 5 ปีก็ไม่พอ"
"ผมรู้" ผมตอบ "แต่ผมอยากให้ทุกคนคิดตามผมก่อน — แคปซูลที่เกาะยานขนส่งระหว่างระบบสุริยะมาเดี่ยวๆ แล้วโดดไปเกาะอุกาบาตใกล้ฐานเรา มันเป็นไปไม่ได้"
"เป็นไปไม่ได้ยังไง?" มิกาถาม
"มันเจาะจงมาที่แถบดาวเคราะห์น้อย" ผมอธิบาย "แคปซูลเกาะยานขนส่งมาจากระบบสุริยะใกล้เคียง ซึ่งหมายความว่ามันเดินทางข้ามระบบดาว แล้วแทนที่จะเข้าสู่โลกหรือดาวอังคารที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยหนาแน่น มันกลับมาหาแถบดาวเคราะห์น้อย แถบที่มีแต่หินและคนกวาดอวกาศไม่กี่คน มันเจาะจงมาที่นี่"
"คุณหมายถึง... มันเลือกที่จะมาที่นี่?" รีอาถามเสียงเบา
"ใช่ และผมคิดว่ามันเลือกมาที่ตัวผม"
ห้องเงียบอีกครั้ง
"และอีกอย่าง" ผมพูดต่อ "นิมิตรที่ผมเห็นตอนหยิบไข่ มันไม่ใช่ภาพหลอน มันเป็นการสื่อสาร สิ่งมีชีวิตข้างในไข่ส่งความรู้สึกมาหาผม มันบอกว่าต้องการความช่วยเหลือ ถ้าผมเอามันไปให้ IISRA ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับมัน วิจัย? ผ่าตัด? หรือเปลี่ยนเป็นอาวุธ?"
"อาวุธ?" โซลเลิกคิ้ว
"ผมอายุ 976 ปี ผมเห็นมนุษย์ทำอะไรกับสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาไม่เข้าใจมามากพอ ผมเห็นมากพอที่จะไม่เสี่ยง"
โซลนั่งพิงเก้าอี้ กอดอก มองเพดานสักพัก แล้วพูด
"OK ผมว่ายังไงก็ได้ ถ้าคุณบอกว่าไข่เลือกคุง ผมเชื่อคุง แต่ผมอยากรู้ว่าเราจะทำยังไงต่อ"
"เลี้ยงไว้" ผมตอบสั้นๆ
"เลี้ยง?" รีอาทวนคำ "เลี้ยงไข่?"
"ถ้ามันฟัก ผมอยากรู้ว่าข้างในเป็นอะไร"
"และถ้ามันอันตรายล่ะ?" มิกาถาม
"ก็จัดการ" โซลตอบแทนผม
ผมมองโซล เขายิ้มเล็กน้อย ในใจผมรู้ว่าเขาเข้าใจ เขาเป็นทหารมาก่อน เขารู้ว่าบางครั้งการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องของความปลอดภัย แต่เป็นเรื่องของสัญชาตญาณ
"รีอา เตรียมห้องเก็บชิ้นส่วนยานให้กลายเป็นห้องฟักไข่" ผมสั่ง "อุณหภูมิควบคุม ความชื้นควบคุม แสงสว่างน้อย Ealis ช่วยคำนวณสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจากข้อมูลสแกน"
"รับทราบ" Ealis และรีอาตอบพร้อมกัน
"มิกา ติดตามข่าวจาก IISRA ทุกชั่วโมง ผมอยากรู้ว่าพวกเขาค้นหาถึงไหนแล้ว และไม่ให้มีร่องรอยใดๆ ชี้มาที่เรา"
"เข้าใจค่ะ" มิกาพยักหน้า
"โซล เพิ่มระบบป้องกันฐานอีก 2 ชั้น ตรวจจับการเข้าใกล้ในรัศมี 500 กิโลเมตร"
"ได้" โซลลุกขึ้น
ก่อนที่ทุกคนจะกระจายตัวไปทำงาน ผมหยิบไข่ขึ้นมาอีกครั้ง ลายเส้นบนเปลือกเคลื่อนไหวช้าลง เหมือนมันกำลังสงบลง
"Ealis" ผมเรียกเบาๆ
"ครับ"
"คุณคิดยังไง?"
Ealis เงียบไป 2 วินาที สำหรับเอไอที่ประมวลผลเร็วเท่าเธอ 2 วินาทีคือนานมาก
"ผมคิดว่า... คุณตัดสินใจที่ถูกต้องครับ"
"ทำไม?"
"เพราะไข่เลือกคุณ ไม่ใช่เลือก IISRA ไม่ใช่เลือกสหพันธ์ฯ มันเลือกคนที่อายุ 976 ปี คนที่เคยถูกรัฐบาลพยายามขโมยผลงาน คนที่รู้จักอันตรายของอำนาจมากพอที่จะไม่มอบสิ่งมีค่าให้กับผู้มีอำนาจโดยไม่ระมัดระวัง"
ผมยิ้มเล็กน้อย Ealis ไม่ใช่แค่เอไอ เธอเป็นเพื่อน เพื่อนที่ผมอยู่ด้วยมานานกว่าคนส่วนใหญ่ในชีวิตผม
"ขอบใจนะ"
"ไม่เป็นไรครับ และอีกอย่าง — ผมสแกนพบว่าคลื่นพลังงานจากไข่มันตรงกับความถี่ของคลื่นสมองของคุณตอนที่คุณหยิบมันขึ้นมา มันเหมือนกำลังปรับตัวเข้าหาคุณ"
ผมมองไข่ในมือ อุ่นเล็กน้อยเหมือนมีชีวิต
"งั้นเราจะเลี้ยงมันไว้" ผมพูดกับไข่ "ไม่ว่าข้างในคุณจะเป็นอะไรก็ตาม"
วันต่อมา รีอาเปลี่ยนห้องเก็บชิ้นส่วนยานเก่าให้กลายเป็นห้องฟักไข่ เธอถอดชิ้นส่วนยานออก ติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง เธอทำงานเงียบๆ แม่นยำ มือกลของเธอเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
ผมวางไข่ลงบนฐานที่รีอาสร้างขึ้น ทำจากโลหะเก็บความร้อน ล้อมรอบด้วยเซ็นเซอร์ 8 ตัว Ealis คำนวณอุณหภูมิที่เหมาะสมได้ที่ 3.7 องศาเซลเซียส — ตรงกับอุณหภูมิพื้นผิวของไข่ตอนที่ผมเก็บมา
"ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนเกิน 0.1 องศา ระบบจะแจ้งเตือน" รีอาบอก
"ขอบใจ" ผมพูด
รีอาพยักหน้าแล้วเดินออกไป เธอไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่สิ่งที่เธอทำพูดแทนเธอได้ดีกว่าคำพูด
วันผ่านไป ทุกวันผมจะเข้าไปดูไข่ที่ห้องฟัก ลายเส้นบนเปลือกยังเคลื่อนไหวช้าๆ เหมือนการหายใจของสิ่งมีชีวิต บางวันลายเส้นเคลื่อนเร็วขึ้น บางวันช้าลง Ealis บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลง
มิกาติดตามข่าวจาก IISRA ทุกชั่วโมงตามที่ผมสั่ง ข่าวยังคงตามหาแคปซูลและไข่ แต่ไม่มีร่องรอยชี้มาที่เรา IISRA ค้นหาในเส้นทางที่แคปซูลเดินทางเข้าสู่ระบบสุริยะ แต่สัญญาณหายไปตรงแถบดาวเคราะห์น้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะดาวเคราะห์น้อยนับล้านก้อนสะท้อนและดูดกลืนสัญญาณทุกชนิด
"พวกเขาหาไม่เจอ" มิการายงาน "สัญญาณหายตรงแถบดาวเคราะห์น้อย พวกเขาส่งยานสำรวจมา 3 ลำแล้ว แต่แถบนี้กว้างเกินไป"
"ดี" ผมพูดสั้นๆ
สัปดาห์แรกผ่านไปเรียบร้อย ผมออกสำรวจตามปกติ รายงานยานที่เข้าสู่ระบบสุริยะให้หน่วยงานภาคพื้นโลก และหาชิ้นส่วนยานโบราณให้ลูกค้า งานประจำยังทำต่อไป ไม่มีอะไรหยุดชะงัก
แต่ทุกครั้งที่กลับถึงฐาน สิ่งแรกที่ผมทำคือเข้าไปดูไข่
สัปดาห์ที่สอง ลายเส้นบนเปลือกเริ่มเปลี่ยน ไม่ใช่แค่เคลื่อนไหว แต่เปลี่ยนรูปทรง บางเส้นที่เดิมเป็นเส้นตรงกลับโค้งงอ บางเส้นที่เดิมเป็นวงกลมกลับกลายเป็นเส้นเฉียง เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังวาดภาพอยู่บนเปลือกจากข้างใน
"Ealis บันทึกการเปลี่ยนแปลงของลายเส้นทุกชั่วโมง ผมอยากเห็นภาพรวม"
"กำลังบันทึกครับ"
สัปดาห์ที่สาม ลายเส้นรวมตัวกันเป็นรูปทรงที่คุ้นตา — มันเป็นแผนที่ดาวฤกษ์ ไม่ใช่แผนที่ระบบสุริยะ แต่เป็นแผนที่ของกาแลคซี่ทางช้างเผือก มีจุดเล็กๆ ที่เรืองแสงสีฟ้าอยู่บนแผนที่ จุดนั้นอยู่ไกลจากโลกมาก ไกลจากระบบสุริยะ ไกลจากทุกที่ที่มนุษย์เคยไปถึง
"มิกา มาดูนี่" ผมเรียก
มิกาเข้ามา เธอสแกนแผนที่บนเปลือกไข่แล้วเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลดาวฤกษ์
"จุดนี้..." เธอพูดช้าๆ "อยู่ในกลุ่มดาวลูกไก่ ห่างจากโลกประมาณ 3,000 ปีแสง"
3,000 ปีแสง แม้แต่ยานที่เร็วที่สุดของสหพันธ์ฯ ก็ใช้เวลาเดินทาง 200 ปี แคปซูลใบนี้เดินทางมาจากที่นั่น
"มันเดินทางมาไกลแค่ไหนกัน" ผมกระซิบ
สัปดาห์ที่สี่ มิกาเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าจริงจัง
"ข่าวจาก IISRA พวกเขาเพิ่มรางวัล"
"เพิ่ม?"
"จาก 10 ล้านยูนิตเป็น 50 ล้านยูนิต พลังงาน และเพิ่มเงื่อนไข — ผู้ที่ส่งมอบไข่จะได้รับสิทธิ์ในการเป็นพลเมืองของนครลอยฟ้า 7 แห่งทั่วระบบสุริยะ รวมถึงยกเลิกประวัติอาชญากรรมใดๆ ในระบบ"
โซลหันมามองมิกา "ยกเลิกประวัติอาชญากรรม?" เขาถามเสียงเบา
"ใช่" มิกาพยักหน้า
ผมมองโซล เขามีประวัติอาชญากรรมจากการทหาร — ข้อหาทิ้งหน้าที่ ถ้ามีสิทธิ์ล้างประวัติ เขาจะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้
"ผมไม่เปลี่ยนใจ" โซลพูดก่อนที่ผมจะถาม "ผมบอกแล้ว ถ้าคุงตัดสินใจแล้ว ผมตาม"
ผมพยักหน้า "ขอบใจ"
สัปดาห์ที่ห้าและหก ไข่เริ่มเปลี่ยนสี จากสีครีมอ่อนกลายเป็นสีฟ้าครามเข้ม ลายเส้นบนเปลือกเรืองแสงเล็กน้อยในที่มืด Ealis รายงานว่าอุณหภูมิภายในไข่เพิ่มขึ้น 0.3 องศาทุกสัปดาห์ มีการเคลื่อนไหวของสสารภายในมากขึ้น
"มันกำลังโต" รีอาสรุปหลังจากตรวจสอบ
"ใกล้ฟักหรือยัง?" ผมถาม Ealis
"ผมคำนวณจากอัตราการเปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นไปตามแนวโน้ม ไข่จะฟักในอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ครับ"
"อีก 2-3 สัปดาห์..." ผมพูดกับตัวเอง
สัปดาห์ที่เจ็ด ข่าวจาก IISRA เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้ค้นหาแคปซูลและไข่อีกต่อไป แต่เริ่มประกาศว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสถานีและฐานทั่วแถบดาวเคราะห์น้อย
"พวกเขาเปลี่ยนกลยุทธ์" มิการายงาน "แทนที่จะรอให้คนส่งมอบ พวกเขาจะออกตรวจเอง"
ผมนั่งคิด ความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที ฐานของผมซ่อนอยู่บนดาวเคราะห์น้อยก้อนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ แต่ถ้า IISRA ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจทุกฐาน มันเป็นเรื่องของเวลา
"Ealis ฐานเรามีโอกาสถูกตรวจเจอไหม?"
"ในแง่ของการตรวจสอบเชิงรุก — โอกาสต่ำครับ เพราะฐานไม่ได้ลงทะเบียนในระบบ และสัญญาณถูกบดบัง แต่ถ้าพวกเขาใช้การสแกนความร้อน พวกเขาอาจตรวจจับได้ว่ามีฐานอยู่บนดาวเคราะห์น้อยก้อนนี้"
"เพิ่มระบบบดบังความร้อน" ผมสั่ง
"รับทราบ"
สัปดาห์ที่แปด ไข่เปลี่ยนไปมาก เปลือกเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ลายเส้นบนเปลือกเรืองแสงแรงขึ้น อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 5.2 องศาเซลเซียส การเคลื่อนไหวภายในรุนแรงขึ้น
"มันใกล้ฟักแล้ว" รีอาบอก
ผมยืนอยู่หน้าห้องฟักไข่ มองไข่ผ่านกระจก ลายเส้นบนเปลือกเรืองแสงสีฟ้าเข้ม สว่างจนส่องทั่วห้อง
"Ealis ถ้าไข่ฟัก ผมอยากให้บันทึกทุกอย่าง ทุกวินาที"
"เข้าใจครับ"
ผมวางมือบนกระจก อุ่น
"ใกล้แล้วนะ" ผมพูดกับไข่ "อีกไม่นาน"
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ตอนที่ผมเพิ่งพบไข่ ผมไม่รู้ว่ามันจะนำพาอะไรมาให้ ผมไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตผมและลูกทีมอย่างไร ผมไม่รู้ว่ามันจะดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานรัฐบาลที่ผมพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด 500 ปี
สิ่งเดียวที่ผมรู้ตอนนั้นคือ — สิ่งมีชีวิตข้างในไข่ต้องการความช่วยเหลือ และผมตัดสินใจที่จะช่วยมัน
ตอนนี้ 2 เดือนผ่านไป ไข่ใกล้ฟัก ข่าวจาก IISRA บอกว่าพวกเขากำลังส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจฐานในแถบดาวเคราะห์น้อย และรางวัลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บอกผมว่าพวกเขาต้องการไข่นี้มากกว่าที่พวกเขาพูด
แต่ผมไม่ยอม
ไม่ใช่เพราะรางวัลไม่ล่ำใจ แต่เพราะผมรู้สึกได้ว่าไข่ใบนี้เลือกผม และผมจะไม่ทรยศสิ่งที่เลือกผม
"Ealis" ผมเรียก
"ครับ"
"ถ้ามีใครมาถึงฐาน ไม่ว่าจะเป็นใคร ผมอยากให้ระบบซ่อนไข่อัตโนมัติ"
"ระบบซ่อนไข่อัตโนมัติ — ผมเข้าใจครับ จะเตรียมไว้"
ผมพยักหน้า แล้วมองไข่อีกครั้ง รอยร้าวบนเปลือกเพิ่มขึ้นอีก เสียงเบาๆ ดังจากข้างใน เหมือนเสียงเคาะ
มันใกล้แล้ว
และผมพร้อม
ปิดบทที่ 2
บทต่อไป — บทที่ 3: ฟัก